บทความ

เมร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาสส์ ใหม่ จาก “กลม” เป็น “คมคาย” หมายท้ากาลเวลา


ในงานมหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์ เมื่อต้นปี เมร์เซเดส-เบนซ์ เผยโฉมรถยนต์หรูหราขนาดกลางยอดนิยม โฉมใหม่ล่าสุด คือ อี-คลาสส์ โมเดลเชนจ์ และอีกไม่นานนัก เชื่อว่าบรรดาเสี่ยเล็กเสี่ยใหญ่ในบ้านเรา คงได้ยลโฉมกันเป็นแน่ การหวนกลับไปนิยมชมชอบเหลี่ยมสันอีกครั้ง ทิ้งความโค้งมนไว้เบื้องหลัง ตามแนวทางการออกแบบของ เมร์เซเดส-เบนซ์ ยุคใหม่ นักออกแบบของเราคิดเห็นอย่างไร น่าสนใจเป็นที่สุด

ฟอร์มูลา : เห็น อี-คลาสส์ ใหม่แล้วรู้สึกอย่างไร ?

คมกฤช : เส้นสายคมคายขึ้นนะ

ภัทรกิติ์ : ในมุมมองของผมมันเป็น เบนซ์ ฯ ที่อนุรักษนิยม ทั้งสัดส่วน รูปทรง ไม่มีอะไรผิดเลยในรถคันนี้ ทุกอย่างถูกกำหนดอยู่ในกรอบของความเป็น อี-คลาสส์ อยู่แล้ว เพียงปรับเส้นสายให้มีสิ่งที่ในอดีตไม่เคยมี คือ “ความคม”

คมกฤช : ซึ่งมันเริ่มคมมาตั้งแต่ ซี-คลาสส์ และ จีแอลเค ที่เรียกว่า แองกิวลาร์ เชฟ (ANGULAR SHAVE)

ภัทรกิติ์ : คมกริบเลยครับรถคันนี้ เหมือนใช้ตะไบแต่งขึ้นมา รุ่นก่อนหน้านี้ทุกอย่างมันมน มันเนียนมือไปหมด

ฟอร์มูลา : ยังยึดไฟคู่อยู่ แต่ไม่กลมแล้ว ?

ภัทรกิติ์ : มันกลายเป็น คอร์พอเรท ฟอร์ม ของ เบนซ์ ฯ ยุคใหม่

ฟอร์มูลา : หมายถึง ความคมใช่ไหม ไฟหน้าจาก “กลม” เลยต้องออกแบบเป็น “คม” ด้วยหรือ ?

ภัทรกิติ์ : มันไม่ได้มีเอกลักษณ์ตรง “ไฟกลม” นะ แต่มันสำคัญที่ “ไฟคู่” มากกว่า

คมกฤช : มีบางคนติงไฟท้ายรุ่นนี้มา ว่าทำไมเป็นแบบยาว ไม่สวย ดูธรรมดาไป แต่ผมก็ดูแล้วก็ว่าลงตัวดี

ภัทรกิติ์ : รถมันไม่มีอะไรผิด แต่จะดึงดูดคนให้ใจสั่นไหวได้หรือเปล่า นั่นก็อีกเรื่อง ส่วนถ้าถามว่าลงตัวไหม บอกได้ว่าพอดิบพอดีเลย

คมกฤช : มีกล้ามก้นด้วย ?

ภัทรกิติ์ : เป็นเส้นสันมัดกล้ามบริเวณโป่งล้อหลัง เป็นกล้ามก้น เพื่อให้รู้สึกถึงการทะยานไปข้างหน้า ด้วยพลังของล้อหลัง

ฟอร์มูลา : หลายคนที่เคยเห็นบอกว่าเฉยๆ เพราะคงชินกับการออกแบบของ ซี-คลาสส์ไปแล้ว ?

