บทความ

ไตรมาสแรก ลบ 33.4 %


แค่ผ่านไป 3 เดือนก็เริ่มจะมองเห็นอนาคตกันบ้างแล้ว ว่าตลาดรถยนต์ในประเทศไทยปี 2552 จะเป็นไปในทิศทางใด จากหลายปัจจัยลบที่บุกทะลุทะลวงฝ่าแนวต้านเข้ามาสยบกำลังซื้อของผู้บริโภคตั้งแต่ต้นปี ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องเศรษฐกิจโลก ปัญหาความสับสนวุ่นวายของสังคมการเมืองไทย ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบต่อวงจรการซื้อขายจำหน่ายรถยนต์ใหม่ทั้งสิ้น

ทำให้ตั้งแต่เดือนมกราคม จนถึงเดือนมีนาคม ที่เป็นช่วงไตรมาสแรกของปี ผลประกอบการของผู้จำหน่ายรถยนต์รุ่นใหม่ทุกประเภทในประเทศ ติดลบจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วไปถึง 33.4 % โดยมียอดจำหน่ายรวมกันที่ 107,774 คัน หายไปจากปีที่แล้วถึง 53,962 คัน

ตลาดที่มียอดการซื้อขายลดน้อยถอยลงไปมากที่สุด ได้แก่ ตลาดรถพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ จากที่จำหน่ายได้ในช่วง 3 เดือนแรกของปีที่แล้ว 5,208 คัน ช่วงเดียวกันของปีนี้จำหน่ายรวมกันไปได้เพียง 2,680 คัน ติดลบไปจากปีที่แล้วถึง 48.5 %

ทั้ง 7 บแรนด์ที่นำพิคอัพขับเคลื่อน 4 ล้อออกจำหน่าย ล้วนแล้วแต่ปิดยอดจำหน่ายไตรมาสแรกด้วยยอดที่ติดลบทั้งสิ้น โดยที่ โตโยตา ถึงจะยังคงสถานะความเป็นผู้นำตลาดไว้ได้โดยปราศจากคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อ แต่ก็มียอดจำหน่ายที่ติดลบไป 47.9 % ปี 2552 นี้มียอดจำหน่ายรถพิคอัพขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ 1,715 คัน เบอร์ 2 ของตลาดก็ยังไม่ดีพอที่จะเป็นคู่แข่งสำคัญของ โตโยตา ได้ อีซูซุ อยู่ในอันดับที่ 2 ของตลาด มียอดจำหน่าย 3 เดือนรวมกันที่ 627 คัน ติดลบไปจากปีที่แล้ว 37.2 % นิสสัน เกาะหนึบอยู่ในอันดับที่ 3 จำหน่ายไปได้เพียง 173 คัน ในช่วง 3 เดือนแรกติดลบไปถึง 52.7 % ส่วน มิตซูบิชิ จำหน่ายไปได้ 117 คัน ติดลบไป 63.8 % และ เชฟโรเลต์ ปิดยอดจำหน่าย 3 เดือนแรกที่ 18 คันเท่านั้น โดยจำหน่ายไปได้เท่ากับ ฟอร์ด แต่ฐานที่เก็บได้จากช่วง 3 เดือนแรกของปีที่แล้วมีอยู่น้อยกว่า ฟอร์ด จึงได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 5 เชฟโรเลต์ ติดลบไป 74.6 % ส่วน ฟอร์ด ติดลบไป 87.2 %

ตลาดที่ยอดจำหน่ายรวม 3 เดือนแรกของปีนี้ลดหายลงไปจาก 3 เดือนแรกของปีที่แล้วมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ก็ไม่ใช่อื่นไกล เป็นตลาดใหญ่ที่ถือเป็นตลาดแม่ของพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน4 ล้อนั่นเอง ตลาดรถพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ มียอดจำหน่ายรวมกันทั้งตลาดที่ 46,934คัน ติดลบไปจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 42.7 %

ตลาดนี้ อีซูซุ เริ่มฉีกตัวหนีห่างออกจาก โตโยตา ไปบ้างแล้ว จากที่ช่วง 3 เดือนแรกของปีที่แล้วอีซูซุ มียอดจำหน่ายนำหน้า โตโยตา อยู่แค่ไม่ถึง 100 คันดี ปีนี้ อีซูซุ ออกสตาร์ทได้ดีกว่า มียอดจำหน่ายรวม 3 เดือน 20,387 คัน ขณะที่ โตโยตา ทำได้เพียง 16,627 คัน

