บทความ

หมั่นเชค “ศูนย์ล้อ” ช่วยยืดอายุช่วงล่าง และยางรถ


ศูนย์ล้อ เป็นเรื่องที่เจ้าของรถต้องรู้ ไม่ต้องถึงกับลึกซึ้งอย่างวิศวกร แต่แค่เพียงให้รู้ว่ามันมีความสำคัญ และมันมีผลต่อรถยนต์ของคุณอย่างไร ?

อ้อ ! ที่สำคัญมันมีผลต่อกระเป๋าเงินของคุณแน่นอน

เรื่องศูนย์ล้อ มีความสำคัญมาก เนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อการบังคับควบคุมรถ ต่อความปลอดภัย และการสึกหรอของชิ้นส่วน ไม่ต้องรู้จักกันลึกซึ้ง อย่างน้อยให้รู้คร่าวๆ ว่ามีความสำคัญอย่างไร และเมื่อเกิดอาการผิดปกติในการบังคับควบคุมรถ สาเหตุน่าจะมาจากไหน การแก้จะทำอย่างไร อย่างน้อยจะได้บอกกับช่างได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับรถของเราไง

มุมล้อ หรือศูนย์ล้อ ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้ง่าย ไม่ต้องออกแรงมากนัก หน้าที่ของมุมล้อในรถยนต์นั้น จะทำให้การขับขี่ทางตรง การเลี้ยวโค้งมีเสถียรภาพ รวมถึงช่วยผ่อนแรงในการบังคับควบคุมพวงมาลัยได้ง่ายขึ้น ตลอดเวลาที่รถเคลื่อนที่ มุมล้อต่างๆ จะทำหน้าที่ของมัน และจะทำงานประสานกันตลอดเวลานอกจากจะช่วยในการบังคับควบคุมรถแล้ว มันยังช่วยในเรื่องของการยืดอายุของยาง และชิ้นส่วนที่เกี่ยวกับระบบการรองรับด้วย มารู้จักมุมล้อต่างๆ กันดีกว่า ว่ามันทำอะไรได้บ้าง

1. โท-เอาท์ ออน เทิร์น (TOE-OUT ON TURN) หลายๆ คนอาจจะไม่เคยได้ยิน เนื่องจากมุมล้อนี้ รถส่วนใหญ่จะปรับไม่ได้ เป็นการออกแบบมาจากโรงงานเพื่อให้การเลี้ยวมีเสถียรภาพ มุมล้อนี้เกิดขึ้นเฉพาะเวลาที่เราหันเลี้ยวพวงมาลัยเท่านั้น ขณะที่เราถือพวงมาลัยตรงๆ จะไม่เกิดขึ้น มุมล้อนี้ออกแบบมาให้รถเข้าโค้งได้ง่าย และมีเสถียรภาพ เนื่องจากเวลาที่เราเลี้ยวนั้น ระยะทางระหว่างล้อที่อยู่นอกโค้ง และล้อที่อยู่ในโค้งจะแตกต่างกัน พูดง่ายๆ ก็คือ เวลาเราเลี้ยวซ้าย ล้อด้านซ้ายจะใช้ระยะทางน้อยกว่าล้อขวา นึกถึงเวลาแถวทหารที่กำลังเดินสวนสนาม จะเห็นได้ชัดว่าเวลาที่ทหารทั้งกองต้องเลี้ยวซ้ายนั้น ทหารที่อยู่ด้านซ้ายสุดแทบจะต้องย่ำเท้าอยู่กับที่ แต่ทหารที่เดินด้านขวาสุดนั้นจะต้องก้าวเท้ายาวขึ้น นั่นแสดงให้เห็นว่าล้อที่อยู่ด้านขวาต้องใช้ระยะทางที่มากกว่า รถจึงจะเข้าโค้งได้อย่างมีเสถียรภาพ นั่นเป็นที่มาของมุมล้อที่เรากำลังพูดถึงนี้

ทำไมถึงต้องออกแบบให้ล้อที่อยู่ในโค้ง ใช้ระยะทางสั้นกว่า นั่นเพราะว่าถ้ามันต้องใช้ระยะทางเท่ากัน ล้อมันจะเกิดการลื่นไถลไปด้านข้างนั่นเอง การหมุนของล้อจึงไม่สัมพันธ์กับระยะทางบนทางโค้ง หน้ายางจะเกิดการสึกหรออย่างรวดเร็ว และสึกแบบไม่เท่ากัน การบังคับควบคุมรถในขณะเลี้ยวก็ทำได้ยาก เพราะมันจะเลี้ยวไปด้วยอาการที่ลื่นไถล จึงมีการออกแบบให้แขนบังคับเลี้ยว และทำมุมต่างกัน เผื่อให้ล้อเอียงด้วยมุมที่ไม่เท่ากัน

