บทความ

ชเตฟาน เมอบีอุส รองประธาน บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด


ฟอร์มูลา : คุณเริ่มทำงานกับ เมร์เซเดส-เบนซ์ ตั้งแต่เมื่อไร ?

เมอบีอุส : ตั้งแต่ปี 2531 เริ่มด้วยการเป็นที่ปรึกษาฝ่ายขายที่ฟรังค์ฟวร์ท เยอรมนี ต่อมาย้ายไปเป็นผู้จัดการฝ่ายฝึกอบรม ภูมิภาคละตินอเมริกา ผู้จัดการฝ่ายขายกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่อาร์เจนตินา ผู้จัดการทั่วไปแผนกฝึกอบรมของ ไดมเลร์ไครสเลอร์ และผู้จัดการฝ่ายขายแผนก DIRECT SALES TO EMPLOYEES เยอรมนี ก่อนที่จะมารับตำแหน่งในประเทศไทย

ฟอร์มูลา : คุณคาดว่าสถานการณ์ของอุตสาหกรรมรถยนต์โลกในปีนี้จะเป็นอย่างไร ?

เมอบีอุส : สถานการณ์ของอุตสาหกรรมรถยนต์ของโลกได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจอย่างหนัก โดยเฉพาะบิกธรี ซึ่ง ไดมเลร์ไครสเลอร์ ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ต่อจากนี้ไปการทำงานในด้านต่างๆ คงต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น รวมถึงบริษัทผู้ผลิตทั้งหลายก็จะมีการลดกำลังการผลิตลงอย่างแน่นอน

ฟอร์มูลา : สำหรับประเทศไทยจะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง ?

เมอบีอุส : สำหรับรถหรูถือว่าไม่ได้ส่งผลกระทบมากเท่าใดนัก

ฟอร์มูลา : ที่ว่าไม่กระทบเป็นเพราะเหตุใด ?

เมอบีอุส : ตลาดรถหรูในเมืองไทยไม่ใหญ่มาก ยอดขายปีละไม่เกิน 10,000 คัน สำหรับ เมร์เซเดส-เบนซ์ ในปี 2543 มีสัดส่วนการตลาดเพียง 20 % จนกระทั่งปัจจุบันมีถึง 50 % จึงถือว่าไม่ได้กระทบมากนัก ซึ่งในอนาคตบริษัท ฯ ก็ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อป้องกันส่วนแบ่งนี้ไว้ รวมถึงต้องมีความเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของบแรนด์ด้วย

ฟอร์มูลา : คุณคิดว่าเป็นเพราะเหตุใด เมร์เซเดส-เบนซ์ จึงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เมื่อเปรียบเทียบกับรถหรูบแรนด์อื่น ?

เมอบีอุส : เป็นผลมาจากนำผลิตภัณฑ์ที่ตลาดต้องการ ทั้ง อี-คลาสส์ ซี-คลาสส์ และเอส-คลาสส์ ที่ประกอบในประเทศ และสามารถทำราคาได้ดี นอกจากนี้ยังได้เปรียบเรื่องเครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ และที่สำคัญ การทำงานยังเน้นทีมเวิร์คของกลุ่มบริษัท เมร์เซเดส-เบนซ์ ในประเทศไทย รวมถึงเครือข่ายดีเลอร์ทั้งหมด และลีซิง และในอนาคตจะเน้นเรื่องการบริการหลังการขายให้มากยิ่งขึ้น

ฟอร์มูลา : คุณเตรียมแผนงานและนโยบายด้านการตลาดและการขายไว้อย่างไรบ้าง ?

