บทความ

ก็งัดรถนั่นแหละ


 

เจ้าของรถที่งานเข้ารายนี้ คือ “นายยี่สิบ” ซึ่งตอนนี้อายุตั้งห้าสิบแล้ว จอดรถกระบะไว้ที่ลานจอดรถใกล้บ้าน กลางวันแสกๆ ขณะที่ลูกจ้างของ นายยี่สิบ ชื่อ “นายเสียงดัง” ขี่รถ 2 ล้อติดเครื่องไปซื้อของมากินแล้วสังเกตเห็นชายคนหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังว่า “นายยศสูง” ชื่อดีแต่ชอบทำชั่ว ยืนเช็ดกระจกรถคันที่จอดใกล้รถกระบะของ นายยี่สิบ

หลังจากที่ นายเสียงดัง ซื้อของเสร็จก็ขี่รถกลับทางเดิม เห็น นายยศสูง กำลังงัดเครื่องเสียงในรถกระบะของ นายยี่สิบ นายเสียงดัง ไม่กล้าผลีผลามเข้าไปทำอะไรเพราะตัวเล็กกว่า จึงบึ่งรถไปหา นายยี่สิบ ส่งเสียงดังบอก นายยี่สิบ และคนในบ้านว่า มีคนร้ายกำลังลักเครื่องเสียงในรถกระบะ

หลานของ นายยี่สิบ พร้อมทั้ง นายเสียงดัง พากันไปที่เกิดเหตุ นายยี่สิบ ตามมาห่างๆ เห็น นายยศสูง ยกเครื่องเสียงออกจากรถกระบะ เอาผ้าห่มห่อไว้ แล้วโยนไปใต้รถยนต์อีกคันหนึ่ง ครั้นหันมาเห็น นายเสียงดัง กับพวก ก็ตั้งท่าวิ่งหนี ทว่าคนทั้งสองช่วยกันสกัดจับไว้ได้ คุมตัวไปบ้าน นายยี่สิบ

นายยี่สิบ ถามว่า เอ็งมางัดรถของข้าทำไมวะ นายยศสูง บอกว่า เมียกำลังท้องแก่ไม่มีเงินพาไปคลอด อย่าเอาเรื่องเลย จะจ่ายค่าเสียหายให้

นายยี่สิบ ไม่ยอมใจอ่อน บอกว่าจะเอาเรื่องเพราะรถโดนงัดหลายหนแล้ว โทรแจ้งตำรวจมาซิวตัว นายยศสูง ตำรวจมาถึงทำบันทึกจับกุม นายยศสูง ให้การรับว่าทำผิดจริง พอถึงชั้นสอบสวนกลับหัวหมอ ให้การปฏิเสธ

อัยการด่านที่ 2 นำตัว นายยศสูง ไปฟ้องที่ศาล ข้อหาลักทรัพย์โดยเหตุฉกรรจ์ คือ ทำอันตรายสำหรับสิ่งกีดกั้นคุ้มครองทรัพย์โดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไป ซึ่งหมายถึง การงัดประตูรถเข้าไปเอาเครื่องเสียง

นายยศสูง ซึ่งเป็นชาวบ้านนี่แหละสู้คดี ให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า นายยศสูง ทำผิดจริง เสียชื่อคนที่เขามียศสูงจริงๆ ตัดสินลงโทษจำคุก 5 ปี รับชั้นจับกุมมีส่วนลดให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 3 ปี 4 เดือน ริบไขควงและคีม บวกกับโทษที่ นายยศสูง เคยต้องคดีและรอลงอาญาไว้ 6 เดือน รวมเป็น 3 ปี 10 เดือน

จำเลย คือ นายยศสูง ดิ้นรนให้พ้นคุกด้วยการยื่นอุทธรณ์ อ้างว่าพยานหลักฐานที่ปรากฏยังฟังลงโทษไม่ได้ขอให้ยกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วไม่เอนเอียงเป็นอย่างอื่น พิพากษายืน

เรื่องไม่น่าจะยาวถึงศาลฎีกา เพราะคดีแบบนี้ตามปกติต้องหยุดแค่ชั้นอุทธรณ์ ในเมื่อไม่มีปัญหาข้อกฎหมายมาอ้าง แต่ นายยศสูง ไม่ธรรมดา ดิ้นรนร้องขอให้ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นซึ่งพิจารณาคดีนี้ใจอ่อน เซ็นอนุญาตให้ฎีกา เรื่องจึงยาวถึงศาลฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาคดีนี้อย่างเงียบๆ ไม่มีเสียงเชียร์เสียงค้าน เหมือนกรณีศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคดีต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ต่อจากนั้นจึงชี้จนขาดออกมาว่า