แต่ทั้งนี้ ยักษ์ใหญ่ยักษ์เล็กก็ล้วนแล้วแต่มียอดจำหน่ายที่ปรับตัวลดลงจากปีที่แล้วทั้งสิ้น โดยอีซูซุ ลดลง 33.3 % โตโยตา 45.5 % นิสสัน แซง มิตซูบิชิ มาอยู่ในอันดับ 3 ยอดจำหน่ายรวม 3,936 คัน ลดลงจากปีที่แล้ว 40.2 % มิตซูบิชิ จำหน่ายไป 1,993 คัน ลดลงมากที่สุดในกลุ่มผู้จำหน่ายรถพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ โดยลดลงถึง 71.5 % และ เชฟโรเลต์ มียอดจำหน่ายที่ 1,339 คัน ลดลง 57.0 %

ขณะที่ตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยังไปได้สวยพอสมควร ถึงจะมียอดจำหน่ายที่ปรับลดลงจาก 3 เดือนแรกของปีที่แล้วก็ตามที เพราะเป็นตลาดที่มีทางเลือกเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะรถยนต์สำหรับครอบครัวขนาดกลาง และขนาดเล็ก มีการเข้ามาทำตลาดมากขึ้นสำหรับรถยนต์จากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ขณะที่รถยนต์ขนาดใหญ่หรูหราราคาแพง ก็ยังมีเศรษฐีทั้งเก่าและใหม่ สนใจจับจองเป็นเจ้าของอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่ถึงกับซบเซาลงไปมากนัก

สำหรับตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ ตลาดนี้ปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 17.1 % มียอดจำหน่ายรวมกันที่ 42,626 คัน

โตโยตา ถึงแม้จะพลาดท่าเสียตำแหน่งแชมพ์ยอดจำหน่ายประจำเดือนไปบ้างในบางเดือน แต่ก็ยังประคับประคองให้อยู่ในตำแหน่งสุดยอดรถยนต์นั่งขวัญใจมวลชนได้เหมือนเดิม โดยมียอดจำหน่าย 3 เดือน อยู่ที่ 19,547 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 19.5 % ฮอนดา ที่บางเดือนเฉือน โตโยตา จำหน่ายได้มากกว่าขบวนรถเก๋งโมเดลต่างๆ ของ โตโยตา ไปได้บ้าง แต่ก็ในจำนวนที่ไม่มากมายเท่าใดนัก ทำให้ยอดจำหน่ายรวม 3 เดือนยังอยู่ในอันดับที่ 2

ฮอนดา จำหน่ายไป 17,250 คัน ลดลงจากปีที่แล้ว 10.0 % อันดับที่ 3 เป็นของ นิสสัน จำหน่ายได้มากกว่ารถเก๋งของ เชฟโรเลต์ ไม่ถึง 10 คัน อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันนี้ของปีที่แล้ว ทั้งคู่ทำผลงานได้ไม่แจ่มใสเท่าใดนัก โดยรถเก๋งของ นิสสัน มียอดจำหน่ายหดหายไป 46.1% ส่วนของ เชฟโรเลต์ หดหายไป 51.3 % ตลาดนี้เป็นที่น่าสนใจว่าในไตรมาสที่ 2 โอกาสที่บแรนด์หรูอย่าง เมร์เซเดส-เบนซ์ และบแรนด์เก่งจากมาเลเซีย ปโรตอน จะสอดแทรกเข้ามาอยู่ใน 5 อันดับรถยนต์นั่งขายดี ได้หรือไม่ โดยเฉพาะยอดจำหน่ายที่จะได้มาจากช่วงระหว่างงานมอเตอร์โชว์นั่นเอง

ตลาดรถยนต์ประเภทอื่นๆ ก็หนีไม่พ้นชะตากรรมเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นรถเอสยูวี เอมพีวีหรือรถยนต์ประเภทอื่นๆ ทั้งนี้รถเอสยูวี มียอดจำหน่ายติดลบจาก 3 เดือนแรกของปีที่แล้ว32.2 % มียอดจำหน่ายที่ 7,160 คัน รถเอมพีวี 27.6 % ยอดจำหน่าย 3 เดือนแรกของปีนี้
1,357 คัน

