บทความ

TOYOTA PRIUS


ปีใหม่ฝรั่ง ปีใหม่จีน ผ่านพ้นไปแล้ว อีกไม่กี่วันก็จะถึงวาระของปีใหม่ไทย ซึ่งปีนี้จะมีวันหยุดราชการ และวันหยุดเอกชนยาวเหยียดถึง 5 วัน พี่น้องชาวไทยที่จากบ้านจากช่องไปทำงานต่างถิ่นต่างเมือง ก็คงกลับเยือนบ้านได้โดยสะดวก ที่ควรจะระวังกันไว้ให้จงหนัก ก็คือการใช้รถใช้ถนน ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนนับร้อยนับพันมาแล้วทุกปี ในฤดูกาลเช่นนี้

เดือนนี้ “ระเบียงรถใหม่” นำเสนอเรื่องราวของรถพันธุ์ยุ่นล้วนๆ และครึ่งหนึ่งเป็นรถอย่างที่เรียกกันในภาษาฝรั่งว่า HYBRID CAR และเรียกกันในภาษาของ “ฟอร์มูลา” ว่า “รถพันทาง” โดยเริ่มกันที่ โตโยตา ปรีอุส (TOYOTA PRIUS) รถพันทาง ตัวจริงเสียงจริง ขนานแท้และดั้งเดิม ที่สร้างชื่อสร้างเสียง และทำเงินทำทองให้แก่ผู้ผลิตมาแล้วมากมายก่ายกอง

ยักษ์ใหญ่ของเมืองยุ่นนำรถพันทาง โตโยตา ปรีอุส ออกจำหน่ายในตลาดเมืองปลาดิบเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม 1997 รถรุ่นดังกล่าวมีตัวถังเพียงแบบเดียว เป็นตัวถัง 4 ประตู ซีดาน 5 ที่นั่ง ยาว 4.275 ม. กว้าง 1.695 ม. และสูง 1.490 ม. ระบบขับเคลื่อนแบบพันทางใช้เครื่องยนต์ DOHC 4 สูบเรียง 1,496 ซีซี 58 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 30 กิโลวัตต์ หรือ 40 แรงม้า ถ่ายทอดกำลังสู่ล้อคู่หน้าผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติปรับอัตราทดต่อเนื่อง (เกียร์ CVT) สนนราคาค่าตัวที่จำหน่ายในญี่ปุ่นขณะนั้นอยู่ระหว่าง 2.15-2.27 ล้านเยน ซึ่งนับว่าแพงมากเมื่อเทียบกับรถขนาดเดียวกันที่ใช้ระบบขับแบบธรรมดา

อย่างไรก็ตาม รถแบบดังกล่าวกลับได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จากผู้ใช้รถที่ต้องการความแปลกใหม่ และความประหยัด ยอดขายพุ่งพรวดพราดจนต้องเพิ่มการผลิตเป็น 2-3 เท่า จากที่ตั้งเป้าไว้แต่เดิม รวมทั้งมีการส่งออกสู่ตลาดในต่างประเทศด้วย และตลาดใหญ่ที่สุด ก็คือ สหรัฐอเมริกา โตโยตา บอกว่า ชื่อ PRIUS ได้มาจากภาษาละติน มีความหมายตรงกับ TO GO BEFORE ในภาษาอังกฤษ ซึ่งน่าจะตรงกับ ไปก่อน ในภาษาไทย นับเป็นชื่อที่ตั้งได้เหมาะเจาะมาก เมื่อคำนึงถึงความจริงที่ว่า โตโยตา ปรีอุส คือ รถพันทางแบบแรกในโลก ที่มีการผลิตจำหน่ายครั้งละมากๆ หรือที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า MASS-PRODUCTION นั่นเอง

