บทความ

ทำประกันเถอะ


“ทำไมเจ้าของรถในบ้านเราไม่ค่อยทำประกัน ซึ่งหมายถึงประกันชั้นดี ที่คุ้มครองเยอะๆ”

หนึ่ง อยากทำประกันใจจะขาด แต่เจอค่างวดอย่างเดียวก็จะไปไม่รอด ต้องเลิกคิดเรื่องทำประกัน ยกเว้นโดนบังคับในปีแรกจากบริษัทไฟแนนศ์

สอง เสียดายเงินค่าทำประกัน เพราะลองทำประกันดูแล้ว เอ๊ะ รถเราไม่เป็นอะไรนี่นา เสียเงินเปล่าๆ นี่หว่า

สาม ตั้งท่าจะทำประกันอยู่แล้วเชียว แต่เห็นพรรคพวกโดนบริษัทประกันเบี้ยว ต้องวิ่งขึ้นโรงขึ้นศาลจนหูตูบ จึงใส่เกียร์ถอย ไม่เอาด้วย เป็นไงเป็นกัน วัดดวงไปตามเรื่อง

สี่ ทำประกันแล้วบริษัทประกันมันโกงสนิท เจ๊งสนิท ดังเช่นกรณีสัมพันธ์ประกันภัย และอื่นๆซึ่งทางการควบคุมไม่ได้ ช่วยชาวบ้านไม่ได้ คนทำประกันหน้าเหลืองไปตามๆ กัน

ตานี้มาดูตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงๆ สักราย เพื่อเอามาเป็นข้อคิด

เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อ “นายของขลัง” ไปซื้อรถที่บริษัทตังตัง ด้วยการเช่าซื้อ บริษัทตังตังซึ่งเป็นคู่แข่งกับบริษัทตังปัก สะกิดบอกให้ทำประกันชั้นดีไว้ซะหน่อย นายของขลัง ไม่ขัดข้อง แม้จะเล่นของขลังจำพวกคลาดแคล้วเหมือนชื่อ จัดแจงโทรศัพท์จากต่างจังหวัดไปที่ “บริษัทชัวร์แน่นอน ประกันภัย” ซึ่งตนเคยเป็นลูกค้ามาก่อน บอกว่าจะทำประกันรถสักคันวงเงิน 3 แสนบาท แล้วจะติดต่อโดยตรงกับ “นายเหลือกิน” ตัวแทนของบริษัทที่ต่างจังหวัด

นายเหลือกิน จึงรับประกันภัยรถยนต์ไว้ ออกใบเสร็จให้ในวันนั้นเอง พร้อมทั้งโทรเลข (ตอนนี้ประเทศไทยเลิกใช้ไปแล้ว) แจ้งให้บริษัททราบ (ณ วันที่ 2 พฤษภาคม) บริษัทได้รับโทรเลขเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ซึ่งตอนนั้นถือว่าเร็วแล้วละ

ในวันที่ 4 พฤษภาคม นายของขลัง ส่งตั๋วแลกเงินไปชำระเบี้ยประกันให้กับ นายเหลือกิน คนของบริษัทประกัน บริษัทก็ไวทายาด ออกกรมธรรม์ให้ในวันที่ 6 เดือนเดียวกัน

อย่าเพิ่งเวียนหัวกับวันเดือนปีที่ยกขึ้นมาโชว์ ทีเด็ดมันอยู่ที่วันเวลานี่เอง เพราะเรื่องของเรื่องปรากฏว่ารถของ นายของขลัง ถูกปล้น คนร้ายพารถหายเข้ากลีบเมฆ ในวันที่ 3 พฤษภาคม

เมื่อตำรวจควานหารถจนอ่อนใจแล้วไม่ได้คืน นายของขลัง จึงแจ้งไปทางบริษัทประกันให้ชำระเงิน 3 แสนบาทที่ทำประกันไว้ บริษัทสั่นหัวไม่ยอมจ่าย

นายของขลัง กับบริษัทตังตัง จึงร่วมกันเป็นโจทก์ ฟ้องบริษัทชัวร์แน่นอน ประกันภัย ให้จ่ายเงินพร้อมดอกเบี้ย