เมอบีอุส : ปกติทุกปีบริษัท ฯ จะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดเสมอ รวมถึงการจัดกิจกรรมด้านต่างๆ ให้แก่ลูกค้า เช่น การทดสอบ คาราวานท่องเที่ยว และจัดกิจกรรมฝึกทักษะขับขี่ปลอดภัยขั้นสูง “MERCEDES-BENZ DIRVING EXPERIENCE” โดยปีนี้จะเน้นจัดกิจกรรมให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้ลูกค้าได้รู้ถึงฟังค์ชันต่างๆ ของรถว่าเหมาะสมกับตนเองหรือไม่ หลังจากนั้นจะให้พนักงานขายที่ผ่านการอบรมระดับสูงติดตามลูกค้าต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกที่ดีต่อบแรนด์ และบริษัท ฯ โดยจะมีการตรวจสอบวัดผลพนักงานในการติดตามลูกค้าด้วย

ฟอร์มูลา : คุณวางเป้าหมายของยอดขายปีนี้ไว้อย่างไร ?

เมอบีอุส : ปี 2551 ที่ผ่านมา เป็นที่น่ายินดีว่า เมร์เซเดส-เบนซ์ สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดได้สูงสุดเป็นที่หนึ่งทุกเซกเมนท์ของรถยนต์หรู คือ ซี-คลาสส์ สามารถทำยอดจำหน่ายได้สูงสุด 1,714 คัน ตามด้วย อี-คลาสส์ ยอดจำหน่าย 1,512 คัน และ เอส-คลาสส์ จำหน่ายได้ 467 คัน โดยมีส่วนแบ่งการตลาดที่ร้อยละ 58.1, 59.2 และ 72.1 ตามลำดับ

ส่วนปีนี้ เมร์เซเดส-เบนซ์ มีนโยบายเชิงรุกทางการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายและให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยจะคัดสรร เมร์เซเดส-เบนซ์ รุ่นต่างๆ เข้ามาเสริมตลาด ทั้งนี้เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าให้ตรงเป้าหมายมากขึ้น รวมถึงรถยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่ง เมร์เซเดส-เบนซ์ ให้ความสำคัญภาวะโลกร้อน

บริษัท ฯ ยังคงให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี เอนจีที (NGT) ซึ่งเป็นรถยนต์พลังงานทางเลือก คือ เมร์เซเดส-เบนซ์ อี 200 คอมเพรสเซอร์ เอนจีที โดยผู้บริโภคสามารถเลือกใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้ ทั้งน้ำมันเบนซิน หรือแกสธรรมชาติ และเป็นที่น่ายินดีว่าผู้บริโภคให้การตอบรับรถยนต์ อี 200 เอนจีที เป็นอย่างดี นับตั้งแต่เข้ามาทำตลาดในไทย เห็นชัดได้จากตัวเลขยอดจำหน่ายของ อี 200 เอนจีที จะมียอดขายสูงเป็นอันดับ 1 กว่า 50 % ของรถหรูระดับ อี-คลาสส์ ทั้งหมด

ในไตรมาสแรกนี้จะนำเสนอผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ อาทิ เมร์เซเดส-เบนซ์ อี 220 ซีดีไอ คลาสสิค/อี 230 2.5 สปอร์ท พรีเมียม เอดีชัน และ เอมแอล 280 ซีดีไอ รุ่นสปอร์ท

อย่างไรก็ดี บริษัท ฯ ยังคงเน้นรถยนต์ประกอบในประเทศทุกเซกเมนท์ โดยเฉพาะ เมร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น เอส 500 ลองวีล เบส ซึ่งเป็นรถธงล่าสุดของ เอส-คลาสส์ ที่เพิ่งออกสู่ตลาดไปเมื่อปลายปีที่แล้ว และเป็นครั้งแรกในไทยของรถคุณภาพระดับ เอส-คลาสส์ ที่ประกอบขึ้นในโรงงานประเทศไทย ภายใต้คุณภาพและมาตรฐานกระบวนการผลิตเทียบเท่าคุณภาพ เมร์เซเดส-เบนซ์ ทั่วโลก จนเป็นที่ยอมรับจากสำนักงานใหญ่ประเทศเยอรมนี

ส่วนยอดขายปีนี้ บริษัท ฯ ไม่กล้าที่จะคาดการณ์หรือตั้งเป้า เพราะจากสถานการณ์ของตลาดในหลายๆ ด้าน ทำให้ไม่อยากพูดล่วงหน้า แต่สิ่งที่ต้องทำ คือ บริษัท ฯ และดีเลอร์ต้องทำให้ถึงเป้าหมายที่ดีที่สุด คือ พยายามรักษาตำแหน่งการเป็นผู้นำอันดับ 1 ไว้ให้ได้

ฟอร์มูลา : คุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับรถพลังงานทดแทนที่ใช้น้ำมันแกสโซฮอล อี 85 ?

