บทความ

DACIA DUSTER ครอสส์โอเวอร์แห่งอนาคต


ดาเซีย (DACIA) เปิดตัวรถแนวคิดคันแรกด้วยรุ่น ดัสเตอร์ (DUSTER) เป็นรถในรูปแบบครอสส์โอเวอร์แห่งอนาคต ที่ได้รับการพัฒนาจาก RENAULT DESIGN CENTERS ในบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย และ RENAULT DESIGN TECHNOCENTRE ใน GUYANCOURT ประเทศฝรั่งเศส

รูปทรงภายนอกออกแบบล้ำสมัย และเต็มเปี่ยมด้วยพลังการเคลื่อนไหว ภายในตอบสนองการใช้งานได้อย่างหลากหลาย จัดวางอุปกรณ์ไว้อย่างลงตัว

การออกแบบภายนอกโดดเด่น ด้วยรูปแบบประตูคู่แบบไร้เสาบีในด้านขวา และประตูเดี่ยวในด้านคนขับ ด้านหลังแปลกตาด้วยชุดไฟสัญญาณเป็นแนวเส้น พร้อมเปิดช่องให้กระแสลมสามารถไหลผ่านเหนือล้อออกไปด้านหลังได้อย่างรวดเร็ว ภายในห้องโดยสาร เน้นให้ดูโอ่โถง และปลอดโปร่ง ด้วยการใช้หลังคาแบบโปร่งแสง

ด้านคนขับเป็นประตูเดี่ยวที่ให้ความรู้สึกเป็นรถสปอร์ทคูเป ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นประตูแบบคู่เป็นรูปแบบของรถอเนกประสงค์ โดยประตูบานหลังใช้จุดหมุนด้านหลังปราศจากเสากลาง ที่มีช่องเปิดกว้างถึง 4,285 มม. เพื่อให้การขนสัมภาระเข้า/ออกห้องโดยสารสะดวกมากขึ้น

ดาเซีย ดัสเตอร์ เป็นรถคอมแพคท์ขนาดกะทัดรัด มีความสูง 1.49 ม. ฐานล้อยาว 2.80 ม. โอเวอร์แฮงหน้า/หลังค่อนข้างสั้น และมีความยาวรวม 4.25 ม. และความกว้าง 1.64 ม.

โดดเด่นด้วยการออกแบบกันชนหน้าทรงแปลกตา มีช่องรับลมแนวนอนถึง 2 ชั้น เพื่อประสิทธิภาพในการระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์ ช่องรับลมหน้าดูแปลกตา มีความกลมกลืนกับชุดโคมไฟหน้า ที่เป็นแนวยาวต่อเนื่องจากช่องรับลมโอบไปตามแนวบังโคลนหน้าจนถึงขอบประตูที่มุมเสากระจกหน้า

ตัวรถด้านนอกใช้สีเทา (ANTHRACITE GREY) โดยมีแนวกระจกรอบคัน ที่ดูต่อเนื่องเป็นชิ้นเดียว ด้วยการซ่อนเสาเอ และไม่มีเสากลางมากีดขวาง เพื่อเป็นการเน้นแนวคิดของการออกแบบ ดัสเตอร์ ให้โดดเด่นขึ้น

ด้านข้างของ ดัสเตอร์ เร้าใจด้วยล้ออลูมิเนียมอัลลอย 5 ก้าน ขนาด 21 นิ้ว พร้อมยางขนาด 245/35 ZR21 กระจกส่องหลังยึดติดกับขอบบนของกรอบประตูหน้า ส่วนด้านหลังดูดีด้วยปลายท่อไอเสียอลูมิเนียมทรงสี่เหลี่ยมคางหมู

แม้จะเป็นรถครอสส์โอเวอร์ แต่ก็มีรูปทรงที่ลู่ลม สามารถทำค่าสัมประสิทธิ์ความเสียดทานได้ถึง 0.30 ด้วยการออกแบบแนวเส้นข้างตัวรถ ที่ช่วยให้กระแสลมไหลลื่นไปตามตัวรถ จนพุ่งผ่านช่องท้ายรถไปอย่างรวดเร็ว ด้านบนหลังคาที่มีพื้นผิวเหมือนปีกอากาศยาน ได้ติดตั้งชุดไฟสัญญาณเป็นแนวยาว เพื่อช่วยจัดระเบียบกระแสลมไปสู่ท้ายรถได้อย่างรวดเร็ว

ภายใต้ฝากระโปรงหน้าเป็นเครื่องยนต์ดีเซล แบบหัวฉีดจ่ายตรง มีความจุสูงสุด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า และแรงบิด 24.5 กก.-ม. ที่ 2,000 รตน. ให้ประสิทธิภาพการเผาไหม้สูง โดยมีปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 139 กรัม/กม. และสามารถทำอัตราสิ้นเปลืองระดับ 18.9 กม./ลิตร ส่งกำลังขับเคลื่อนผ่านระบบถ่ายทอดกำลังแบบธรรมดา 6 จังหวะ

ภายในห้องโดยสาร สร้างอารมณ์ขรึมและหรูหรา ด้วยการใช้สีน้ำตาลเข้ม และสีน้ำเงินที่ลงตัว แสงสว่างที่ผ่านหลังคากระจกขนาดใหญ่ ช่วยให้ห้องโดยสารสว่างและดูมีชีวิตชีวาขึ้น เบาะนั่งด้านหน้าทรงโค้งบางแต่โอบกระชับ ให้ความสบายได้ตลอดการเดินทาง

คัสเตอร์ ยังคำนึงถึงความปลอดภัย โดยติดตั้งแอร์แบกในส่วนล่างของพวงมาลัย ทำให้มีเนื้อที่เหลือสามารถจัดจอแสดงผลไว้กึ่งกลางพวงมาลัยได้ และมีช่องเก็บของภายในแผงอุปกรณ์ ส่วนเบาะหลังมีระยะห่างจากพนักเบาะหน้าถึง 280 มม. ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถนั่งยืดขาได้อย่างสบาย

แผงอุปกรณ์ใช้สีแบบทูโทน ภายในมีช่องเก็บของขนาด 20 ลิตร นอกจากนั้นยังมีช่องเก็บของในช่องประตูทั้ง 2 ที่มีความจุถึงข้างละ 8 ลิตร มีช่องเก็บของที่ด้านหลังของพนักเบาะหลังขวาอีกด้วย ส่วนห้องเก็บสัมภาระหลังมีความจุถึง 470 ลิตร

เบาะนั่งทั้ง 4 สามารถตอบสนองการใช้งานประจำวันได้อย่างสบาย ทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้อย่างรวดเร็ว หากต้องการเนื้อที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ สามารถเลื่อนเบาะผู้โดยสารหน้าไปเก็บไว้ใต้เบาะคนขับ ทำให้มีเนื้อที่เก็บสัมภาระได้ถึง 2 ลูกบาศก์เมตรทีเดียว ด้วยการปรับเลื่อนเบาะเพื่อเพิ่มเนื้อที่ขนสัมภาระ ทั้งยังสะดวกสบายด้วยประตูไม่มีเสากลางในด้านขวา และมีสายรัดซ่อนไว้ใต้แผงอุปกรณ์จึงสามารถขนจักรยานเสือภูเขาได้อย่างสบาย

 



------------------------------
เรื่องโดย : อกนิษฐ์ ทัพภะสุต
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2552
คอลัมน์ : นานารถแนวคิด
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/thmmX

Follow autoinfo.co.th