เฉพาะเดือนมีนาคมเดือนเดียว รถยนต์ประเภทต่างๆ ที่เป็นรถใหม่ป้ายแดงในบ้านเรามีการซื้อขายกันรวมทั้งสิ้น 41,328 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคม ปีที่แล้ว 37.8 % โตโยตา จำหน่ายได้มากที่สุดเป็นอันดับ 1 จำหน่ายไปทั้งสิ้น 16,754 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 40.5 % ตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยรถยนต์ หรือจำเพาะเจาะจงลงไปว่าเป็นรถยนต์เพื่อการพาณิชย์จากค่ายอีซูซุ จำหน่ายได้ทั้งสิ้น 8,761 คัน ได้ส่วนแบ่งตลาดไป 21.2 % อันดับที่ 3 เป็นรถยนต์จากค่าย ฮอนดา จำหน่ายรถใหม่รวมกันได้ 7,244 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 17.5 % อันดับที่ 4เป็นรถยนต์ค่าย นิสสัน จำหน่ายได้รวมทั้งสิ้น 2,096 คัน รับส่วนแบ่งตลาดไป 5.1 % และอันดับที่ 5 เป็นผลงานของค่าย มิตซูบิชิ มียอดจำหน่ายทั้งเดือนที่ 1,997 คัน ได้ส่วนแบ่งตลาด 4.8 %

ในบรรดาตลาดรถยนต์ประเภทต่างๆ ที่แบ่งเป็นหมวดหมู่หลักๆ ได้เป็นตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล, รถพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ, พิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ, รถเอสยูวีและรถเอมพีวีนั้น เดือนมีนาคมที่ผ่านไป โตโยตา โดนซิวตำแหน่งแชมพ์ยอดจำหน่ายประจำ
เดือนไป 2 ตลาด ได้แก่ ตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ที่มียอดจำหน่ายรวม 15,679 คัน ในเดือนมีนาคม โตโยตา พลาดท่าเสียทีให้กับทัพรถยนต์จากค่าย ฮอนดา ไปอีกครั้งหนึ่ง โดยที่ฮอนดา จำหน่ายไปได้ทั้งสิ้น 6,760 คัน กวาดส่วนแบ่งการตลาดไป 43.1 % ขณะที่ทัพรถเก๋งใหม่ป้ายแดงของ โตโยตา มีผู้จับจองเป็นเจ้าของไป 6,549 คัน ได้ส่วนแบ่งตลาดไป 41.8 %รถยนต์นั่งจากค่าย เชฟโรเลต์ มีผู้นำออกจากโชว์รูมไปทั้งสิ้น 537 คัน มียอดจำหน่ายเป็นอันดับ 3 คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 3.4 %

สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจาก นิสสัน จำหน่ายได้เป็นอันดับที่ 4 ด้วยยอดทั้งสิ้น 392 คัน ได้ส่วนแบ่งตลาด 2.5 % และอันดับที่ 5 เป็นอีกครั้งหนึ่งสำหรับรถยนต์จากค่ายดาวสามแฉกเมร์เซเดส-เบนซ์ จำหน่ายไป 371 คัน รับส่วนแบ่งตลาด 2.4 %

อีกตลาดหนึ่งที่ โตโยตา ยังทวงความเป็นผู้นำไม่สำเร็จ ได้แก่ ตลาดรถพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน2 ล้อ เดือนนี้ตำแหน่งแชมพ์เป็นของ อีซูซุ อีกครั้งหนึ่ง ด้วยยอดจำหน่าย 7,499 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 40.9 % โตโยตา เข้ามาเป็นอันดับ 2 ด้วยยอด 6,950 คัน ส่วนแบ่งตลาด 37.9 %นิสสัน ผูกขาดตำแหน่งที่ 3 ในเกือบทุกตลาด ตลาดนี้ก็เช่นกัน จำหน่ายไป 1,605 คัน ได้ส่วนแบ่งตลาด 8.8 % อันดับที่ 4 เป็น มิตซูบิชิ 808 คัน ส่วนแบ่งตลาด 4.4 % และอันดับที่ 5 เป็นของ เชฟโรเลต์ จำหน่ายไปทั้งสิ้น 553 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 3.0 %