ภัทรกิติ์ : ไม่แปลก เพราะ ซี-คลาสส์ เป็นเก๋งผู้บุกเบิกรูปทรงแบบนี้ของ เบนซ์ ฯ ยุคใหม่

ฟอร์มูลา : หลายคนนั้นก็เลยไม่ค่อยตื่นเต้น เห็นแล้วใจไม่สั่น ?

ภัทรกิติ์ : การออกแบบในแนวที่มี คอร์พอเรท ชัดเจนมันก็จะเป็นแบบนี้แหละ คือ เห็นแล้วสามารถเดาต่อได้ แต่ดูจากรูปร่างของคันนี้ คนที่ขับ อี-คลาสส์ รุ่นก่อนหน้านี้ ก็ไม่ต้องรีบเปลี่ยนรถเท่าไร เพราะรถก็ยังไม่เชย

คมกฤช : เห็นด้วย ไม่เชยเลย อี-คลาสส์ รุ่นปัจจุบันเก่ายาก การออกแบบมันไม่ได้พลิกไปมากมาย

ภัทรกิติ์ : ยกตัวอย่าง บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ที่ คริส เบงเกิล ออกแบบ ทำให้ ซีรีส์ 5 รุ่นก่อนหน้านี้ กลายเป็นรถฟลินท์สโตนส์ไปเลย

คมกฤช : เพราะมันเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ

ภัทรกิติ์ : ใช่ คันนี้มันเป็นพัฒนาการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงตามวัตถุประสงค์ของ เบนซ์ ฯ ที่ไม่ต้องการให้รถตัวเองดูเชย ดูโบราณ คนเอาออกมาวิ่งบนถนนไม่รู้สึกว่าหลงยุค ยังรู้สึกภูมิใจ ว่ารถตัวเองยังเป็นอมตะ เบนซ์ ฯ ไม่พยายามทำรถตัวเองให้ดูหงำเหงอะแต่มีอยู่รุ่นเดียว คือ ตากลมตัวแรก ดูเทอะทะไปหมด เส้นสายต่างๆ ก็ไม่ค่อยลงตัวแต่รุ่นหลังๆ จากนั้นออกแบบดีมาก ท้ากาลเวลา

คมกฤช : แต่ตอนนี้ผมมองเห็นเส้นสายงงๆ เส้นหนึ่ง ตรงมุมไฟหน้าทั้ง 2 ข้าง ถ้ามันต่อเนื่องกับปลายไฟอีกนิดหนึ่ง จะสวยกว่านี้ การเดินทางของเส้น จะต้องมีจุดจบจุดเริ่ม แต่มันอาจเป็นชิ้นส่วนที่จำเป็นต้องอยู่อย่างนั้น ด้วยเหตุผลทางวิศวกรรมไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนัก

ภัทรกิติ์ : ผมสงสัยบ้างนะ เปิดฝากระโปรงไม่ยักเอากระจังหน้าขึ้นมาด้วย ทำอย่างนี้จะประหยัดขึ้น เพราะถ้ายกขึ้นมาด้วยกัน มันผลิตยากกว่า แพงกว่า ?

ฟอร์มูลา : และเกี่ยวข้องกับเรื่องความปลอดภัยด้วย รุ่นนี้ถ้าชนคน ฝากระโปรงจะยกตัวขึ้นมาเพื่อผ่อนแรงปะทะ ถ้ายกกระจังหน้ามาด้วย มีการวิจัยแล้วว่าอันตรายต่อการชนคนเดินถนนมากกว่า ถือเป็นมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ของเยอรมนี

คมกฤช : ไฟตัดหมอกเป็น แอลอีดี เรียงกันแล้ว แต่มันเหมือนเป็นส่วนเกินยังไงไม่รู้ ไม่มีเบ้าให้มันอยู่ ?