ความแตกต่างของมุมล้อที่อยู่ในโค้ง จะเอียงมากกว่าล้อที่อยู่นอกโค้งราว 3-5 องศา เวลาเราเลี้ยว ล้อในโค้งอาจทำมุม 25 องศา ล้อที่อยู่นอกโค้งอาจจะทำมุม 20-22 องศา ถ้าจะให้เห็นภาพชัดๆ ว่ามุมล้อนี้มีความสำคัญอย่างไร ก็หาวัตถุทรงกระบอกขนาดเหมาะมือมา 1 อัน ลองกลิ้งให้เป็นวงกลม จะเห็นว่ามันเป็นไปได้ยาก ต้องมีการขืนกันพอสมควรทีเดียว จึงจะไปตามโค้งได้ง่าย ถ้าของที่มีลักษณะเป็นกรวย เช่น ไอครีมโคน เอามาแล้วกลิ้งให้มันไปตามโค้ง จะเห็นว่าเป็นไปได้ง่ายๆ ไม่ต้องขืน ไม่ต้องออกแรงกันมาก นั่นเป็นเพราะมุมเอียงแตกต่างกันนั่นเอง ถ้าเราลากมุมเอียงของล้อทั้ง 2 ด้าน ขณะเข้าโค้ง เราจะเห็นว่ามันมีลักษณะเหมือนไอครีมโคนอย่างที่ว่ามา

2. แคสเตอร์ (CASTER) เริ่มคุ้นหูกันขึ้นมาหน่อย มุมนี้เห็นชัดๆ เหมือนกับตะเกียบหน้าของจักรยาน หรือมอเตอร์ไซค์ครับ ถ้ามองด้านข้างตรงๆ จะเห็นว่าตะเกียบหน้าที่ว่า จะเอียงไปทางข้างหน้า เราวัดความเอียงนี่เป็นองศาสำหรับรถยนต์นั้นแกนล้อจะถูกออกแบบให้เอียงไปข้างหน้าเล็กน้อย ทำไมหรือนั่น ก็เพราะว่าต้องการให้ล้อตั้งตรงไปข้างหน้าตลอดเวลา เปรียบเทียบกับเวลาที่ขี่จักรยานปล่อยมือ รถก็จะวิ่งตรงไปได้ รวมถึงยังมีส่วนให้เลี้ยวได้ง่ายขึ้นด้วย อีกส่วนหนึ่งที่ก็จะช่วยเวลาคืนพวงมาลัยได้ง่ายขึ้น

มุมนี้สำหรับรถยนต์มีค่าอยู่ประมาณ 1/2-3 องศาเท่านั้น สามารถปรับแต่งได้เล็กน้อย ส่วนรถใหญ่อย่างรถบรรทุก หรือรถบัส แกนล้อจะเอียงไปข้างหลังเหมือนรถเข็นในห้าง เพื่อให้เลี้ยวได้ง่าย และไม่กินแรงมากนัก

3. แคมเบอร์ (CAMBER) มุมนี้ก็คุ้นหูกันมากขึ้นแล้วนะครับ มุมนี้ถือว่าสำคัญอีกมุมหนึ่ง ถ้าจะพูดให้ชัดๆ ว่าเป็นอย่างไร ก็ต้องไปนั่งหน้ารถ แล้วมองเข้ามาครับ ถ้ามองรถในหน้าตรงมุมนี้ จะลากจากกลางหน้ายางตั้งฉากกับพื้นถนน นั่นเท่ากับ 0 องศา ถ้าหน้ายางด้านบนเอียงเข้าหาตัวรถ ค่าที่วัดได้จะเป็นลบ พูดภาษาชาวบ้านๆ ก็ล้อหุบเข้า แต่กลับกัน ถ้าหน้ายางด้านบนเอียงออกนอกตัวถังรถวัดออกมาได้จะเป็นบวก เรียกชาวบ้านๆ ว่าถ่างออก

มุมล้อนี้ค่าที่เหมาะสม คือ 0 องศา พูดง่ายๆ ต้องตั้งฉากกับผิวถนนตลอดเวลานั่นเอง แต่ในความเป็นจริงนั้น มันทำได้ยาก เพราะน้ำหนักของตัวรถที่กดลงที่ล้อ รวมถึงจังหวะที่ล้อมีการยุบขึ้น/ลงตามสภาพผิวถนน ด้วยน้ำหนักของตัวรถที่กดลงบนล้อนั้นจะทำให้ล้อแบะออก ดังนั้นจำเป็นจะต้องออกแบบมุม ให้เป็นบวกรวม 1-2 องศา นั่นเพราะว่าเมื่อรถเคลื่อนที่ น้ำหนักของตัวรถ และเครื่องยนต์จะกดลง เหตุผลก็เพราะที่ด้านหน้าของรถจะมีเครื่องยนต์ที่ใช้ในการขับเคลื่อนวางอยู่ ทำให้น้ำหนักส่วนใหญ่จะค่อนไปทางด้านหน้า จะทำให้แคมเบอร์กลับมาใกล้เคียง 0 องศามากที่สุด เพื่อให้ยางสัมผัสผิวถนนเต็มหน้าตลอดเวลาการสึกหรอก็จะเป็นไปตามปกติ กรณีที่มุมนี้เป็นลบหรือบวก ผลที่ตามมาก็คือ ยางจะสึกไม่สม่ำเสมอ การบังคับควบคุมทำได้ไม่สมบูรณ์เต็มประสิทธิภาพ รวมถึงอาการลื่นไถลขณะเบรค เนื่องจากหน้ายางจะสัมผัสพื้นได้น้อยลง ประสิทธิภาพการเบรคก็จะลดลงตามไปด้วย

