บทความ

ยนตรกิจ คอร์ปอเรชั่น ฯ


ยนตรกิจ คอร์ปอเรชั่น ฯ
ประกาศผลประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์

บริษัท ยนตรกิจ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมกับ ภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดกิจกรรม โครงการประกวดตราสัญลักษณ์ ยนตรกิจ คอร์ปอเรชั่น ฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้ นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ ด้านการออกแบบตราสัญลักษณ์อย่างมีคุณภาพและทันสมัย ด้วยเทคนิคชั้นสูง โดยแบ่งการประกวดออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภท นิสิต นักศึกษา จากสถาบันการศึกษาด้านศิลปะทุกสถาบัน และประเภทประชาชนทั่วไป โดยมีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้น 143 ชิ้นงาน

สำหรับการประกาศผลการประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์ ยนตรกิจ คอร์ปอเรชั่น ฯ ซึ่งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาต่างๆ ได้คัดเลือก ผู้ชนะเลิศ รองชนะเลิศ และรางวัลชมเชย ทั้งสิ้น 47 ชิ้นงานเพื่อเข้ารับประทานรางวัล จากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ โดยผู้ชนะการประกวดประเภทที่ 1 ได้แก่ วนิชา สุขจารุวรรณ รองชนะเลิศ ฎิริรี คณานุรักษ์ และ ธัญญาทิพย์ ศิริรัตนประพันธ์ ส่วนผู้ชนะเลิศการประกวดประเภทที่ 2 ได้แก่ ณศรันย์ หวังศรีโรจน์ รองชนะเลิศอันดับ 1 กษมา แก้วจำนง รองชนะเลิศ ชญาดา เอี่ยมวงศ์นที

 

นิสสัน
เปลี่ยนผู้บริหารใหม่

คอลิน ดอดจ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ตลาดต่างประเทศ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด และประธานบริหารกลุ่มต่างประเทศ นอกเหนือสหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น เปิดเผยว่า การประกาศแต่งตั้ง โทรุ ฮาเซกาวา เข้ารับตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามนิสสัน ออโตโมบิล จำกัด ซึ่งจะมีหน้าที่รับผิดชอบตลาดในประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียน แทน เธียร์รี วีอาดิว ที่จะกลับไปรับตำแหน่งผู้บริหาร บริษัท เรอโนลต์ นิสสัน อัลลัยแอนซ์ จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2552

สำหรับ ฮาเซกาวา เริ่มงานกับบริษัท นิสสัน มอเตอร์ ตั้งแต่ปี 2524 เคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ นิสสัน มอเตอร์ อินโดนิเซีย เมื่อปี 2544 -2547 จากนั้น เข้ารับตำแหน่ง ผู้จัดการทั่วไปแผนกวางแผน ตลาดต่างประเทศ นอกเหนือสหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น ในปี 2548 และกรรมการผู้จัดการใหญ่ นิสสัน มิดเดิลอีสต์ ในปี 2549- 2551 โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศที่สำคัญของ นิสสัน และเป็นฐานการผลิตรถ เอ พแลทฟอร์ม รวมทั้งเป็นผู้นำในโครงการอีโคคาร์ในภูมิภาคนี้จึงเชื่อว่า ฮาเซกาวา จะสามารถนำพาบริษัทไปสู่ผลสำเร็จได้

 

