บทความ

ตลาดรถปีฉลู ยอดขายส่อแววไม่ฉลุย !


เป็นที่ทราบดีว่า ตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์ ในปี 2551 ที่ผ่านมานั้น มียอดขายรวม 615,270 คัน ลดลง 2.5 % โดยรถเก๋งสามารถทำยอดขาย 226,805 คัน เพิ่มขึ้น 33.3 % รถกระบะ 323,872 คัน ติดลบ 17.0 % ส่วนรถเอสยูวี ทำยอดขายได้ 23,559 คัน ติดลบไป 16.4 %

เบ็ดเสร็จตลาดรวมของปีหนูไฟ พ่นพิษใส่อุตสาหกรรมยานยนต์จนแทบกระอัก ปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้ตลาดติดลบในรอบหลายปี มีสาเหตุหลักๆ ที่นักวิเคราะห์การตลาดมองเป็นมุมเดียวกันว่า ในช่วงไตรมาสแรก มีปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 17 % แต่ก็หดตัวลงอย่างรวดเร็วในช่วงไตรมาสที่ 2 เนื่องจากเราเจอภาวะวิกฤตราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น จนไปแตะที่ลิตรละ 40 บาท เล่นเอาภาคขนส่งเกือบหยุดชะงักลง แต่ยอดขายรถในช่วงนั้นก็เติบโตขึ้นเพียง 3.6 % และส่อแววไม่ดี เมื่อเรามาเจอกับข่าววิกฤตการณ์การเงินของโลก ที่ส่งผลให้สหรัฐอเมริกา ถึงกับทรุด จนนักวิเคราะห์ทั่วโลกมองว่า อาจจะเป็นการล่มสลายของระบบทุนนิยมในไม่ช้าไม่นานนี้

วิฤตการณ์การเงินในสหรัฐอเมริกานั้น ส่อแววกระทบอุตสาหกรรมทั่วโลกค่อนข้างชัดเจน หลังจากที่ภาคการเงินที่ธนาคารต่างๆ ส่ออาการโคมา จนรัฐบาลสหรัฐ ฯ ต้องอุดหนุนเม็ดเงินเข้าไปในระบบ เช่นเดียวกับยุโรป ที่มีข่าวในทำนองเดียวกันออกมาเป็นระยะๆ ผมมีเพื่อนสมัยเรียนมัธยม ฯ ไปทำงานเป็นผู้ช่วยหัวหน้าช่างใหญ่ ในโรงงานผลิตอะไหล่รถยนต์ของญี่ปุ่น อยู่ใน จอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ช่วงปลายปีที่แล้วเดินทางกลับมาประเทศไทยเพื่อเยี่ยมครอบครัว เขาเล่าให้ฟังว่า “เศรษฐกิจอเมริกัน รอบนี้ หนักหนาสาหัสเอาเรื่อง กลับไปเที่ยวนี้ไม่แน่ใจว่าจะอยู่ได้นานแค่ไหน เพราะออร์เดอร์ลดลง ค่ายรถทั้งอเมริกัน และญี่ปุ่น ชะลอการสั่งซื้อเกือบหมด…หนักใจมาก ตั้งแต่อยู่สหรัฐอเมริกา มา 20 กว่าปี เพิ่งเห็นของจริงก็รอบนี้ละ”

ส่วนไตรมาสที่ 4 ช่วงท้ายของปี เป็นช่วงที่สถานการณ์การเมืองในบ้านเราพลิกผันอย่างมาก ทำให้ยอดขายรถลดลงถึง 14.6 % และสำหรับปี 2552 ปีฉลู ก็ส่อแววไม่ฉลุย ค่ายรถในบ้านเราหลายค่าย ออกมาคาดการณ์ตัวเลขและพูดในทำนองว่า ปีนี้จะเหนื่อยหนักขึ้นจากปีก่อนๆ เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ไม่สู้ดีนัก โดยค่าย โตโยตา เป็นค่ายแรกที่แถลงก่อนใครเพื่อน ผู้บริหารของ โตโยตา บอกว่า “ปีนี้ตลาดรถรวมจะหดตัว ยอดขายรวมน่าจะประมาณ 520,000 คัน ลดลง 15.4 % เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยตลาดรถกระบะ และเอสยูวี จะหดตัวมากที่สุด แต่ก็ยังเชื่อมั่นในภาพรวมของเศรษฐกิจประเทศไทยว่า ยังแข็งแกร่ง ผู้บริโภคยังมีความต้องการใช้รถค่อนข้างสูง จากข้อมูลอัตราการถือครองรถต่อประชากร แสดงให้เห็นว่า ยังมีความต้องการรถใหม่สูงมากในตลาดต่างจังหวัด และทดแทนรถคันเดิมสำหรับลูกค้าในกรุงเทพ ฯ แต่ต้องอาศัยดัชนีความเชื่อมั่นของรัฐบาลที่จะแก้ไขเศรษฐกิจของประเทศ”

แถมโครงการใหญ่ๆ อย่างอีโคคาร์ ต่างก็ชะลอการเปิดตัว ที่เราเล็งกันว่า ปลายปี 2552 อาจจะได้เห็นรถเล็กเพิ่มขึ้น คงต้องรอดูในช่วงกลางปี 2553…จะเป็นข่าวดี หรือข่าวร้าย เราคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งปี



------------------------------
เรื่องโดย : ลิขิต น้าประเสริฐ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2552
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/REkat

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
24 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th