บทความ

ลบ 2.5 %


และแล้ววันเวลาก็เดินทางผ่านพ้นปีชวด 2551 ปีแห่งความวุ่นวายมากที่สุดอีกปีหนึ่ง และส่งผลกระทบอย่างจังกับธุรกิจเกือบจะทุกประเภท แน่นอนว่ารวมถึงวงการธุรกิจยานยนต์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทำให้ผลประกอบการของการจำหน่ายยานยนต์ทุกประเภทในปี 2551 ปรับตัวลดลงจากปี 2550 ที่ว่าแย่แล้ว 2.5 % หรือจำหน่ายไปได้ทั้งสิ้น 615,270 คัน คิดเป็นจำนวนคันยอดจำหน่ายหล่นหายไป 15,981 คัน โดยหมวดหมู่ที่ปรับตัวลดลงมากที่สุดเมื่อคิดเป็นจำนวนคันแล้ว ได้แก่ รถยนต์ที่เป็นขวัญใจของประชาชนพลเมืองระดับกลาง

รถกระบะ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ ยอดจำหน่ายปี 2551 หายไป 64,797 คัน หรือลดลงไป 18.1 % ส่วนที่ขาดดุลไป คิดเป็นเปอร์เซนต์แล้ว ได้แก่ รถกระบะ 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ ติดลบไป 26.2 % หรือ 6,673 คัน แต่ที่ส่งผลให้ยอดรวมทั้งปีติดลบไปเพียง 15,000 กว่าคัน เป็นผลที่ได้จากกระแสความนิยมรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ที่มีรุ่นใหม่ที่สอดคล้องกับความต้องการ ในช่วงที่สภาวะน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีราคาสูงเป็นประวัติการณ์ ที่ไต่ระดับสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปีจนถึงช่วงกลางปี ก่อนที่จะปรับตัวลดลงต่อเนื่องช่วงหลังกลางปี มียอดจำหน่ายสูงกว่ายอดรวมปีก่อนหน้านี้ถึง 57,469 คัน นี่ถ้ารถเก๋งยังขายไม่ออก ยอดจำหน่ายปี 2551 เป็นได้รูดมหาราชแน่นอน

สำหรับยอดจำหน่ายรถยนต์ทุกประเภท เดือนธันวาคม ได้แรงขับเคลื่อนจากงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 25” ที่มีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แคมเปญพิเศษที่ค่ายรถยนต์ภูมิใจนำเสนอ เพื่อเร่งการตัดสินใจซื้อของผู้ต้องการรถใหม่ จนทำให้ในช่วงระยะเวลาการจัดงานมียอดจำหน่ายสูงถึง 14,000 กว่าคัน ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการจัดงานครั้งก่อนๆ และจากความสำเร็จของการจัดงานในครั้งนี้ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ยอดจำหน่ายรถยนต์ทุกประเภท เดือนธันวาคม ปิดอยู่ที่ 59,002 คัน ถีบตัวสูงขึ้นจากเดือนพฤศจิกายนถึง 28.1 %

โตโยตา ปักธงความเป็นหมายเลขหนึ่งของตลาดรถยนต์เมืองไทยต่อไปอย่างเหนียวแน่น ถึงแม้ในตลาดใหญ่อย่างตลาดรถกระบะ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ ความเป็นแชมพ์ยอดจำหน่ายประจำปีจะตกเป็นของ อีซูซุ

ปี 2551 เป็นปีแรกในรอบ 70 กว่าปี ที่ผลรวมการประกอบการของ โตโยตา ทั่วโลกประสบภาวะขาดทุน แต่สำหรับประเทศไทย ที่ปัจจุบันจะกลายเป็น แลนด์ ออฟ มอบ แทน แลนด์ ออฟ สไมล์ ไปแล้ว โตโยตา ก็ยังเป็นตัวเลือกอันดับ 1 ของผู้ที่กำลังตัดสินใจจะออกรถยนต์รุ่นใหม่เสมอ

เดือนธันวาคม โตโยตา เก็บเบี้ยเข้าพกไปอีก 25,963 คัน และเมื่อรวมกับรถยนต์รุ่นต่างๆ ของ โตโยตา ที่จำหน่ายออกไปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2551 เป็นต้นมา ทำให้ในปี 2551 โตโยตา มียอดจำหน่ายรถยนต์ทุกประเภทรวมทั้งสิ้น 261,955 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดถึง 42.6 %

อีซูซุ ถึงแม้จะมีเพียงรถยนต์เพื่อการพาณิชย์เท่านั้นที่โลดแล่นอยู่ในตลาดรถยนต์ แต่สำหรับผู้ที่คิดจะเป็นเจ้าของรถกระบะสักคันหนึ่งแล้ว เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยต้องพินิจพิจารณา อีซูซุ ดี-แมกซ์ ก่อนที่จะไปสู่ทางเลือกอื่น เดือนธันวาคม อีซูซุ กวาดยอดขายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ไปได้อีก 11,390 คัน รวมทั้งปีได้ไปทั้งสิ้น 133,390 คัน ได้ส่วนแบ่งตลาดไป 21.7 % และยังเป็นแชมพ์ยอดจำหน่ายรถกระบะ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ ด้วยยอดจำหน่ายรวมที่ 115,878 คัน เฉือนชนะ โตโยตา ไปเพียง 1,010 คันเท่านั้น

ฮอนดา เบอร์ 3 ของตลาดที่ส่งรถยนต์โมเดลใหม่เข้าสู่ตลาดรถยนต์นั่ง ทั้ง แจซซ์, ซิที, ซีวิค ประสบความสำเร็จ ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้รถอย่างดีเยี่ยมในเดือนธันวาคม เกือบจะแซง อีซูซุ ขึ้นไปโซ้ยอันดับที่ 2 ของรถยนต์จำหน่ายขายดีเสียด้วย ยอดจำหน่ายรถยนต์ ฮอนดา โมเดลต่างๆ เดือนธันวาคม ขึ้นไปโซ้ยอันดับที่ 2 ของรถยนต์จำหน่ายขายดีเสียด้วย

ยอดจำหน่ายรถยนต์ ฮอนดา โมเดลต่างๆ เดือนธันวาคม ถีบตัวขึ้นไปสูงทะลุหลักหมื่นคันไปหยุดอยู่ที่ 10,807 คัน ส่งผลให้ยอดจำหน่ายรถยนต์ ฮอนดา ทั้งปีสูงถึง 90,807 คัน และเป็นรถยนต์บแรนด์หลักบแรนด์เดียวที่มียอดจำหน่ายที่ปรับตัวสูงขึ้นจากปี 2550 โดยยอดจำหน่ายของ ฮอนดา ปรับตัวสูงขึ้นถึง 55.2 % และสำหรับส่วนแบ่งตลาดของรถยนต์ ฮอนดา ปี 2551 อยู่ที่ 14.8 %

นิสสัน หลังจากที่ทำตัวเป็นกระทงหลงทางไปพักหนึ่ง สำหรับตลาดรถยนต์นั่ง พอปรับเนื้อปรับตัวเข้าที่เข้าทาง ก็เลยเดินหน้าอย่างไหลลื่นพอสมควร สำหรับเก๋ง ทิอิดา แต่สำหรับ นาวารา หลายต่อหลายเสียงบอกว่าโดนใจอย่างมาก เดือนธันวาคม นิสสัน ทำยอดจำหน่ายได้ทั้งสิ้น 3,026 คัน ส่วนยอดจำหน่ายทั้งปีของ นิสสัน ทำได้รวมทั้งสิ้น 32,665 คัน รับส่วนแบ่งตลาดไป 5.3 % เป็นอันดับที่ 4 ของรถยนต์ที่จำหน่ายได้มากที่สุดในปี 2551

สำหรับ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท เป็นที่ถูกอกถูกใจของผู้ชื่นชอบรถกิจกรรมกลางแจ้ง หรือรถเอสยูวี บวกกับความนิยมใน มิตซูบิชิ ทไรทัน ที่เป็นต้นแบบของ ปาเจโร สปอร์ท ทำให้ปี 2551 มิตซูบิชิ ยังทำยอดจำหน่ายได้มากที่สุดอยู่ในอันดับที่ 5 เช่นเดิม ทำยอดจำหน่ายทั้งปีได้ 24,917 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 4.0 % ส่วนในเดือนธันวาคม มียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 2,008 คัน

สรุปว่า 5 อันดับแรกของรถยนต์ที่จำหน่ายได้มากที่สุดประจำปี 2551 ไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากปี 2550 แต่อย่างใด ไล่เรียงกันไปจาก โตโยตา ไป อีซูซุ, ฮอนดา, นิสสัน และ มิตซูบิชิ

ในส่วนของรถยนต์นั่งปี 2551 เป็นปีทองของรถยนต์ประเภทนี้โดยแท้ รถยนต์นั่งทั้งที่ประกอบขึ้นในประเทศ และนำเข้าจากต่างประเทศ มียอดจำหน่ายรวมกันที่ 219,943 คัน ปรับตัวสูงขึ้นจากปีก่อนหน้านี้ ปี 2550 ถึง 35.4 % หัวแถวที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดอย่างต่อเนื่องผูกขาดความเป็นแชมพ์ขวัญใจมหาชน ยังคงเป็นบรรดารถยนต์นั่งจากค่าย โตโยตา

โตโยตา ปี 2551 จำหน่ายรถเก๋งได้รวมทั้งสิ้น 102,064 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 46.4 % เฉพาะเดือนธันวาคม จำหน่ายไปได้ 9,779 คัน ถึงจะเป็นรองยอดจำหน่ายของ ฮอนดา ในเดือนธันวาคม ที่ ฮอนดา จำหน่ายรถยนต์นั่งได้มากที่สุดเป็นอันดับ 1 โดยจำหน่ายได้ 10,037 คัน แต่เมื่อรวมทั้งปี ก็เหนือกว่าอย่างชัดเจน ทำได้มากกว่า ฮอนดา เกือบ 20,000 คัน สำหรับส่วนแบ่งตลาดของ ฮอนดา ในตลาดรถยนต์นั่งอยู่ที่ 37.2 %

เชฟโรเลต์ ต้นตำรับรถยนต์ 2 พลังงานทางเลือก ยังปิดหีบในตำแหน่งอันดับที่ 3 ของรถยนต์นั่งขายดีที่สุดปี 2551 เหมือนเดิม รวมทั้งปี เชฟโรเลต์ ออพทรา และอาวีโอ ที่พักหลังเงียบหายไปจำหน่ายรวมกันได้ 10,180 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 4.6 % เดือนธันวาคม เชฟโรเลต์ จำหน่ายรถยนต์นั่งได้ 772 คัน อยู่ในอันดับ 4 ส่วนอันดับ 3 ของรถยนต์นั่งขายดีเดือนธันวาคม แต่ยอดรวมทั้งปีอยู่ในอันดับที่ 4 ได้แก่ รถยนต์นั่งจากค่าย นิสสัน เดือนธันวาคม จำหน่ายไป 871 คัน และทั้งปีจำหน่ายไป 7,694 คัน ได้ส่วนแบ่งตลาด 3.5 %

อันดับที่ 5 เป็นความสำเร็จของค่าย มาซดา ที่สามารถแซงเจ้าของตำแหน่งเก่า เมร์เซเดส-เบนซ์ ไปได้ตั้งแต่ต้นปีมาจนปิดฉากรูดม่านปี 2551 มาซดา จำหน่ายรถยนต์นั่งได้ทั้งสิ้น 4,183 คัน รับส่วนแบ่งตลาดไป 1.9 % เดือนธันวาคมจำหน่ายไป 548 คัน

สรุปตลาดรถยนต์นั่งมีการเปลี่ยนแปลงเฉพาะในอันดับ 4 ละ 5 ส่วนตำแหน่งที่ 1 ถึง 3 เหมือนเดิม

ตลาดรถกระบะ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ ปี 2551 โดนมรสุมน้ำมันกระหน่ำเอาเสียศูนย์ไปพักใหญ่ ปิดยอดจำหน่ายทั้งปีที่ 292,856 คัน ติดลบเมื่อเทียบกับปี 2550 ไป 18.1 % ปี 2551 แชมพ์เปลี่ยนมือเสียแล้ว อีซูซุ ดี-แมกซ์ เข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับ 1 ด้วยยอดจำหน่าย 115,878 คัน รับส่วนแบ่งตลาดไป 39.6 % เฉือนเจ้าของตำแหน่งเดิม ไฮลักซ์ วีโก ของ โตโยตา ไปอย่างฉิวเฉียด โดยยอดจำหน่ายของ โตโยตา อยู่ที่ 114,868 คัน ได้ส่วนแบ่งตลาดไป 39.2 % ส่วนอันดับที่ 3 ถึง 5 ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

นิสสัน ทำยอดจำหน่ายทั้งปีในอันดับที่ 3 ด้วยยอด 22,351 คัน ส่วนแบ่งตลาด 7.6 % มิตซูบิชิ จำหน่ายไปได้ทั้งสิ้น 16,913 คัน รับส่วนแบ่งตลาด 5.8 % และเชฟโรเลต์ อยู่ในอันดับที่ 5 จากยอดจำหน่ายทั้งปี 8,977 คัน ส่วนแบ่งตลาด 3.1 % ส่วนยอดจำหน่ายเดือนธันวาคม โตโยตา 12,159 คัน อีซูซุ 9,828 คัน นิสสัน 2,008 คัน มิตซูบิชิ 1,060 คันและเชฟโรเลต์ 702 คัน

ตลาดย่อยของรถกระบะ 1 ตัน ได้แก่ รถกระบะ 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ ปิดยอดจำหน่ายทั้งปี 18,820 คัน ติดลบไปถึง 26.2 % 5 อันดับแรกยังคงเป็นบแรนด์เดิมๆ จากปีก่อน