เมอบีอุส : ในกลุ่มรถ เมร์เซเดส-เบนซ์ ปัจจุบันยังไม่มีการผลิตรถรุ่นใดที่ใช้พลังงาน อี 85 แต่จะมีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น ไฮบริด FUEL CELL ที่ได้ผลิตออกจำหน่ายแล้ว แต่เป็นรถพวงมาลัยซ้าย สำหรับรถพวงมาลัยขวา ต้องพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในตลาด แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องพิจารณา คือ เรื่องของคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงว่าได้หรือไม่ เนื่องจากรถประเภทนี้ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงคุณสมบัติสูง โดยองค์ประกอบนี้จะเป็นข้อพิจารณาในการนำรถเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย

ฟอร์มูลา : คุณมองว่าตลาดในประเทศไทย เมร์เซเดส-เบนซ์ มีจุดอ่อน จุดแข็งในด้านใด ?

เมอบีอุส : หากมองในแง่ความสำเร็จ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของ เมร์เซเดส-เบนซ์ มีอยู่หลายประการ สิ่งแรก คือ คนที่ขับรถ เมร์เซเดส-เบนซ์ มักจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ มีชีวิตและหน้าที่การงานที่ดี สอง เมร์เซเดส-เบนซ์ สามารถคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้มากที่สุด นั่นคือ ทำให้มีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่าร้อยละ 50 และที่สำคัญที่สุด คือ การทุ่มเทการทำงานของดีเลอร์ทั่วประเทศ

ส่วนจุดอ่อนนั้น ทุกแห่งย่อมจะมีจุดอ่อนที่จะต้องแก้ไข และต้องทำให้ดีที่สุด สำหรับผมเมื่อเริ่มต้นปีใหม่ ทุกอย่างจะถูกเซทศูนย์ และตลอดช่วงที่รับผิดชอบในประเทศไทยจะเน้นความสำคัญในการติดต่อกับลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น

ฟอร์มูลา : จะมีการพัฒนาและขยายตัวแทนจำหน่ายเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ ?

เมอบีอุส : ปัจจุบัน เมร์เซเดส-เบนซ์ มีตัวแทนจำหน่าย 32 แห่ง แบ่งเป็น กรุงเทพ ฯ 16 แห่ง และต่างจังหวัด 16 แห่ง บริษัท ฯ มองว่าเพียงพอ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี จึงไม่จำเป็นต้องเพิ่มตัวแทนจำหน่าย แต่จะมีการพัฒนาคุณภาพ ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโชว์รูม ศูนย์บริการ ให้มีคุณภาพมาตรฐานดียิ่ง

ฟอร์มูลา : คุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับผู้นำเข้าอิสระ ?

เมอบีอุส : ตลาดผู้นำเข้าอิสระ บริษัท ฯ ไม่สามารถที่จะไปปิดกั้นได้ เพราะเราทำการค้าตลาดเสรี อย่างไรก็ตามบริษัท ฯ ก็ยังจับตาดูผู้นำเข้าอิสระอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัท ฯ ยังมีความมั่นใจว่า บริษัทแม่ต้องดีกว่า และเหนือกว่า เพราะบริษัท ฯ มีรถที่ผลิตในประเทศ ซึ่งจะทำราคาได้ดีกว่า และคงได้แต่แนะนำให้ลูกค้าพิจารณาถึงอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่เติมมากับรถว่าตรงสเปคหรือไม่ แต่ท้ายที่สุดการได้รับการรับรอง การดูแลรักษา และการบริการหลังการขาย ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการจะทำได้ดีกว่า



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน เมษายน ปี 2552
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/BVtnK
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง