บทความ

เริ่มกันใหม่


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์
เดือน ธันวาคม ปี 51 กับ 50
ตลาดโดยรวม ลด 8.3 %
รถยนต์นั่ง เพิ่ม 104.5 %
รถกระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ ลด 35.4 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) เพิ่ม 17.8 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) ลด 15.9 %
เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์
เดือน มกราคม-ธันวาคม ปี 51 กับ 50
ตลาดโดยรวม ลด 2.5 %
รถยนต์นั่ง เพิ่ม 35.4 %
รถกระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ ลด 18.1 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) ลด 11.4 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) เพิ่ม 1.1 %

 

ผ่านพ้นปีกันไปด้วยความร่าเริงของนักการตลาดหลายค่าย ที่พยากรณ์ตัวเลขเอาไว้ ไม่ถึงกับพลาดมากนัก เพราะเมื่อรวมทั้งปีแล้ว ตกไปเพียง 2.5 % ขายได้ 615,270 คัน

ก็บันเทิงใจกับเงินโบนัสปลายปีกันไปแล้ว แม้ว่าบางค่ายถึงกับต้องปิดโรงงาน ออกมาประท้วง ปิดถนนสาธารณะ ให้ประชาชนวุ่นวายกันไปหมด แต่แล้วก็จบลงไปด้วยดี

ก็มานั่งพิจารณาว่า ปี 2552 นี่ สมควรจะได้โบนัสกันหรือเปล่า นี่ว่าเฉพาะบางค่ายที่ดูลักษณะแล้ว ค่อนข้างออกอาการซวนเซ แม้ว่ายอดการส่งออกไปขายต่างประเทศ จะดูเลิศหรู ถึงจะตกก็คงไม่มากเท่าไร เพราะคงต้องหาทางประคองซ้าย ประคองขวากันให้ได้ หรือผ่องไปตลาดใหม่ๆ มั่ง

เพียงแต่ว่ายอดการจำหน่ายในประเทศ ที่พยายามให้สัมภาษณ์ว่า ตกลงไปไม่มากนัก ทั้งที่ตัวเลขทั้งปีโชว์ออกมาว่า ดีขึ้นเล็กน้อย ก็กลายเป็นว่า พี่เขาตั้งเป้าเอาไว้ต่ำ ขายได้มากกว่าเป้านิดเดียวก็ฉลุยแล้ว

อีทีนี้ ค่ายยักษ์ใหญ่ประกาศตูมออกมาว่า ตัวเลขปี 2552 จะลดลงประมาณ 15 % ตั้งเป้าขายกันแค่ 520,000 คัน เท่านั้นเอง ก็ให้เป็นห่วงบรรดาค่ายเล็กค่ายน้อยทั้งหลาย เพราะเชื่อขนมโก๋รับทานได้ล่วงหน้าเลยว่า แคมเปญนานาชนิดของค่ายยักษ์ใหญ่น่ะ ค่ายเล็กไม่มีทางหาญเทียบได้เลย โดยเฉพาะค่ายใหญ่เงินหนา 2 ค่าย

พนักงานของค่ายเล็กๆ ก็พากันวิตกจริตไปล่วงหน้าก่อนได้เลยว่า โบนัสปีหน้า อาจจะไม่สวยสดงดงามเท่านี้

ส่วนที่นี่ ไม่ต้องห่วงครับ เพราะที่นี่ดูแลพนักงานเหมือนลูกหลาน ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้

ก็เอาเป็นว่า ถึงจะเศรษฐกิจไม่ดี การเมืองไม่ค่อยนิ่ง เศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำ ก็คงต้องอยู่กันไปตามสภาพ ทำเรื่องของตัวเองให้ดีที่สุด ก็มาเริ่มต้นปีกันด้วยการตั้งความหวังไว้แบบนี้ดีกว่า เรื่องโบนัสเป็นเรื่องของเงินพิเศษ ที่นายจ้างจะให้ก็ได้ ไม่ให้ก็ได้ (เฮ้อ)

เริ่มกันใหม่แล้วกัน

เริ่มต้นปีใหม่หนนี้ เริ่มกันด้วยเรื่องใกล้ตัวกันก่อน คือ เรื่องของแทกซี ที่พวกกระผมต้องพึ่งพาอาศัยอยู่เป็นประจำ เพื่อเดินทางไปร่วมงานต่างๆ ของค่ายรถยนต์

