บทความ

เพศกถา


กถาเรื่องนี้ ถือว่าเป็น “เนเวอร์ เอนดิง กถา” ไม่มีวันสุดสิ้น ดังสายน้ำไม่เคยเหือดหายในห้วงมหรรณพ ทั้งนี้ว่าไปแล้ว ก็มีปัจจัยเหตุอยู่ที่คำๆ เดียว คือ คำว่า “ตัณหา”

โยมเอย…จะบอกให้…ขึ้นชื่อสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงแล้วไซร้ ความใคร่ในชาติในภพ หากพิจารณาให้ลึกซึ้งลงไปแล้ว ก็จะเห็นว่าเป็นความปรารถนาในอมตธรรม แปลว่า ความไม่ตายของธรรมชาตินั่นเอง

ที่ใครต่อใครมักจะพูดเสมอว่า ขอตายแล้วไม่เกิดใหม่ ฟังดูก็เท่และเก๋ดี แต่อย่าไปเชื่อว่าผู้พูดต้องการเช่นนั้นจริง

ส่วนมากมักอยากเกิดใหม่ และอยากรู้เสมอว่า เมื่อเกิดใหม่แล้ว จะมีเมียสักกี่คน

ความใคร่ในชาติก็ดี ในภพใหม่ก็ดี แสดงออกถึงความกำหนดในเรื่องของเมถุน เห็นว่าเป็นเรื่องจำเป็น โดยไม่ต้องผ่านมติของรัฐสภา ต้องมีการผสมพันธุ์ระหว่างเพศ

มรว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยบอกว่า การผสมพันธุ์ระหว่างเพศนั้น ทำให้เชื้อชีวิตออกจากกายหนึ่ง ซึ่งจะต้องตายแน่นอนไปสู่อีกกายหนึ่ง เพื่อเกิดเป็นกายใหม่ที่เยาว์กว่า และเริ่มมีชีวิต ผัดความตายไปได้อีก

การที่ผมขึ้นนั่งธรรมาสน์แสดงกถาเพศวันนี้ เพราะเห็นว่าระยะนี้ข่าวคราวเกี่ยวกับตัณหามนุษย์ชักถี่ขึ้น ซึ่งภาษาสมัยใหม่เรียกว่า “มาแรง”

“นักศึกษาสาวแห่ขายเซกซ์ ยึด HI5 บริการขายตรง” เป็นพาดหัวตัวไม้ (ตัวอักษรขนาดใหญ่สุดของหนังสือพิมพ์รายวัน เป็นภาษาที่รู้กันในสังคมช่างเรียงตัวอักษร) ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

เนื้อหาข่าว ผมถือเป็นเรื่องสนุกสนาน เพราะคิดอย่างอื่นไปไม่ได้ มีวัยวุฒิเป็นอุปสรรค แล้วก็คิดเรื่อยไปว่า โลกเราทุกวันนี้ก้าวหน้าเร็วกว่าธรรมชาติที่เปลี่ยนสภาพ อาศัยเพียงเครื่องมือสื่อสารทางด้านเทคโนโลยี ก็สามารถบริการขายตรงได้

สมัยโบราณ ผู้ชายอย่างผมรู้จักสถานบริการขายตรงในกรุงเทพ ฯ ก็ต้องเริ่มจาก “สะพานถ่าน”อยู่ถนนเจริญกรุง ถนนสายแรกในสมัยรัตนโกสินทร์ เยื้องกับศาลาเฉลิมกรุง สถานมหรสพแห่งแรกของเมืองไทยที่ติดแอร์คอนดิชัน

แล้วก็มีอีกหลายแห่ง ทั้งย่านประตูผี หลังโรงงานไบเลย์ หลังโบสถ์พราหมณ์เสาชิงช้า ซอยวรพงษ์ ไปจนถึงเชิงสะพานพระโขนง และบางซอยบนถนนสุขุมวิท ขนาด 2 เลน ทั้งซอยไปดีมาดี และซอยสายน้ำผึ้ง

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เป็นหนังสือพิมพ์รายวันฉบับยักษ์ มีผู้อ่านเป็นจำนวนมากของประเทศส่วนตัวผมนั้นถือไทยรัฐแต่ละวันเป็นห้องสมุดในบ้าน มีทุกเรื่องของชีวิตแบบตลาดทั่วไปไม่เกี่ยวกับ เซเวน-อีเลเวน

เรื่องที่ผมกำลังแสดงธรรมอยู่นี้ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ รายงานไว้ว่า

“ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้พบกลุ่มหญิงสาวอายุระหว่าง 18-25 ปี อ้างตัวเป็นนักเรียน นักศึกษาสาวออฟฟิศ ใช้ภาพของตัวเองที่ลงในเวบต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวบดัง “HI5” หรือ “www.mthai.com” โพรโมทเสนอขายตัวเองผ่านทางวิธีการส่งเมล์ต่อๆ กัน หรือที่เรียกอย่างแพร่หลายว่าการฟอร์เวิร์ดเมล์ (FORWARD MAIL) โดย ไม่ผ่านเอเยนต์ หรือ มามาซังแบบสมัยก่อน

รายละเอียดของการเสนอขายบริการทางเพศที่พบในฟอร์เวิร์ดเมล์ จะมีลักษณะเป็นการโพสต์ภาพถ่าย พร้อมข้อความบรรยายคุณสมบัติของตัวเองเอาไว้ เช่น บอกราคาค่าตัว สัดส่วนอายุ อาชีพ สถานที่พักอาศัย และท่วงท่าลีลาที่จะทำให้ลูกค้าเกิดความสนใจเข้ามาซื้อบริการ

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวลองติดต่อสอบถามไปยังหญิงสาว ผู้ขายบริการที่ให้เบอร์โทรศัพท์ไว้ในอี-เมล์รายหนึ่ง ชื่อ “น้องฟา” อายุ 21 ปี ให้รายละเอียดว่า เป็นสาวออฟฟิศเสนอขายบริการครั้งละ 1,500 บาท ไม่รวมค่าโรงแรม สัดส่วน 32-24-35 สูง 167 ซม. น้ำหนัก 50 กก. หากสนใจให้โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารก่อนครึ่งหนึ่ง ที่เหลือให้จ่ายหลังเสร็จภารกิจ”

นี่ก็เป็นเรื่องเพราะเป็นข่าว เป็นรายละเอียดที่ผู้ชายสนใจต่อการพิจารณาอย่างเป็นขั้นเป็นตอนเริ่มจากความเป็นสาวออฟฟิศ ผู้ชายก็ต้องดีดลูกคิดว่ามีตำแหน่งการงานในออฟฟิศเป็นอะไรเป็นพนักงานทำความสะอาดที่เรียกว่า คลีเนอร์ หรือเป็นพนักงานเก็บเงินที่เรียกว่า บิลล์-คอลเลคเตอร์ หรือเป็นพนักงานรับส่งจดหมาย ที่เรียกว่า แมสเซนเจอร์

สัดส่วนและน้ำหนัก น่าจะตรงกับข้อเท็จจริง แต่ราคาบริการการขายครั้งละ 1,500 บาท ซึ่งเป็นราคายุติธรรมนั้น ผู้ชายก็ต้องดีดลูกคิดอีก เพราะตามข้อตกลง จะต้องโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารก่อนครึ่งหนึ่ง ที่เหลือให้จ่ายหลังเสร็จภารกิจ

ปัญหาก็คือว่า ถ้าโอนเงินครึ่งหนึ่งไปแล้ว ไม่เกิดภารกิจขึ้น ใครจะรับผิดชอบ

ความวิจิตรพิสดารของข่าวนี้ ยังไม่หมด ยังมีรายละเอียดตามที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐรายงานตามมาอีกด้วยว่า

“อีกราย เป็นนักศึกษาสถาบันเอกชนมีชื่อแห่งหนึ่ง ย่านหนองแขม โพสต์รูปพร้อมเบอร์โทรศัพท์มีข้อความ เสนอขายบริการทางเพศว่า 1,500 บาท/ครั้ง ไม่รวมค่าโรงแรม ร่วมเพศไม่จูบปาก

ส่วนสาวขายตัวสายตรง อีกราย ชื่อ “น้องโบว์” ระบุที่อยู่ว่าอยู่ย่านรามอินทรา กม. 8 โพสต์รูปพร้อมคำบรรยายว่า 1,500 บาท/ครั้ง ค้างคืน 3,000 บาท ไม่เร่งเวลา พร้อมให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อไว้

นอกจากนี้ ยังมีน้องน้ำ เสนอขายบริการทางเพศในราคา 4,000 บาท ใน 2 ยก ระบุคุณสมบัติว่าได้ทุกอย่างทุกท่า ยกเว้นทางทวารหนัก

สำหรับน้องแอน อายุ 23 ปี อยู่ย่านงามวงศ์วาน เสนอขายบริการทางเพศผ่านทาง เอมเอสเอน (MSN) ได้เสนอขายในราคา 3,000 บาท/2 ครั้ง พร้อมห้องร่วมหลับนอน ทุกลีลา ไม่ทำออรัลเซกซ์แบบไม่สวมถุงยาง และไม่เร่งเวลา โดยบรรยายสัดส่วน 35-24-36 สูง 170 ซม. หนัก 53 กก.”

