บทความ

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท ถูกต้องนะครับ !


จำได้ใช่ไหม…ราวยี่สิบปีก่อน ใครไม่รู้ตั้งคำถามเล่นกันในหมู่เด็กๆ ว่า “ปลา (แต่แอบออกเสียงว่า “ปา”) อะไร ขึ้นเขาได้ ?” ครั้งแรกที่ผมได้ยิน คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก จนต้องบอก “ยอม”

สุดท้ายเพื่อนมันทำหน้าตาเฉย พร้อมเฉลยว่า “ปาเจโร”

มิตซูบิชิ ปาเจโร คันแรก เผยตัวตั้งแต่ปี 2525 ส่งขาย 170 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย โดย ดีเลอร์ ยุคนั้น สั่งเข้ามาช้ากว่าต่างชาติหลายปีหน่อย แต่ก็สร้างความฮือฮาในหมู่ผู้ใช้รถยนต์ชาวไทย ไม่น้อย โดยเฉพาะแฟนๆ รถขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่รู้จักกันแต่รถ จีพ แถมมักเรียกที่สั้นอยู่แล้ว ให้สั้นลงไปอีกว่า รถ “จิ๊บ”

ไม่นานมานี้ผมมีโอกาสได้ทดลองขับ และนั่งรถ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท ในทริพ “ประหยัดทุกลิตร ตอบชีวิตตามใจคุณ” ที่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด จัดขึ้น เพื่อพิสูจน์สมรรถนะ ทดลองความประหยัด และยังมีโอกาสร่วมทำบุญกับวัดในสหภาพพม่า

ก็ถูกครับ… เที่ยวนี้ไม่ได้ลองขับ ปาเจโร แท้ๆ อย่างที่เกริ่นมาหรอก

แต่กลับดีออก เพราะประเด็นสำคัญที่ มิตซูบิชิ ฯ ข้ามชอท ใช้ชื่อ ปาเจโร สปอร์ท กับรถที่ต่อยอดจากรถกระบะ ทไรทัน ทั้งยังเป็นรถที่สืบทอดเจตนารมณ์จาก จี-แวกอน รุ่นพี่ ที่ใช้พื้นฐานจากรถกระบะ สตราดา (STRADA) ซึ่งเป็นการต่อยอดเหมือนๆ กัน นั่นเพราะมีการพัฒนาจนถึงขั้นที่ มิตซูบิชิ มั่นใจจะมันเรียกว่า “เอสยูวี” ได้เต็มปากแล้ว

แต่จะจริงไหม ?

 

กรุงเทพ ฯ-ชะอำ

จากกรุงเทพ ฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 35 หักพวงมาลัยซ้าย เข้าทางลัดไปชะอำ เพื่อผ่านเพชรบุรี ตลอดการเดินทางในช่วงนี้ เส้นทางค่อนข้างคดเคี้ยว จึงได้ทดลองระบบรองรับที่ด้านหน้าเป็นแบบอิสระ ดับเบิล วิชโบน คอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังแบบ 3 ลิงค์ ทอร์ค อาร์ม คอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง ซึ่งให้การขับขี่ที่นุ่มนวล ควบคุมง่าย จากรัศมีวงเลี้ยวแคบ 5.6 ม. พอๆ กับรถเก๋งเล็ก

ที่ใช้ชื่อ ปาเจโร ได้ไม่เขิน คงเพราะ มิตซูบิชิ ยกชุดขับเคลื่อนแบบ SUPER SELECT 4WD (SS4) ซึ่งเป็นระบบเดียวกันกับที่ใช้ในรถ มิตซูบิชิ ปาเจโร มีรูปแบบการทำงานให้เลือกถึง 4 โหมด คือ 2H ขับล้อหลัง เหมาะสำหรับการขับขี่แบบปกติ 4H ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา 4HLC เหมาะกับสภาพทางที่ต้องการกำลังขับเคลื่อนสูง โดยมีระบบ เซนเตอร์ ดิฟฟ์ลอค ควบคุมแรงบิดของล้อหน้า และหลัง ให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทาง และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา 4LLC เหมาะกับสภาพทางที่ต้องการกำลังขับเคลื่อนสูงสุด ในเส้นทางที่ทุรกันดารมาก ซึ่งถือว่าใช้ง่าย ใครขับก็เรียนรู้ได้เร็ว

 

