บทความ

ขับเคลื่อน…สู่ความหวัง


เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้สื่อข่าวหลายสำนักมาสอบถามความคิดเห็นผมเกี่ยวกับข้อเรียกร้องของบริษัทรถยนต์ให้รัฐบาลช่วยอุ้มฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจด้วยมาตรการด้านภาษีและสินเชื่อ รวมถึงให้ผมสวมบท “ผู้เชี่ยวชาญ” วิเคราะห์ตลาดรถยนต์ตลอดปีนี้ด้วยว่า อาการน่าเป็นห่วงขนาดไหน

ผมขอนำคำตอบของผมที่ให้แก่ผู้สื่อข่าวในวันนั้นมา “ฉายซ้ำ” อีกครั้ง เผื่อท่านผู้อ่านที่พลาดข่าวซึ่งเผยแพร่ตามสื่อไปก่อนหน้านี้

สำหรับคำถามเกี่ยวกับข้อเรียกร้องต่างๆ ของบริษัทรถยนต์นั้น ผมตอบไปว่า มีทั้งส่วนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

ส่วนที่เห็นด้วย คือ การลดภาษีสรรพสามิต เพราะขณะนี้อัตราภาษีของเราค่อนข้างสูง โดยเฉพาะรถเก๋ง หากลดลงได้ พร้อมจัดประเภทรถ และอัตราภาษีให้มีความแตกต่างหลากหลายกว่านี้เพื่อให้รถขนาดเล็ก และขนาดกลางเล็ก ราคาถูกลง ก็จะกระตุ้นการซื้อได้ไม่น้อย

เรื่องการนำค่าซื้อรถไปหักลดหย่อนภาษีบุคคล และนิติบุคคล เหมือนค่าซื้อบ้านก็น่าพิจารณาเพราะถึงรถยนต์จะไม่ใช่ 1 ในปัจจัย 4 แต่ก็เป็นปัจจัยสำคัญ และเป็นรายจ่ายก้อนใหญ่ หากนำไปหักลดภาษีได้ ไม่เพียงช่วยบริษัทรถยนต์ ยังช่วยแบ่งเบาภาระให้ประชาชนอีกทางหนึ่งด้วย

มาถึงเรื่องที่ผมคิดว่ารัฐควรปฏิเสธ ได้แก่ ทุกเรื่องที่จะส่งผลกระทบกับสภาวะการเงิน และการคลังของประเทศอย่างรุนแรง ทั้งการลดภาษีมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจรถยนต์ จาก 7 % เหลือ 3 %และการค้ำประกันสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ซึ่งควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด ไม่งั้นอาจเกิดปัญหา“สินเชื่อด้อยคุณภาพ” จนลุกลามบานปลายกลายเป็นหายนะเศรษฐกิจอย่างในสหรัฐ ฯ ได้ง่ายๆรวมถึงการนำเงินงบประมาณไปสนับสนุนบริษัทรถยนต์ เพราะทุกบริษัทเป็นธุรกิจของต่างชาติ

เมื่อผู้สื่อข่าวขอให้ทำนายภาพรวมของตลาดรถยนต์ปีนี้ ผมตอบไปว่าเราคง “งานเข้า”พอสมควร โดยยอดขายรถในประเทศจะติดลบราว 15-17 % ส่วนยอดส่งออกอาจทรุดหนักถึง 25-30 %

แต่อย่าเพิ่งหมดอาลัยตายอยากกันเสียก่อน ผมยังมีความหวังว่า ในไตรมาสสุดท้ายของปีตลาดน่าจะเริ่มฟื้นตัว และค่อยๆ คึกคักขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปีต่อต้นปี 53 โดยมีงาน“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 26” ของเราเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

เป็นการ “ขับเคลื่อน…สู่ความหวัง” สมตามสโลแกนของงานอย่างแท้จริง



------------------------------
เรื่องโดย : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน เมษายน ปี 2552
คอลัมน์ : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/MiWX2

Follow autoinfo.co.th