กรมการขนส่งทางบก เปิดเผยตัวเลขที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน ทางศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ หมายเลขโทรศัพท์ 1584 ตามปีงบประมาณ 2551 ว่า มีผู้โดยสารร้องเรียนถึง 20,682 ราย โดยรถยนต์รับจ้าง หรือแทกซี ถูกร้องเรียนมากที่สุด จำนวน 12,396 ราย หรือเฉลี่ยเดือนละกว่า 1,000 ราย

รองลงมา ได้แก่ รถโดยสาร ร่วมบริการ ขสมก. จำนวน 4,761 ราย และรถโดยสาร ขสมก. จำนวน 1,484 ราย

ทั้งหมดนี้ ท่านว่าได้ลงโทษเปรียบเทียบปรับไปแล้ว จำนวน 8,129 ราย คิดเป็นเงินค่าปรับทั้งสิ้น 3,421,613 บาท

เรื่องของแทกซีที่ได้รับการร้องเรียนข้อหาความผิดส่วนใหญ่ ได้แก่ ปฏิเสธผู้โดยสาร จำนวน 392 ราย แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ จำนวน 198 ราย ไม่ใช้มาตรวัดค่าโดยสาร หรือเก็บค่าโดยสารเกินราคา จำนวน 168 ราย ส่งผู้โดยสารไม่ถึงจุดหมายปลายทาง จำนวน 109 ราย และพาผู้โดยสารไปในเส้นทางที่อ้อมเกินควร จำนวน 96 ราย

ทั้งหมดนี้ ได้เรียกตัวผู้ถูกร้องเรียนมาสอบสวนความผิด และลงโทษเปรียบเทียบปรับไปแล้ว จำนวน 328 ราย คิดเป็นเงินค่าปรับทั้งสิ้น 278,200 บาท

ท่านจะเรียกตัวมาลงโทษเปรียบเทียบปรับอย่างไรก็ตาม แต่กฎหมายบัญญัติไว้ว่า แทกซีทุกคันจะต้องรับผู้โดยสาร เดินทางไปส่งตามที่ต้องการ โดยไม่มีการปฏิเสธ อีทีนี้จะทำยังไงดีล่ะ พวกกระผมเองถ้ารีบ ก็ต้องโบกมืออาศัยบริการกันมั่งละ แต่มาเสียอารมณ์ตรงที่ มักได้รับคำตอบว่า จะต้องไปส่งกะ ไปคนละทางกับอู่ หรือส่ายหน้าปฏิเสธเอาเฉยๆ

แล้วถ้าเป็นชั่วโมงที่ต้องส่งกะละก็ เชื่อได้เลยว่ายืนคอยกันจนเมื่อย บอกจุดหมายกันจนเบื่อ

โดยเฉพาะถ้าต้องมีงานแถวทุ่งรังสิตเมื่อไร เป็นต้องได้โทรสอบถามกันให้วุ่น ว่าใครจะไปบ้าง ไปยังไง อาศัยไปด้วยได้ไหม ค่ายรถมีรถตู้รับที่ไหนหรือเปล่า

ท่านออกมาเปิดเผยตัวเลขเหล่านี้ก็ดีอยู่หรอก แต่ทำอย่างไรถึงจะล้อมคอกเรื่องพวกนี้ได้ เพราะถือว่าไม่ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค

ก็มีอยู่เรื่อง ผู้โดยสารที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการให้บริการของรถโดยสารสาธารณะ สามารถร้องเรียนได้ที่ ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ อาคาร 3 ชั้น 1 กรมการขนส่งทางบก จตุจักร หรือที่หมายเลขโทร 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง

ซึ่งนั่นก็เป็นผลจากเหตุที่เกิดแล้ว

ช่วยกันคิดหน่อยนะครับ ว่าจะป้องกันยังไงดี

กลับมาว่ากันด้วยเรื่องมาตรวัดกันต่อ หนนี้ว่ากันทั้งปี 2551 ด้วยยอดการขาย 615,270 คัน ยอดตัวเลขรวมเมื่อเทียบกับปี 2550 ตกลงไปเล็กน้อย 2.5 % โดยยอดจำหน่ายเดือนธันวาคม เดือนสุดท้าย ทำได้ 59,002 คัน ลดลง 8.3 %