ความสำเร็จของรถรุ่นแรก นำมาสู่รถรุ่นที่ 2 ซึ่งออกสู่ตลาดในเมืองยุ่นเมื่อปี 2004 ในตัวถังที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่หัวจรดหาง หน้าตา และรูปทรงองค์เอว ซึ่งมีส่วนท้ายคล้ายกับรถคูเป ดูทันสมัย และสวยงามชวนมองกว่ารถรุ่นเดิมเป็นอย่างมาก แถมยังมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศที่เยี่ยมมาก คือ แค่ 0.26 ระบบขับของรถรุ่นที่ 2 นี้ ใช้เครื่องยนต์ DOHC 1,496 ซีซี 78 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 50 กิโลวัตต์ หรือ 68 แรงม้า ซึ่งรับพลังไฟจากแบทเตอรี นิคเคิล-เมทัลไฮดไรด์ (NICKEL-METAL HYDRIDE) ส่วนระบบเกียร์ยังคงเป็นเกียร์ CVT เช่นเดิม ปรากฏว่ารถรุ่นใหม่นี้ประสบความสำเร็จยิ่งกว่ารถรุ่นแรก มีการจำหน่ายในประเทศต่างๆ มากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก และเมื่อนับจนถึงสิ้นปี 2008 เฉพาะสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียว โตโยตา สามารถขายรถพันทาง 2 รุ่นนี้ ไปแล้วมากกว่า 670,000 คัน

ส่วนที่นำมาเสนอในเดือนนี้ เป็นรถรุ่นที่ 3 เพิ่งอวดตัวต่อสายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรก ที่งานมหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์ครั้งล่าสุด เมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา ตัวถัง 4 ประตู 5 ที่นั่ง ซึ่งออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่กันชนหน้าจรดกันชนหลัง มีขนาดยาว 4.460 ม. กว้าง 1.745 ม. และสูง 1.490 ม. คือ ยาวขึ้น 1.5 ซม. และกว้างขึ้น 2.0 ซม. เมื่อเทียบกับตัวถังของรถรุ่นเดิม แต่ความสูงเท่ากัน รูปทรงองค์เอวโดยรวมยังเหลือเค้าโครงของรถรุ่นเดิมอยู่มาก และส่วนท้ายก็ยังคงเหมือนกับรถคูเปมากกว่ารถซีดานเช่นเดิม ที่จำเป็นต้องกล่าวถึงเป็นพิเศษ คือ ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศที่ต่ำเพียง 0.25 เป็นตัวเลขที่ทำให้สามารถกล่าวได้อย่างเต็มปากเต็มคำ โดยไม่ต้องกลัวพลาดว่า โตโยตา ปรีอุส รุ่นใหม่นี้ คือ รถตลาดที่ “ลื่นลม” ที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน

ระบบขับแบบพันทาง ยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเรียง ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่รับพลังไฟฟ้าจากแบทเตอรี นิคเคิล-เมทัล ไฮดไรด์ เช่นกัน แต่ใช้เครื่องยนต์ขนาดโตขึ้น และแรงขึ้น คือ เครื่อง 1.8 ลิตร 98 แรงม้า และใช้มอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลังกว่าเดิม แต่มีขนาดเล็ก และน้ำหนักเบากว่าเดิม เป็นมอเตอร์ขนาด 80 แรงม้า ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกันจะให้กำลังสูงสุด 134 แรงม้า และมีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยแค่ 21.2 กม./ลิตร เท่านั้นเอง

ในส่วนของผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม น่าจะกล่าวได้โดยสรุป ด้วยคำยืนยันของยักษ์ใหญ่เมืองยุ่นที่กล่าวยืนยันว่า รถพันทาง โตโยตา ปรีอุส รุ่นล่าสุดนี้ เป็นรถที่ผลิตด้วยกรรมวิธีที่ช่วยลดมลพิษตลอดช่วงชีวิตของรถ คือ ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต ไปจนถึงการใช้งาน และตลอดไปจนถึงการกำจัดซากรถเมื่อหมดอายุการใช้งานแล้วนั่นเทียว



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน เมษายน ปี 2552
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/apZhY
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

HYUNDAI KONA ELECTRIC ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี พลังไฟฟ้าขนาดจิ๋วที่สุดในโลก
LEXUS UX250H ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี จิ๋วสุดของค่ายหน้ากากกระสวย
TOYOTA RAV4 สืบทอดสายเลือดรถยอดนิยมของเมืองมะกัน
BENTLEY BENTAYGA HYBRID รถไฮบริดแบบแรกของยอดผู้ผลิตรถหรูอายุยืน
RANGE ROVER P400E เอสยูวี ขับทุกล้อไฮบริด...ชนิดต้องมีการเสียบ
LAMBORGHINI URUS สุดยอดซูเพอร์ เอสยูวี สายพันธุ์กระทิงดุ