ข่าวเรื่องแบบนี้ นักข่าวสมัยผมทำงานเรียกว่า ข่าวเกี่ยวกับขาอ่อน ตามวิชาการหนังสือพิมพ์ซึ่งเกิดจากการทำงานโดยตรง ยังไม่มีสำนักวิชาการที่ไหนริเริ่มตั้งคณะนิเทศศาสตร์นั้นหนังสือพิมพ์รายวันจะมุ่งมั่นอยู่กับ 2 เรื่องสำคัญแก่ชีวิต คือ “เลือดและขาอ่อน”

เลือด ก็คือ ข่าวเกี่ยวกับอาชญากรรม ฆ่าฟันกันทุกคดี ทั้งเขม่นกันจนถึงคดีมรดก ในขณะขาอ่อนก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิง ตั้งแต่แม่ค้าปากคลองตลาดจนถึงนางงามเดินโชว์ขาอ่อนที่งานรัฐธรรมนูญ บริเวณวังสราญรมย์

กลับมาวิสัชนาเรื่องบริการขายตรง สำหรับสาวที่อ้างตัวเป็นนักศึกษานั้น ผู้ชายสมัย HI5 ก็ต้องคิดหนักว่า เป็นนักศึกษาแท้ หรือนักศึกษาเทียม เครื่องแบบที่สวมโชว์ในภาพนั้นเป็นเครื่องแบบอันแท้จริง สามารถสวมได้ตามสิทธิ์ความเป็นนักศึกษา หรือว่าแอบไปเช่ามาสวมเพื่อกลยุทธ์ทางด้านการตลาด

เรื่องนี้ได้มีอาจารย์ประจำสถาบันเอกชนหลายแห่ง พร้อมเพรียง และสามัคคีกันแถลงว่าสาวที่อ้างตนเองตามข่าว ไม่น่าจะเป็นนักศึกษาแท้ และมีความคิดว่าหากจับได้เมื่อไรจะต้องไปแก้ผ้า…เอ๊ย…แก้ตัวกันที่ศาลยุติธรรม

ย้อนกลับไปหาปรมาจารย์ทางวิชาการ มรว. คึกฤทธิ์ ปราโมช จากเรื่อง “ห้วงมหรรณพ”ท่านก็แสดงธรรมไว้อย่างน่าสนใจ เช่น

“คนเรามีความรักความใคร่ ก็เพราะทุกข์เช่นเดียวกัน เมื่อเริ่มจะมีความรักก็เพราะเห็นว่าตนนั้นไม่สามารถจะตั้งอยู่ได้ในสภาพเป็นโสด บังเกิดความเบื่อหน่าย ไม่พอใจในความเป็นโสด หรือบังเกิดความว้าเหว่ มีความบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ทางใจ อย่างใดอย่างหนึ่ง

เพราะสภาพความเป็นเด็กนั้น ตั้งอยู่ไม่ได้ ต้องเจริญเติบโตขึ้นเป็นหนุ่ม/สาว อาการต่าง ๆ ทั้งทางกาย ทางใจ ก็เกิดขึ้น

และคนเราก็ออกแสวงหาความรัก หาคู่ครอง เพื่อประกอบกิจกรรมทางเพศ อันเป็นเรื่อง
ธรรมดา”

นี่ก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ อย่าไปซีเรียส ตัณหาเรื่องนี้ ถือเสียว่า มันก็เป็นเหมือนคนที่กินเหล้าเป็นประจำ ย่อมหมักหมมด้วยส่าเหล้าอยู่ในตัว แม้เวลาไม่กินเหล้า แต่ความเมาก็ยังคงมีอยู่

และผู้ชายอย่างผมก็มีเป็นจำนวนไม่น้อยที่เมา เลิกยากที่สุดโดยเฉพาะเมาผู้หญิง



------------------------------
เรื่องโดย : ไก่อ่อน
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน เมษายน ปี 2552
คอลัมน์ : รุ่นนี้พอมีเหลือ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/OItQn

Follow autoinfo.co.th