ภัทรกิติ์ : เขาคงอยากเรียงร้อยเส้นสายของดวงไฟได้ง่ายขึ้น

คมกฤช : ไฟเลี้ยวที่ติดบนกระจกมองข้างแปลกดี รายละเอียดมันดูเป็นกราฟิคประหลาดๆที่ไม่ค่อยลงตัวเท่าไร ?

ภัทรกิติ์ : ดูไปดูมา พูดตรงๆ รูปร่างที่ได้มาแนวเดียวกับ บีเอมดับเบิลยู เลย พวกเส้นสายการจับจีบ

ฟอร์มูลา : ตกลงอาจารย์จะบอกว่า เบนซ์ ฯ ลอก บีเอมดับเบิลยู มา ?

ภัทรกิติ์ : ไม่รู้ใครลอกใคร แต่ เบนซ์ ฯ เขาก็มีทิศทางของเขา สวยในแบบของเขาเองนะ

คมกฤช : สัดส่วนก็โอเค ลงตัวนะครับ

ภัทรกิติ์ : เป็นรถยนต์ที่ไม่น่าตื่นเต้นอะไร เป็นรถผู้ชายทำงาน อย่างนายแบงค์ หมอ ดอกเตอร์หนุ่ม มันไม่เหมือนเราเห็นพวก เอาดี ที่ โอ้โฮ ปากกว้าง กล้ามใหญ่ ล้อโต ดูเป็นเจ้าบอลภราดร อี-คลาสส์ รุ่นนี้ ใช้แล้วมีความสุขไปอีก 10 ปี ไม่เก่า ไม่จืด ไม่เชย

ฟอร์มูลา : มีคนสงสัย ทำไมรถคันนี้ จะต้อง ท้ายสูง หัวต่ำ ?

ภัทรกิติ์ : มันเป็นคาแรคเตอร์ของรถขับเคลื่อนล้อหลัง ที่ต้องการให้รถมันดูแล้วมีพลังส่งมาจากท้าย ดูแหวกอากาศได้รวดเร็ว อีกอย่าง รถขับเคลื่อนล้อหลัง เครื่องมันต่ำกว่ารถขับเคลื่อนล้อหน้า ฝากระโปรงมันเลยเตี้ยได้ พอเตี้ยแล้ว เส้นสายจะตวัดขึ้น มันก็ขึ้น
ได้มากกว่า ถ้าเป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้า จะลากเส้นให้ท้ายยก คงตลกน่าดู เพราะหน้ามันสูง แต่นี่เพราะหน้าเตี้ยเลยทำได้…แบบนี้แหละ เขาเรียกว่า ความคมคาย

ฟอร์มูลา : ภายในน่าสนใจไหม ?

คมกฤช : ภายในสอดคล้องกัน คมคายมาก เอ…แต่เกียร์หายไปไหน ?

ฟอร์มูลา : เกียร์ถูกนำมาไว้ที่คอพวงมาลัยแบบ ซีรีส์ 7 รุ่นเดิม ซึ่งกลับกัน ซีรีส์ 7 ใหม่นำเกียร์มาวางไว้ที่คอนโซลกลางแล้ว

ภัทรกิติ์ : การที่เกียร์อยู่ตรงนี้ จะให้ความรู้สึกเป็น ลีมูซีน มากขึ้น ขับสบายๆ ไม่ต้องสปอร์ทแต่ออกจะขัดกับหน้าตา ที่ดูยังไงก็สปอร์ทอยู่ดี

ฟอร์มูลา : อี-คลาสส์ เจ้าของขับเอง ไม่ใช่เหรอ ?

ภัทรกิติ์ : ขับเอง อาจขัดกันหน่อย แต่ผมว่าการที่เขานำเกียร์ไปไว้ที่ใหม่ เบนซ์ ฯ น่าจะมองเรื่องการเพิ่มประโยชน์ใช้สอยของคอนโซลกลางมากขึ้น

คมกฤช : พวงมาลัยสวยมาก จับแล้วน่าจะกระชับมือ แถมมีความพยายามนำทรงกลมมาใช้หลายส่วน ?