เหตุเกิดกลางวันแสกๆ เขาไล่จับได้พร้อมคีมไขควง เครื่องเสียงที่งัดออกเอาผ้าห่อโยนไว้ใต้ท้องรถคันอื่น เขาก็เอาคืนมาได้ คู่กรณีไม่เคยรู้จักมักจี่มาก่อน เชื่อว่าไม่ใช่การปรักปรำ เจ้าของรถโทรแจ้งตำรวจไปถึง นายยศสูง ก็ให้การรับในชั้นจับกุม จึงฟังได้ว่าทำผิดชัวร์ อย่ามาเถียงซะให้ยาก

สำหรับข้ออ้างว่า คดีนี้ศาลเอาผิดได้เฉพาะข้อหาลักทรัพย์ธรรมดา เพราะไม่มีร่องรอยประตูรถถูกงัดหรือเสียหาย แสดงว่า นายยศสูง ไม่ได้ทำลายสิ่งกีดกั้นคุ้มครองทรัพย์นั้น

ศาลฎีกาแจกแจงแง่มุมทางกฎหมายไว้ว่า แม้ไม่ได้งัดประตูรถ แต่ นายยศสูง ก็เข้าไปในรถเพื่อเอาเครื่องเสียง โดยผ่านประตูรถซึ่งเป็นเครื่องกีดกั้นคุ้มครองทรัพย์เข้าไป จึงมีความผิดและรับโทษหนักกว่าลักทรัพย์ธรรมดา ดิ้นไม่หลุดหรอก ศาลล่างลงโทษถูกต้องแล้ว

ศาลฎีกาพิพากษายืน

โจรเดี๋ยวนี้มันไม่เลือกเวลา กล้าทำผิดเพราะเห็นว่าโทษทัณฑ์ไม่รุนแรง ขนาดโดนข้อหาลักทรัพย์ซึ่งหนักกว่าธรรมดา ก็ติดตะรางไม่กี่ปี เข้าไปแล้วยังมีส่วนลด ติดจริงๆ ไม่เท่าไร โจรเลยกำเริบเสิบสาน

ทำนองเดียวกับคดีค้ายาบ้า เมื่อก่อนไม่ค่อยตัดสินประหาร เอะอะลดโทษให้เอาแค่จำคุก ติดอยู่ในนั้นไม่เท่าไรก็ออกมาปร๋อได้อีก พวกนี้จึงไม่กลัว ค้ายาบ้ากันโครมๆ ถ้าจะให้ดี เมื่อมีโทษประหารคดียาบ้ายาเสพติด ต้องเร่งสปีด ลงโทษโดยไม่ชักช้า แต่ไม่ต้องไวเหมือนศาลไคฟง ตัดคอกลางศาลทันที เหม็นคาวเลือดแย่เลย ลงโทษแล้วประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านรู้ไปทั่ว ให้รู้ซะหน่อยว่าประหารแล้วนะ แต่ไม่ถึงกับออกรายการเรียลลิทีโชว์ ชาวบ้านก็จะขยาด ไม่ทำผิดมักง่าย

ที่เป่าทิ้งหรือล่าสังหาร โดยไม่ต้องจับมาขึ้นศาลก็เข้าท่าเข้าอ่าวเหมือนกัน แต่อย่าให้ผิดตัวเจอที่หัว 3 นัดก็พอ

อันที่จริงโจรลักรถควรจะเพิ่มโทษให้มากกว่าปกติ ขี้หมูขี้หมาต้อง 10 ปีเป็นอย่างต่ำ จึงจะกำราบพวกนี้ลงได้หน่อย ใครเห็นด้วยกับยาแรงที่ผมเสนอ ช่วยเชียร์นะครับ

ที่มึน คือ นักเรียนนักเลงยกพวกตีกัน มันแย่จริงๆ ไม่รู้จักกันไม่มีเรื่องโกรธเคืองเป็นส่วนตัว แต่ด้วยสันดานดิบที่อยู่ในคราบนักเรียนนักศึกษา ก็ราวีกันง่ายๆ ค่านิยมสุดเห่ยที่มีมาแต่อดีต ควรโละทิ้งได้แล้ว อย่ารักษาไว้เลยน้องๆ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่มันเฮฮาพาร์ทีดีกว่าไหม

จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3005/2543



------------------------------
เรื่องโดย : ณรงค์ นิติจันทร์
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน เมษายน ปี 2552
คอลัมน์ : รู้ไว้ใช่ว่า
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/82E5D

Follow autoinfo.co.th