ชะอำ-กุยบุรี

หลังแวะรับประทานข้าวกลางวันที่สนามกอล์ฟ บแลค เมาเทน หัวหิน กันเสร็จ จึงออกเดินทางต่อไปยังอำเภอกุยบุรี โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 ซึ่งในช่วงนี้เป็นทางตรงยาว ได้เวลาทดลองขุมพลังจากเครื่องยนต์ ดีเซล คอมมอนเรล ไดเรคท์อินเจคชัน โดยทั้งรุ่น เครื่องยนต์ 2.5 DI-D รหัส 4D56 กำลัง 140 แรงม้า และเครื่องยนต์ 3.2 DI-D รหัส 4M41 กำลัง 165 แรงม้า กับเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ อินเวคส์-ทู (INVECS-II) สปอร์ทรอนิค ที่สามารถ “เล่น” เองได้

การเล่นกับเกียร์คงเป็นเพียงของสนุก เอา “ขำขำ” มากกว่า เพราะเมื่อกดคันเร่ง คิคดาวน์ เครื่องยนต์ทั้ง 2 ก็สามารถให้กำลังอย่างต่อเนื่อง โดยที่เครื่องยนต์ 3.2 ลิตร จะให้กำลังมากกว่านิดหน่อย ถึงแม้จะไม่ปรู๊ดปร๊าด แต่ก็สามารถพาร่างหนักเกือบ 2 ตัน เร่งแซงคันหน้าได้อย่างปลอดภัย

การทดสอบรถยนต์ในช่วงแรก เพื่อพิสูจน์อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง สิ้นสุดลงที่ อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ หน้าปัดบอกระยะทางที่ใช้ไปกว่า 300 กม. โดยในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ สามารถทำสถิติได้สูงสุดอยู่ที่ 12.83 กม./ลิตร ขณะที่รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ได้ 11.67 กม./ลิตร ซึ่งถือว่าประหยัดใช้ได้

 

ด่านสิงขร-พม่า

นอกจากวัดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงกันแล้ว ยังได้อิ่มบุญ โดยการคำนวณเงินจากปริมาณน้ำมันที่เหลืออยู่ในถังของรถแต่ละคัน แปลงค่าเป็นเงินสด นำไปซื้อข้าวสารได้ถึง 6 กระสอบ ถวายให้แก่พระสงฆ์ที่วัดมูด่อง ในสหภาพพม่า

วัดมูด่อง ตั้งอยู่ใน อ. ตะนาวศรี จ.มะริด ประเทศสหภาพพม่า ทริพของเรามี พตต. สิระ สุวิกรม ผบ. ร้อย ตชด. 146 ด่านสิงขร และ โชติ โชติชยากร รองประธานหอการค้า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมเดินทางพร้อมให้ข้อมูล และอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง

หลังจากทำบุญกันเรียบร้อย ก็ออกเดินทางต่อ เพื่อเยี่ยมชมเจดีย์ทอง ซึ่งตลอดสองข้างทางกว่า 13 กม. ได้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนซึ่งอาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว และแม้จะไม่ได้รับอนุญาตให้จอดรถ หรือแม้กระทั่งถ่ายรูป แต่เราก็สัมผัสได้ถึงมิตรภาพที่มีอยู่ผ่านรอยยิ้ม และการโบกมือทักทายจากชาวพม่าที่อาศัยอยู่สองข้างทาง

หลังจากใช้เวลาอยู่ในพม่าประมาณ 2 ชม. จึงเดินทางกลับเข้าประเทศไทย โดยได้แวะมอบแทงค์น้ำให้กับกองร้อยตระเวนชายแดน ที่ 146 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ที่ดูแลด่านสิงขร เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในกิจการของกองร้อย ฯ ก่อนจะเดินทางกลับสู่ที่พัก จ. ประจวบคีรีขันธ์

…ท้ายนี้ ผมขอเดา…คุณกำลังจะถามผมว่า “ปาเจโร สปอร์ท เป็น เอสยูวี เต็มขั้นแล้วใช่ไหม ?”

ผมไม่ตอบ…แต่ถ้าวันนี้ใครจะถามผมอีก “ปาอะไรขึ้นเขาได้ ?”

ผมไม่ลังเลที่จะตอบว่า “ปาเจโร สปอร์ท” !



------------------------------
เรื่องโดย : ศิธา เธียรถาวร
ภาพโดย : บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2552
คอลัมน์ : พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/aEDza

บทความที่เกี่ยวข้อง

สื่อสากล แฟมิลี แรลลี ครั้งที่ 13 “หอบความสุข ไปแบ่งปัน”
ALL-NEW HONDA CR-V
TOKYO AUTO SALON 2017 งานชุมนุมรถแต่ง สุดขั้ว !
อัพเดทล่าสุด
21 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th