บทความ

ลำโพงประเภทต่างๆ กับการตอบสนองความถี่


ความถี่ ส่วนประกอบสำคัญในการฟังดนตรี ครั้งนี้เราจะมากล่าวถึง ประเภทของลำโพง กับการตอบสนองความถี่ ซึ่งนำมาอ้างอิงในการเซทชุดลำโพง และนำมาใช้งานเพื่อฟังดนตรีแนวต่างๆ ได้อย่างมีทิศทางมากขึ้น

ประเภทลำโพง

คงจะพอจำกันได้ กับลำโพงประเภทต่างๆ และวัสดุกรวย ที่เคยนำเสนอกันไปแล้ว ครั้งนี้ผมจะอธิบายเป็นยูนิท โดยคำนึงถึงขนาด และการใช้งานของดอกลำโพงเป็นหลัก

ทวีเตอร์ : ลำโพงเสียงแหลม มีขนาด 3/4″-2″ ออกแบบมาให้ตอบสนองความถี่สูง ขึ้นได้ถึง 20,000 HZ บางค่ายตอบสนองได้มากกว่านั้น ที่สำคัญ คือ แต่ละค่ายจะผลิตให้ทวีเตอร์ตอบสนองความถี่ได้ช่วงกว้าง คือ ลงในเสียงกลางได้มากขึ้น เช่น 1,500-20,000 HZ ข้อควรระวัง หากปล่อยความถี่เสียงกลางต่ำเข้าไปในทวีเตอร์ อาจทำให้เกิดความเสียหายได้

มิดเรนจ์ : ลำโพงเสียงกลาง มีขนาด 3″-4″ ออกแบบมาให้ตอบสนองความถี่กลาง อีกทั้งขึ้นได้ในความถี่เสียงแหลม แต่รายละเอียดของเสียงน้อยกว่าทวีเตอร์ เช่นกัน แต่ละค่ายออกแบบให้ตอบสนองความถี่ในช่วงกว้าง เช่น 500-10,000 HZ ข้อควรระวัง หากปล่อยความถี่เสียงเบสส์เข้าไปในลำโพงมิดเรนจ์ อาจเกิดความเสียหาย หากปล่อยความถี่เสียงแหลมเข้าไปก็จะผิดเพี้ยนได้

มิดเบสส์ : ลำโพงเสียงกลาง/เบสส์ 4″-6 1/2″ ตอบสนองความถี่ในช่วงเสียงเบสส์สูงถึงเสียงกลาง โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 200-8,000 HZ ข้อควรระวัง หากปล่อยความถี่เสียงเบสส์เข้าไป อาจทำให้ลำโพงเสียหาย และไม่ควรปล่อยความถี่เสียงแหลมเข้าไป

วูเฟอร์ : ลำโพงเสียงกลาง/เบสส์ 5″-8″ ตอบสนองความถี่ในช่วงเดียวกับลำโพงมิดเบสส์ แต่ออกแบบมาให้ลงได้ลึกกว่าประมาณ 50-5,000 HZ ข้อควรระวังหากปล่อยความถี่เสียงเบสส์ลึกๆ เข้าไป อาจทำให้ลำโพงเสียหาย และไม่ควรปล่อยความถี่เสียงแหลมเข้าไป

ซับวูเฟอร์ : ลำโพงสำหรับเสียงเบสส์โดยเฉพาะ มีขนาด 8″-15″ สามารถลงได้ลึกที่ความถี่ต่ำๆ 20-2,000 HZ ทนวัตต์ได้สูง และควรติดตั้งในตู้สูตร ที่สำคัญ ไม่ควรปล่อยความถี่เสียงกลาง และเสียงแหลมเข้าไป เพราะจะเกิดความผิดเพี้ยนได้

หมายเหตุ : ค่าความถี่ของลำโพงแต่ละประเภท เป็นตัวเลขอ้างอิง ขึ้นอยู่กับการออกแบบ วัสดุที่ใช้ และขนาดของกรวยลำโพงเป็นสำคัญ ให้ดูจากแมนวลซึ่งทดสอบแล้วจากโรงงานผู้ผลิต