ยกแรก ศาลชั้นต้นชูมือให้ นายของขลัง ชนะ

บริษัทประกันไม่ย่อท้อ ยื่นอุทธรณ์ขึ้นไป

ยกสอง ศาลอุทธรณ์ยังคงตัดสินให้ นายของขลัง ชนะเหมือนเดิม

เรื่องยาวถึงศาลฎีกา บริษัทประกันโต้ไปว่า นายของขลัง ซื้อรถโดยมีเงื่อนไข ไม่ใช่เช่าซื้อ จึงไม่ใช่เจ้าของรถ ไม่มีสิทธิ์ทำประกัน และไม่มีอำนาจนำคดีนี้มาฟ้อง รถถูกปล้นไปในขณะที่สัญญาประกันยังไม่เกิด ขอให้ศาลฎีกายกฟ้องเทอญ

ศาลฎีกากางสำนวนมาส่องดูอย่างใจเย็น แล้วชี้ขาดออกมาว่า

บริษัทตังตัง เป็นเจ้าของรถ แต่ นายของขลัง ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อได้ครอบครองรถและประกอบการขนส่งนายของขลัง จึงมีส่วนได้เสียที่จะทำประกันได้ ไม่ว่าจะเป็นการเช่าซื้อหรือซื้อโดยมีเงื่อนไข นายของขลัง มีอำนาจฟ้อง

ส่วนสัญญามีผลอย่างไรนั้น ดูกรมธรรม์แล้ว สัญญาเขียนไว้ชัดเจนว่า ระยะเวลาเริ่มประกันวันที่ 3 พฤษภาคม ปีนั้น สิ้นสุดวันที่ 3 พฤษภาคม ปีถัดไป รถโดนปล้นไปจริง ไม่ใช่รายการอำ สัญญาประกันจึงมีผลบังคับ บริษัทหมดสิทธิ์เบี้ยว ต้องจ่ายให้เขาไป

ว่าแล้วศาลฎีกาก็ชูมือให้ นายของขลัง ชนะคดีไปอย่างเด็ดขาด

เห็นไหมว่า นายของขลัง ปวดหัวแค่ไหนที่ต้องมาค้าความ 3 ศาล เบ็ดเสร็จใช้เวลาแค่แป๊บเดียว คือ 10 ปีอานไหมละพี่น้อง

ที่แย่อีกอย่าง คือ ถ้า นายของขลัง ได้เงินจากบริษัทไวๆ ก็สามารถซื้อหารถคันใหม่ได้ในราคาใกล้เคียงกันโดยไม่ยาก เมื่อเวลาล่วงมาถึง 10 ปี คงลำบากที่จะซื้อรถใหม่ แย่ไหมละครับ

ข้อดีของการทำประกันท่านคงจะเห็น นายของขลัง ตัดสินใจปุ๊บ เซ็นสัญญาหมึกยังไม่ทันแห้ง รถโดนปล้นปั๊บ ได้รับการคุ้มครองทันที น่าเห็นใจเหมือนกัน คือ บริษัทประกัน ขณะแบมือรับเงินเบี้ยประกัน รถถูกปล้นไปแล้วโดยบริษัทไม่รู้ เลยต้องแพ้คดีจ่ายเงินให้เขาไป

ครับ เวลาเป็นเงื่อนไขสำคัญ สัญญาระบุไว้ซะด้วยว่าสิ้นสุดในวันที่ 3 พฤษภาคม เวลา 0.01 น. ว่ากันเป็นนาทีนั่นเทียว

สรุปจงเลือกบริษัทประกันที่พอไว้ใจได้ กัดฟันทำไว้เถอะครับในยามนี้ แม้จะอยู่ในวิสัยที่บริษัทประกันมันโยกโย้ ไม่อยากจ่ายเงิน ก็ถือซะว่าเป็นรสชาติของชีวิต เพิ่มประสบการณ์ตรงถ้าจะต้องหอบสังขารขึ้นโรงขึ้นศาล

“แล้วแพ้ขึ้นมา ไม่ได้เงินสักแดง จะว่ายังไงละพ่อคุณ ยุดีนัก…”

“ก็ซวยแต้ๆ น่ะสิ ผมจะไปว่ายังไง…”



------------------------------
เรื่องโดย : ณรงค์ นิติจันทร์
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2552
คอลัมน์ : รู้ไว้ใช่ว่า
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/S4dM3

Follow autoinfo.co.th