บีเอมดับเบิลยู
แถลงนโยบายปี 2552

มิคาเอล โคร์ดีส ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปี 2551 บริษัท ฯ มียอดขายรถ
บีเอมดับเบิลยู 1,876 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 28 เทียบกับปี 2550 ที่มียอดขาย1,471 คัน และรถมอเตอร์ไซค์ 141 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 41 เทียบกับปี 2550 ที่มียอดขาย 100 คัน ส่วน มีนี มียอดขาย 413 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 18 เทียบกับปี 2550 ที่มียอดขาย 350 คัน ส่วนในปี 2552 นี้ คงมุ่งเน้นในกลยุทธ์เชิงรุกด้านผลิตภัณฑ์ คือ หนึ่ง นำเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ามาสู่ตลาดเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของเครื่องยนต์ดีเซล และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและแตกต่าง เพื่อให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่ม และด้วยเทคโนโลยี EFFICIENT DYNAMICS ที่มีประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันสูงสุด ซึ่งปีนี้บริษัท ฯ จะเปิดตัวรถใหม่หลากหลายรุ่น เช่น ซีรีส์ 7, 3 และ 1 คูเป, เซด 4 โรสเตอร์ รวมถึง มีนี คอนเวอร์ทิเบิลและจักรยานยนต์ รุ่น เอชพี 2 สปอร์ท เข้ามาจำหน่าย

 

โตโยตา
แถลงนโยบายปี 2552

มิทซึฮิโร โซโนดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2551 บริษัท ฯ มียอดขายรวมทั้งสิ้น 262,209 คัน ลดลงร้อยละ 7 มีส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 42.6 แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 106,853 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.5 มีส่วนแบ่งร้อยละ 47.1 รถเพื่อการพาณิชย์ 155,356 คัน ลดลงร้อยละ 18 มีส่วนแบ่งร้อยละ 40 รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 141,249 คัน ลดลงร้อยละ 18.4 มีส่วนแบ่งร้อยละ 42.3 รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 127,208 คัน ลดลงร้อยละ 19.7 มีส่วนแบ่ง 40.8 โดยตลาดรวมของอุตสาหกรรมรถยนต์มีทั้งสิ้น 615,270 คัน ลดลงร้อยละ 2.5 ซึ่ง โตโยตา สามารถครองอันดับ 1 ในตลาดรถยนต์รวมเป็นปีที่ 4

สำหรับในปี 2552 คาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์โดยรวมของประเทศไทย จะมีแนวโน้มหดตัว โดยมียอดขาย 520,000 คัน ลดลงร้อยละ 15.4 โดยบริษัท ฯ ตั้งเป้าจะมียอดขายรวมรถทุกรุ่น 221,000 คัน ลดลงร้อยละ 15.7 มีส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 42.5 แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 91,000 คัน ลดลงร้อยละ 14.9 มีส่วนแบ่ง 44.4 รถยนต์กระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 117,800 คัน ลดลงร้อยละ 16.6 รถเพื่อการพาณิชย์ 130,000 คัน ลดลงร้อยละ 16.3 แต่จะอย่างไรก็ตามบริษัท ฯ ยังมีความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยจะแข็งแกร่ง เพราะจากสถิติการครอบครองรถยนต์ต่อประชากรยังคงมีความต้องการอยู่มาก

 

ไทยยานยนตร์กรุพ
ปั้นบแรนด์ เชอร์รี ร่วมชิงแชร์ตลาดรถยนต์เมืองไทย

วิทิต ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร ไทยยานยนตร์กรุพ เปิดเผยว่า ได้แต่งตั้งบริษัท บริษัท ไทยเฌอรี่ยานยนตร์ จำกัด ให้เป็นผู้นำเข้าและจำหน่าย รถยนต์สัญชาติจีนบแรนด์ เชอร์รี ซึ่งจะเปิดตัวในงานมอเตอร์ โชว์ ที่จะมีขึ้นในช่วงต้นเดือนเมษายน 2552 โดยเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง ไทยยานยนตร์กรุพ และ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ซึ่งบริษัท ฯ ดูแลด้านการบริหารและการตลาดทั้งหมด ส่วนกลุ่ม ซีพี ดูแลด้านการเงิน การบัญชี รวมถึงการประสานงานกับ เชอร์รี ออโตโมบิล ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งนี้รถรุ่นที่จะนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยในปีนี้มี 3 รุ่น คือ รุ่น คิวคิว (QQ) เป็นรถยนต์ขนาดเล็ก รุ่น ทิกโก (TIGGO) เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ หรือ เอสยูวี รุ่น ครอสส์ (CROSS) เป็นรถ เอมพีวี 7 ที่นั่ง ตั้งเป้ายอดจำหน่ายเบื้องต้นที่ปีละ 3,000-5,000 คัน ทั้งนี้ได้วางตำแหน่งบแรนด์ เชอร์รี ให้เป็นรถยนต์คุณภาพ ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่ชื่นชอบความแปลก แตกต่าง และราคาเหมาะสม