โตโยตา แบเบอร์เข้าวินด้วยยอดจำหน่าย 12,340 คัน ส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 65.6 % เฉพาะเดือนธันวาคม มียอดจำหน่าย 1,363 คัน อีซูซุ ตามมาเป็นอันดับ 2 จำหน่ายทั้งปีได้ 3,833 คัน ส่วนแบ่งตลาด 20.4 % เดือนธันวาคม จำหน่ายได้ 318 คัน อันดับที่ 3 เป็นของ นิสสัน จำหน่ายรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อได้ 1,208 คัน ส่วนแบ่งตลาด 6.4 % จำหน่ายได้ 89 คัน ในเดือนธันวาคม อันดับที่ 4 เป็น มิตซูบิชิ 805 คัน ส่วนแบ่งตลาด 4.3 % ยอดจำหน่ายนี้รวมถึง 57 คัน ในเดือนธันวาคม และอันดับที่ 5 ได้แก่ รถกระบะขับ 4 ล้อ ของ ฟอร์ด จำหน่ายได้ 360 คัน ส่วนแบ่งตลาด 1.9 % เดือนธันวาคม จำหน่ายได้ 22 คัน

ตลาดรถเอสยูวี มิตซูบิชิ ถือเป็นหน้าใหม่สำหรับตลาดนี้ในบ้านเรา สอดแทรกเข้ามาอยู่ในอันดับที่ 5 ของเอสยูวี ที่จำหน่ายมากที่สุดปี 2551 ส่วนแชมพ์เป็นของ โตโยตา จำหน่ายได้ 14,041 คัน จากจำนวนเอสยูวีทั้งหมดที่จำหน่ายในปี 2551 ที่ 35,736 คัน ฮอนดา ปิดยอดจำหน่ายเอสยูวี ปี 2551 ในอันดับที่ 2 ด้วยยอดจำหน่าย 8,919 คัน ส่วนเอสยูวีของ อีซูซุ มาเป็นอันดับที่ 3 จากยอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 6,149 คัน อันดับที่ 4 เป็นของ เชฟโรเลต์ ปี 2551 จำหน่ายได้รวม 2,852 คัน และน้องใหม่ มิตซูบิชิ เข้ามาเป็นอันดับที่ 5 จากยอดจำหน่าย 1,914 คัน ส่วนในเดือนธันวาคม รถยนต์ประเภทนี้จำหน่ายรวมกันได้ 3,673 คัน

และรถอเนกประสงค์ หรือ เอมพีวี ทั้งปีจำหน่ายรวมกันได้ 6,934 คัน น้อยกว่าปี 2550 อยู่ 11.4 % เป็นอีกตลาดหนึ่งที่ โตโยตา ผูกขาดตำแหน่งแชมพ์ยอดจำหน่าย โดยในปีนี้ โตโยตา จำหน่ายรถยนต์ประเภทนี้ไปทั้งสิ้น 4,551 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 65.6 % ตามด้วย มิตซูบิชิ จำหน่ายไปได้ 1,672 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 24.1 % ส่วนอันดับ 3 เป็นของ ซูซูกิ จำหน่ายได้ 350 คัน รับส่วนแบ่งตลาด 5.0 % ส่วนอันดับที่ 4 และ 5 เป็นรถยนต์จากแดนกิมจิทั้งคู่ คือ ซังยง และเกีย และเหมือนกับเตี๊ยมกันไว้ ทำยอดจำหน่ายได้เท่ากันเสียด้วย โดยทั้งคู่จำหน่ายไปได้บแรนด์ละ 164 คัน ได้ส่วนแบ่งตลาดไปบแรนด์ละ 2.4 % ส่วนในเดือนธันวาคม ยอดจำหน่ายอยู่ที่ 546 คัน แบ่งเป็น โตโยตา 334 คัน มิตซูบิชิ 144 คัน ซูซูกิ 29 คันซังยง 24 คัน เกีย 10 คัน เมร์เซเดส-เบนซ์ 4 คัน และซูบารุ 1 คัน

ปี 2552 ปีวัวไฟ ว่ากันว่าจะเป็นปีที่เศรษฐกิจจะถดถอยอย่างสุดๆ เป็นปีเผาจริงกันเลยทีเดียว แต่ เธอะ โชว์ มัส โก ออน ตลาดรถยนต์ยังคงเดินหน้าว่ากันต่อไป ยังจะมีรถยนต์โมเดลใหม่ และบแรนด์ใหม่เสนอตัวเข้ามาเป็นทางเลือกอีกหลากหลาย

ต้องติดตามกันต่อไป



------------------------------
เรื่องโดย : ขุนสัญจร
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2552
คอลัมน์ : วิถีตลาดรถยนต์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/pb0Kx

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
19 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th