ยอดจำหน่ายทั้งตลาดเดือนมีนาคม สำหรับตลาดนี้อยู่ที่ 18,333 คัน

ส่วนตลาดที่เหลือเป็นตลาดที่ โตโยตา ผูกขาดตำแหน่งแชมพ์ล่วงหน้าอย่างแน่นอน เพราะมียอดจำหน่ายที่นำโด่งในแต่ละตลาด จนยากที่จะหาคู่แข่งอื่นมาเทียบเคียงได้ ตลาดรถพิคอัพ1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ ยอดจำหน่ายเดือนมีนาคม 1,075 คัน โตโยตา จำหน่ายไปได้อีก 681 คันคิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 63.3 % ตามด้วย อีซูซุ 265 คัน ส่วนแบ่งตลาด 24.7 % มิตซูบิชิ 67 คัน ส่วนแบ่งตลาด 6.2 % นิสสัน 40 คัน ส่วนแบ่งตลาด 3.7 % และ ฟอร์ด 15 คัน ส่วนแบ่งตลาด 1.4 %

ตลาดรถเอสยูวี โตโยตา จำหน่ายไปอีก 1,249 คัน ส่วนแบ่งตลาด 43.6 % แต่อันดับ 2 ถึงอันดับ4 ต้องลุ้นกันหน่อยระหว่าง ฮอนดา, มิตซูบิชิ และอีซูซุ เดือนมีนาคม ฮอนดา จำหน่ายได้ 484คัน ส่วนแบ่งตลาด 16.9 % มิตซูบิชิ 463 คัน ส่วนแบ่งตลาด 16.1 % อีซูซุ 447 คัน ส่วนแบ่งตลาด 15.6 %

และตลาดรถเอมพีวี โตโยตา กวาดยอดจำหน่ายไป 394 คัน จากยอดจำหน่ายทั้งสิ้น 520 คันในเดือนมีนาคม

นอกจากยอดจำหน่ายรถยนต์ในระหว่างงานมอเตอร์โชว์ ที่จะมาออกยอดกันอย่างจริงๆ จังในเดือนเมษายน น่าสนใจที่ว่าบรรดาผู้จำหน่ายรถยนต์ต่างๆ จะมีกลเม็ดเด็ดพรายอะไรออกมาดึงดูดความสนใจผู้ใช้รถในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ที่เป็นช่วงที่มีวันหยุดยาว และเป็นช่วงของการเริ่มต้นปีการศึกษาใหม่ ที่ผู้ปกครองจำนวนมากต้องใช้สอยเงินตราหมดไปกับการศึกษาเล่าเรียนของกุลบุตร และกุลธิดาทั้งหลาย ถือเป็นช่วงที่ผู้ซื้อจะชะลอกำลังซื้อกันอีกครั้งหนึ่งในรอบปี แล้วยอดจำหน่ายจากช่วงงานดังกล่าว จะรั้งให้ผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 ดีขึ้นหรือลดลงมากน้อยเพียงไร ต้องดูกันต่อไป

เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนมีนาคม ปี 52 กับ 51
ตลาดโดยรวม – 37.8 %
รถยนต์นั่ง – 23.4 %
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ – 46.8 %
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ – 49.7 %
รถขับเคลื่อน 4 ล้อ -34.9%
รถอเนกประสงค์ -20.9%
เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ประจำเดือนมกราคม – มีนาคม ปี 52 กับ 51
ตลาดโดยรวม -33.4%
รถยนต์นั่ง -17.1%
กระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ -42.7%
กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ -48.5%
รถขับเคลื่อน 4 ล้อ -32.2%
รถอเนกประสงค์ -27.6%


------------------------------
เรื่องโดย : ขุนสัญจร
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2552
คอลัมน์ : วิถีตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/0KjvW
อัพเดทล่าสุด
10 Sep 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,090,000
2.
2,229,000
3.
779,000
4.
3,590,000
6.
1,316,000
7.
1,749,000
8.
1,699,000
10.
3,299,000
11.
5,399,000
12.
6,799,000
13.
3,249,000
14.
4,980,000
15.
53,500,000
17.
3,600,000
18.
13,339,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th