ภัทรกิติ์ : เอกลักษณ์ เบนซ์ ฯ จริงๆ คือ นาฬิกาเข็มขนาดยักษ์ เขาไม่ใช้ ดิจิทอล กลับมาใช้ของเดิม เป็นเอกลักษณ์ที่ยอดเยี่ยม สุดแสนจะคลาสสิค แต่แปลกใจว่า ทำไม เบนซ์ ฯกลับมาใช้หน้าปัดธรรมดา ขณะที่ตัว เอส-คลาสส์ เป็นดิจิทอลล้วน เป็นจอดิสพเลย์แล้วแต่ อี-คลาสส์ ไม่เอาแนวทางนั้น ที่ถูกใจผม คือ เหนือมาตรวัดมันมี “ฮูด” ซึ่งเป็นลักษณะของ W123 ตั้งแต่รุ่นแรกๆ เขาดึงคาแรคเตอร์กลับมาอีกครั้ง

คมกฤช : ดูลายไม้เขาสิ ?

ภัทรกิติ์ : เป็นไม้แท้ มีร่องลึก หมดยุคไม้เงาวับ ที่เหมือนพลาสติค คือ ผมว่า เบนซ์ ฯ เขาพัฒนาในเรื่องการเลือกใช้วัสดุได้ดีขึ้นกว่าเดิมมากกว่า เบนซ์ ฯ ยุคก่อน พูดแบบไม่เกรงใจคือ วัสดุไม่สวยเอาเสียเลย

คมกฤช : ดูเชยๆ แก่จัด ?

ภัทรกิติ์ : แต่ปัจจุบัน รายละเอียดดูคมคายขึ้น ชัดเจน และกระชับ

คมกฤช : เข้ามาในห้องโดยสาร ไม่ต้องเรียนรู้อะไรมากก็ขับได้ เพราะส่วนหนึ่งจะต้องแปลงสภาพไปเป็นรถแทกซี

ภัทรกิติ์ : เป็น แทกซี ในเยอรมนี คนขับต้องเข้าใจง่าย ทนทาน เผอิญว่า เบนซ์ ฯ ในประเทศเรา ถูกวางตัวให้เป็นรถหรูหรา เราเลยติดภาพมันต้องหรู แต่ใน ยุโรป มันเป็นเพียงรถยนต์ธรรมดาๆ ใช้งานได้ดี วิ่งเป็นแสนเป็นล้านกม. แต่เมื่ออยู่ผิดที่ การตลาดก็ต้องเปลี่ยนรถมันเลยต้องดูสวยขึ้น แต่เอาเป็นว่า ถูกใจลูกค้าข้าประจำแน่นอน

คมกฤช : ขาประจำในที่นี้ คือ นายธนาคาร หมอ ดอกเตอร์หนุ่ม ทนายความ ลูกค้าเขาเลยละ

ภัทรกิติ์ : เบนซ์ ฯ ออกแบบกลางๆ รถรุ่นนี้ไม่มีใครรักมากหรือเกลียดมาก ทุกคนชื่นชมเวลาเห็น ทุกคนลงความเห็นว่าลงตัว นี่แหละ เบนซ์ ฯ ผมว่ามันเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดี

คมกฤช : มันมีการเคลื่อนไหวในรายละเอียด แต่โดยรวมไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง

ภัทรกิติ์ : มันเฉียบขึ้น ไม่ได้เปลี่ยนตำราใหม่ เป็นการ พเลย์เซฟ ไม่เสี่ยงทั้งคนออกแบบและคนซื้อ อี-คลาสส์ นี่ผมพูดประโยคเดียวกับอาจารย์วีระได้เลย “ใช้แล้วคุ้ม ขายต่อก็ได้ราคา”



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน เมษายน ปี 2552
คอลัมน์ : มุมมองนักออกแบบ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/SElek

Follow autoinfo.co.th