ตำแหน่งแชมพ์หน้าเดิมสามตำแหน่ง โตโยตา ขายทั้งปีได้รวม 261,955 คัน ลดลง 7.0 % ส่วนแบ่ง 42.6 % อันดับที่สอง อีซูซุ ขาย 133,390 คัน ลด 11.7 % ส่วนแบ่ง 21.7 % อันดับที่สาม ฮอนดา ขาย 90,807 คัน เพิ่มแต่ผู้เดียว 55.2 % อันดับที่สี่ นิสสัน ขาย 32,665 คัน ลดลงเยอะ 17.5 % และอันดับที่ห้า มิตซูบิชิ ขาย 24,917 คัน ลดลง 10.7 %

หันกลับมามองตัวเลขเดือนเดียว โตโยตา ขาย 25,963 คัน ลดเยอะ 14.5 % ส่วนแบ่ง 44.0 % ที่สอง อีซูซุ ลดเยอะกว่า 34.0 % ขาย 11.390 คัน ส่วนแบ่ง 19.3 % ที่สาม ฮอนดา ขาย 10.807 คัน เพิ่ม 591.0 % ส่วนแบ่ง 18.3 % ที่สี่ นิสสัน ลด 19.8 % ขาย 3.026 คัน ส่วนแบ่ง 5.1 % และที่ห้า มิตซูบิชิ ขาย 2,008 คัน ลด 34.8 % ส่วนแบ่ง 3.4 %

มาทางด้านรถยนต์นั่ง ที่ได้รับความนิยมในปีนี้อย่างมาก บวกกับอานิสงส์ “มหกรรมยานยนต์” ทำยอดรวมเพิ่มถึง 35.4 % ขาย 219,943 คัน โดยเดือนเดียวขายได้ 23,285 คัน เพิ่มถึง 104.5 %

ตำแหน่งแชมพ์ในรุ่น โตโยตา 102,064 คัน ที่สอง ฮอนดา 81,888 คัน ที่สาม เชฟโรเลต์ 10,180 คัน ที่สี่ นิสสัน 7,694 คัน และหมายเลขห้า เบียดประชาชนขึ้นมาได้สำเร็จ มาซดา ขาย 4,183 คัน

โดยที่ตัวเลขรายเดือน แชมพ์ ฮอนดา ขาย 10,037 คัน เพิ่มเยอะ 576.8 % ส่วนแบ่ง 43.1 % ที่สอง โตโยตา ขาย 9,779 คัน เพิ่ม 34.7 % ส่วนแบ่ง 42.0 % ที่สาม นิสสัน ขาย 871 คัน เพิ่ม 242.9 % ส่วนแบ่ง 3.7 % ที่สี่ เชฟโรเลต์ ขาย 772 คัน ลดลง 14.4 % ส่วนแบ่ง 3.3 % ที่ห้า มาซดา ขาย 548 คัน เพิ่ม 40.5 % ส่วนแบ่ง 2.4 %

ตัวเลขที่น่าสนใจในส่วนของรถยนต์นั่ง เห็นจะเป็นรถขนาดเล็ก ที่ทั้งตลาดขายกันได้ถึง 106,971 คัน เพิ่มจากปีก่อนถึง 28.9 %

ส่วนรถหรูที่ติดอันดับเสียภาษีสูงสุดเดือนนี้ โพรเช ขาย ได้ 5 คัน แจกวาร์ ขายได้ 2 คัน เบนท์ลีย์ ขาย 1 คัน

ประเภทรถกระบะ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ ร่วงไป 35.4 % ขายได้ 26,838 คัน แชมพ์เดือนนี้เป็น โตโยตา ขาย 12,159 คัน ลด 31.7 % ส่วนแบ่ง 45.3 % อันดับสอง อีซูซุ ขาย 9,828 คัน ลด 31.5 % ส่วนแบ่ง 36.6 % ที่สาม นิสสัน ขาย 2,008 คัน ลด 34.3 % ส่วนแบ่ง 7.5 %

รถอเนกประสงค์ หรือ เอมพีวี ขายลดลง 15.9 % กับ 546 คัน รวม 1 ปี ลดลง 11.4 % ขาย 6,934 คัน มี โตโยตา นำโด่ง 4,551 คัน

ดูจากประมาณการยอดขายของปี 2552 ที่มีผู้กล้าหาญประกาศออกมาอยู่เจ้าเดียว ก็คงต้องทำใจเอาไว้ก่อน แล้วก็

เริ่มกันใหม่



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2552
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/JWJ23

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
21 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th