การตัดความถี่

ลำโพงเสียงกลาง/แหลม ที่รู้จักกันดี คือ ประเภท แยกชิ้น/โคแอกเซียล 2 ทาง จะประกอบด้วยชุดลำโพง มิดเรนจ์/มิดเบสส์/วูเฟอร์ กับทวีเตอร์ มีตัวตัดความถี่เป็นพาสสีฟ ครอสส์โอเวอร์ จุดตัดความถี่กลาง/แหลมของแต่ละค่าย จะไม่เท่ากัน เช่น 2,500/3,000/3,500/4,000/4,500/5,000 HZ เพื่อให้ช่วงความถี่แบ่งไปอยู่ที่ตัวทวีเตอร์ หรือตัวเสียงกลาง/เบสส์มากกว่ากัน ที่สำคัญ ไม่ควรให้ลำโพงเสียงกลาง/เบสส์ทำงานในช่วงความถี่ต่ำมากๆ เพราะอาจเกิดความเสียหายได้ โดยทั่วไปตัดที่ 100-250 HZ

ลำโพงเสียงเบสส์ หรือซับวูเฟอร์ สามารถปล่อยความถี่ต่ำได้สุด ส่วนด้านบนควรตัดได้สอดคล้องกับลำโพงกลาง/เบสส์ เช่น 100/150/200/250 HZ เพื่อให้ความถี่ไปรับกันพอดี ดนตรีในช่วงนั้นก็จะไม่ขาดหายไป

ลำโพงแยกชิ้น/โคแอกเซียล 3 ทาง ประกอบด้วย วูเฟอร์/มิดเรนจ์/ทวีเตอร์ ในปัจจุบันไม่ค่อยได้เห็นกัน กล่าวง่ายๆ ก็เหมือนลำโพงแยกชิ้น 2 ทาง ที่มีซับวูเฟอร์เพิ่มมาให้ด้วย แต่มีขนาด 6″-8″ และ 6″x9″ เท่านั้น จึงลงได้ไม่ลึกเท่ากับซับวูเฟอร์ และอัดเล่นได้ไม่เต็มที่มากนัก

การตัดความถี่แบบ QUAD-AMPS หรือ 4 ช่วงความถี่ จะใช้ลำโพงซับวูเฟอร์/มิดเบสส์/มิดเรนจ์/ทวีเตอร์ เพื่อตอบสนองความถี่ในแต่ละช่วง แม้จะเป็นระบบที่ยาก แต่หากเลือกความถี่ได้เหมาะสม ก็ให้อรรถรสได้อย่างดี เช่นตัดความถี่ที่ 200/1,250/6,300 HZ

หมายเหตุ : การเลือกจุดตัดความถี่ ต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพการตอบสนองความถี่ของลำโพงแต่ละประเภท เพื่อให้ได้คุณภาพเสียงสูงสุด และไม่เกิดความเสียหายกับดอกลำโพง

ประเภทเครื่องดนตรี

เครื่องดนตรีนั้นมีหลายประเภท โดยเฉพาะวงดนตรีประเภทออร์เคสตรา หรือแนวดนตรีคลาสสิคต่างๆ ซึ่งมีเครื่องเป่าหลายประเภท ส่วนดนตรีสากลทั่วไป เครื่องดีด เครื่องตี และอุปกรณ์อีเลคทรอนิค แต่ที่จะกล่าวถึงเป็นชิ้นดนตรีหลักๆ 4 ชิ้น คือ กีตาร์ เบสส์ กลอง คีย์บอร์ด รวมถึงเสียงร้อง ประกอบในแนวดนตรีที่ฟังกันอยู่ทั่วไป

กีตาร์ : เครื่องดีดสุดฮิต มี 6 สาย 18/20/21/22/24 เฟรท สายแต่ละเส้น เฟรทแต่ละช่องให้ความถี่ไม่เท่ากัน ใช้เป็นริธึม คอร์ด และโซโล เล่นเป็นตัวโนทมีความถี่ประมาณ 160-4,000 HZ จับคอร์ดมีความถี่ประมาณ 80-2,500 HZ โดยการใส่เอฟเฟคท์ไม่ทำให้ความถี่เปลี่ยนแปลง ยกเว้น ตัวเพิ่ม/ลดออคเทฟเสียง

เบสส์ : เครื่องดีดเสริมจังหวะ และทำให้ริธึมมีสีสันมากขึ้น เดิมทีมี 4 สาย ปัจจุบันมี 5/6 สายออกมา จำนวนเฟรทเหมือนกับกีตาร์ แต่สายมีขนาดใหญ่กว่า ให้ความถี่ในช่วง 40-1,250 HZ (เบสส์ 4 สาย)

