บทความ

PEUGEOT 3008


สายการผลิตของค่าย “สิงห์เผ่น” ปัจจุบัน มีรถที่ใช้รหัสรุ่นเป็นเลข 4 หลัก อยู่เพียง 2 อนุกรม คือ เปอโฌต์ 1007 (PEUGEOT 1007) กับ เปอโฌต์ 4007 (PEUGEOT 4007) โดยที่อนุกรมแรก เป็นรถอเนกประสงค์ขนาดมีนี ซึ่งเรียกกันในภาษาฝรั่งว่า MINI MPV ตัวถังออกแบบโดยสำนักปินินฟารีนา (PININFARINA) เริ่มจำหน่ายในเมืองน้ำหอมเมื่อเดือนเมษายน 2005 ส่วนอนุกรมหลัง เป็นรถกิจกรรมกลางแจ้งขนาดเล็กกะทัดรัด ซึ่งเรียกกันในภาษาฝรั่งว่า COMPACT CROSSOVER SUV เป็นผลงานจากความร่วมมือกับค่าย มิตซูบิชิ และผลิตในญี่ปุ่นตามแบบของรถ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ (MITSUBISHI OUTLANDER) และเริ่มจำหน่ายในฝรั่งเศสเมื่อเดือนกรกฎาคม 2007

ส่วนที่เห็นอยู่นี้ คือ เปอโฌต์ 3007 เป็นรถเลข 4 หลัก แบบที่ 3 ของค่าย “สิงห์เผ่น” เพิ่งอวดตัวต่อสายตาสาธารณชนอย่างเป็นทางการ ที่งานมหกรรมยานยนต์เจนีวา ครั้งที่ 79 เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้เอง เป็นรถผสานพันธุ์ หรือรถกิจกรรมกลางแจ้ง อย่างที่เรียกกันในภาษาฝรั่งว่า COMPACT CROSSOVER SUV ซึ่งพัฒนาจากรถยนต์นั่ง เปอโฌต์ 308 (PEUGEOT 308) ซึ่งเริ่มจำหน่ายในเมืองน้ำหอมเมื่อเดือนกันยายน 2007 และปัจจุบันมีตัวถังให้เลือกใช้ถึง 4 แบบ คือ ตัวถัง 3 และ 5 ประตูแฮทช์แบค ตัวถัง 5 ประตูตรวจการณ์ และตัวถัง 2 ประตู เปิดประทุน แบบประทุนแข็ง

ค่าย “สิงห์เผ่น” อธิบายว่า เปอโฌต์ 3008 เป็นรถพันธุ์พิเศษ ที่ผสมผสานคุณลักษณ์ของรถยนต์นั่งแฮทช์แบค รถอเนกประสงค์ และรถกิจกรรมกลางแจ้ง ไว้ในรถคันเดียว มีห้องโดยสารที่ให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง มีหน้าต่างหลังคาที่กว้างขวางถึง 1.60 ตารางเมตร มีประตูบานหลังที่แยกเป็น 2 ส่วน และเปิดได้จนถึงพื้นรถ ดังที่เห็นในภาพประกอบ แถมมีห้องเก็บของท้ายรถใต้แผงปิดที่จุถึง 512 ลิตร และเพิ่มเป็น 1,604 ลิตร เมื่อถอดแผงปิด และพับเบาะชุดหลัง

ตัวถังซึ่งยาว 4.365 ม. กว้าง 1.837 ม. และสูง 1.639 ม. มีช่วงฐานล้อยาว 2.613 ม. และมีน้ำหนักตัวอยู่ระหว่าง 1,399-1,539 กก. รูปทรงองค์เอวของตัวถังภายนอกไม่มีจุดเด่นสะดุดตาอะไรที่น่าจะกล่าวถึง นอกจากแผงกระจังหน้ารูปสี่หลี่ยมคางหมูลบมุมขนาดใหญ่โตมโหฬารซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถค่ายนี้ยุคปัจจุบัน เห็นที่ไหนใครๆ ก็รู้ว่าเป็นรถ เปอโฌต์ โดยไม่จำเป็นต้องเห็นตรา “สิงห์เผ่น” บนหน้าหม้อ และบั้นท้าย

มีตัวถังเพียงแบบเดียว แต่แบ่งการตกแต่ง และอุปกรณ์เป็น 4 ระดับ กำกับด้วยรหัส CONFORT PACK-PREMIUM-PREMIUM PACK และ FELINE โดยมีเครื่องยนต์ให้เลือกใช้อย่างจุใจถึง 5 ขนาด คือ เครื่อง 4 สูบเรียง 1,598 ซีซี 120 แรงม้า เครื่องเทอร์โบ 4 สูบเรียง 1,598 ซีซี 150 แรงม้า เครื่องเทอร์โบดีเซลฉีดตรง 4 สูบเรียง 1,560 ซีซี 110 แรงม้า เครื่องเทอร์โบดีเซลฉีดตรง 4 สูบเรียง 1,997 ซีซี 150 แรงม้า และเครื่องเทอร์โบดีเซลฉีดตรง 4 สูบเรียง 1,997 ซีซี 163 แรงม้า ส่วนระบบเกียร์มี 4 แบบ คือ เกียร์ธรรมดา 5 หรือ 6 จังหวะ เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ และเกียร์กึ่งอัตโนมัติ 6 จังหวะ



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2552
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/NWboF
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

HYUNDAI KONA ELECTRIC ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี พลังไฟฟ้าขนาดจิ๋วที่สุดในโลก
LEXUS UX250H ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี จิ๋วสุดของค่ายหน้ากากกระสวย
TOYOTA RAV4 สืบทอดสายเลือดรถยอดนิยมของเมืองมะกัน
BENTLEY BENTAYGA HYBRID รถไฮบริดแบบแรกของยอดผู้ผลิตรถหรูอายุยืน
RANGE ROVER P400E เอสยูวี ขับทุกล้อไฮบริด...ชนิดต้องมีการเสียบ
LAMBORGHINI URUS สุดยอดซูเพอร์ เอสยูวี สายพันธุ์กระทิงดุ