4. โท-อิน (TOE-IN) มุมนี้ก็จะได้ยินกันบ่อยๆ จะทำงานร่วมกับมุมแคสเตอร์ เพื่อให้รถพยายามวิ่งตรงอยู่เสมอ ถ้าอยากเห็นภาพชัดๆ ก็ต้องมองจากทอพวิว ก็คือ มองจากหลังคารถลงมา มุม โท-อิน คือ มุมที่เกิดจากระยะห่างที่แตกต่างกัน ระหว่างกึ่งกลางหน้ายางด้านหน้า กับกึ่งกลางหน้ายางด้านหลังของล้อหน้าตามปกติแล้วจะต้องมีระยะห่างเท่ากัน เพื่อให้ล้อหมุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในความเป็นจริงนั้น เมื่อรถเคลื่อนที่น้ำหนักของตัวรถและความฝืดที่ผิวถนนจะทำให้ล้อหน้าซ้าย/ขวาห่างออกจากกัน

มุมนี้จะออกแบบมาชดเชย เพื่อแก้อาการดังกล่าว โดยต้องทำให้ล้อหน้าหุบเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อรถเคลื่อนที่แรงต้านที่เกิดขึ้น จะถ่างให้ล้อกลับมาอยู่ในตำแหน่งที่พอดี มุมล้อนี้จะช่วยให้เราปล่อยมือจากพวงมาลัยได้ในทางตรง ระยะห่างระหว่างกึ่งกลางหน้ายางด้านหน้า/หลังของล้อหน้านั้น มีระยะห่างเป็น มม. ค่าที่ตั้งเผื่อก็จะอยู่ราว 1-3 มม.

มุมล้อต่างๆ ที่กล่าวมานั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้คุณควบคุมรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ส่งผลถึงอายุการใช้งานของยาง และช่วงล่างยาวนานอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อรู้สึกว่าเวลาขับรถมีอาการดึงซ้ายหรือขวา เลี้ยวแล้วพวงมาลัยไม่ค่อยคืน หรือเบรคแล้วรถกินไปด้านใดด้านหนึ่ง ให้รีบนำรถเข้าเชคศูนย์ล้อ ไม่อย่างนั้นผลที่ตามมาอาจทำให้หน้ายางบิดเบี้ยวเสียรูป หรือสึกไม่สม่ำเสมอ นอกจากนี้อาการสึกหรอของหน้ายางก็เป็นตัวบ่งบอกถึงอาการของมุมล้อที่ผิดเพี้ยนไปด้วย การสึกหรอของหน้ายางที่ผิดปกติ นอกจากมุมล้อแล้ว การสึกหรอของช่วงล่าง เช่น ลูกหมาก และชอคอับ ก็มีส่วนทำให้ยางสึกหรอผิดปกติได้ ดังนั้นเมื่อสงสัยว่ามุมล้อผิดเพี้ยน หรือช่วงล่างมีปัญหา ต้องตรวจเชคให้ดีก่อนตั้งศูนย์ล้อ

สิ่งสำคัญที่จะทำให้การตั้งศูนย์ล้อเที่ยงตรงมีหลายประการ เช่น แรงดันลมยางต้องเหมาะสม และเท่ากัน ชอคอับไม่มีการรั่วซึม ลูกหมากต่างๆ ต้องแน่นสมบูรณ์ ถ้าอย่างใดอย่างหนึ่งผิดปกติ ตั้งศูนย์ล้อไม่นานมันก็จะผิดเพี้ยนอีก สำหรับผู้ที่ยกสูง และเปลี่ยนยางผิดสเปคมากๆ การสลับยางและตั้งศูนย์ล้ออย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้อายุการใช้งานยาวนานขึ้น การปล่อยปละละเลยจะทำให้คุณต้องเปลี่ยนยางก่อนเวลาอันควร



------------------------------
เรื่องโดย : พหล ฯ 30
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน เมษายน ปี 2552
คอลัมน์ : DIY…คุณทำเองได้
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/MKq98

Follow autoinfo.co.th