คีย์บอร์ด : เครื่องกดที่สร้างสีสันได้หลากหลาย เพราะนำเสียงต่างๆ บันทึกเข้าไปได้มากมาย ตั้งแต่เพียโน ซินเธไซเซอร์ เสียงกลอง และเสียงแปลกๆ ต่างๆ อย่างเสียงสัตว์ ให้ความถี่ในช่วง 63-3,150 HZ (61 คีย์ มาตรฐาน) การปรับเป็นเสียงต่างๆ ไม่ทำให้ความถี่เปลี่ยนแปลง ยกเว้นตัวปรับยก หรือลดเสียง

กลอง : เครื่องตีควบคุมจังหวะ เป็นหัวใจหลักของดนตรี และความถี่ โดยกลองชุดมาตรฐาน 5 ใบ ประกอบด้วย สแนร์, ทอม 2 ใบ, บาเรลดรัม, คิคดรัม, ไฮ-แฮทส์ และแฉ ให้ความถี่ในช่วง 40-16,000 HZ ความถี่หลักเป็นสแนร์ 160-630 HZ คิคดรัม 40-100 HZ ไฮ-แฮทส์ 14″ 4,000-16,000 HZ แฉ 16″ 400-3,150 HZ (อาจเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับรุ่นกลอง และขนาดของอุปกรณ์แต่ละชิ้น)

เสียงร้อง : แบ่งเป็น 3 ช่วง คือ เสียงร้องต่ำมีความถี่ประมาณ 250-500 HZ เสียงร้องกลางที่เป็นเสียงร้องทั่วไปมีความถี่ประมาณ 630-1,000 HZ และเสียงร้องสูงมีความถี่ประมาณ 2,000-4,000 HZ

แนวดนตรี กับความถี่

ปัจจุบันการจำแนกแนวดนตรี แตกย่อยไปหลากหลาย แต่ขอยกตัวอย่างแนวหลักๆ ดังนี้

รอค : เน้นความหนักหน่วงทุกเสียง ทั้งเบสส์ กลอง โซโล เสียงร้อง บูลส์ : เน้นรีธึม เบสส์ และเสียงร้อง แจซซ์ : เน้นความกลมกลืนกันทุกชิ้น และโชว์แต่ละชิ้น พอพ : ฟังสบาย เน้นเสียงร้องเป็นหลัก แดนซ์ : มีจังหวะหนักต่อเนื่องไปเรื่อย กับซาวน์ดแปลก

คลาสสิค : เน้นการถ่ายทอดที่เป็นธรรมชาติ ทั้งเครื่องสี หรือเพียโน ฮิพฮอพ : มีจังหวะกระชับ เน้นเสียงร้องต่อเนื่อง

ดังนั้นหากต้องการทราบว่า ดนตรีประเภทใดให้ความถี่ในช่วงใด พิจารณาได้จากเครื่องดนตรีที่ใช้ และเสียงร้อง ซึ่งโดยทั่วไปครอบคลุมช่วงความถี่ 40-16,000 HZ แต่ที่สำคัญต้องทราบถึงเครื่องดนตรีหลักในแต่ละแนว เพื่อเลือกชุดลำโพงให้ตอบสนอง และปรับแต่งเสียงได้ตรงจุด ก็จะได้รายละเอียดที่สมจริง และครบถ้วน

บทสรุป

เครื่องดนตรีเป็นแหล่งกำเนิดความถี่ ส่วนชุดลำโพงเป็นตัวตอบสนองความถี่ การเลือกให้แมทชิงกันเป็นเรื่องยาก แต่การออกแบบระบบเสียง ให้ครอบคลุมช่วงความถี่เป็นเรื่องที่ง่ายกว่า สิ่งที่ต้องคำนึงถึงสำหรับระบบ คือ ช่วงการตอบสนองและจุดตัดความถี่ ที่ไม่ทำให้ชิ้นดนตรีหลักขาดหาย ส่วนประสิทธิภาพลำโพงจะช่วยให้ได้รายละเอียด และมีอรรถรสมากขึ้น



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2552
คอลัมน์ : พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/u6PIV
อัพเดทล่าสุด
10 Sep 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,090,000
2.
2,229,000
3.
779,000
4.
3,590,000
6.
1,316,000
7.
1,749,000
8.
1,699,000
10.
3,299,000
11.
5,399,000
12.
6,799,000
13.
3,249,000
14.
4,980,000
15.
53,500,000
17.
3,600,000
18.
13,339,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th