ด้านรถยนต์ โฟล์คสวาเกน ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารงานของบริษัท ไทยยานยนตร์อินเตอร์เซลส์ จำกัด ได้นำรถรุ่นใหม่เข้ามาทำตลาดในปี 2552 หลายรุ่น อาทิ รุ่น พาสสัท ซีซี/ชีรคโค/บีเทิล และ กอล์ฟ พร้อมตั้งเป้ายอดจำหน่ายทั้งปีไว้ที่ 950 คัน แบ่งเป็นรถตู้ 500 คัน และรถยนต์นั่ง 450 คัน ในส่วนของธุรกิจกิจการสาขา ผู้จำหน่ายรถยนต์ ปัจจุบันมีอยู่ 11 สาขา คือ โฟล์คสวาเกน 7 แห่ง บีเอมดับเบิลยู 3 แห่ง และ มิตซูบิชิ 1 แห่ง และที่ผ่านมาได้เซ็นสัญญาเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ ฟอร์ด/มาซดา พร้อมตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มเป็น 20-30 แห่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ทางการตลาดของบริษัท ฯ ที่ต้องการจำหน่ายรถยนต์ที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค

 

มาเซราตี
ปรับโชว์รูมใหม่ ลุยตลาดปี 52

พรศริน เมธีวัชรานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มไพร์ มอเตอร์ สปอร์ต จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์มาเซราตี เปิดเผยว่า บริษัท ฯ จดทะเบียนก่อตั้งในเดือนธันวาคม 2551 เพื่อนำเข้า จำหน่าย และให้บริการหลังการขายรถยนต์ มาเซราตี ส่วนบริษัท เฟอร์ม่า มอเตอร์ จำกัด ยังคงดำเนินธุรกิจอยู่เช่นเดิมส่วนการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ แฟร์รารี ได้หมดสัญญาแล้ว แต่ในอนาคตบริษัท ฯ วางแผนที่จะนำเข้ารถยนต์ลักชัวรีบแรนด์อื่นๆ เข้ามาทำตลาด

ทั้งนี้ บริษัท ฯ ได้ปรับโฉมโชว์รูมที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน และถนนวิภาวดีรังสิต ใช้งบประมาณ 3-5 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการให้ดียิ่งขึ้น พร้อมทำตลาดรถยนต์ มาเซราตี ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 20-25 คัน จากปีที่แล้วมียอดขายกว่า 10 คัน โดยปีนี้จะมีรถใหม่เข้ามาทำตลาด อาทิ มาเซราตี กรัน ตูริสโม 4.2 และ 4.7/มาเซราตี กวัตตโรโปร์เต เอส และรุ่น 4.7 จับกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ และชื่นชอบความแรง โดยรถยนต์ที่นำเข้ามาจำหน่ายมีราคาตั้งแต่ 12-17 ล้านบาท

 

ยามาฮา
ประกาศแผนรุกตลาดปี 52

ประพันธ์ พลธนะวิสิทธิ์ รองประธานกรรมการบริหาร และ จินตนา อุดมทรัพย์ ผู้จัดการใหญ่ด้านการค้า บริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2552 บริษัท ฯ ประกาศเดินหน้าสานต่อความสำเร็จจากปีที่แล้ว ที่มียอดขายรวมทั้งสิ้น 450,000 คัน และมียอดจดทะเบียน 440,000 คัน หรือมีส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 26 จากตลาดรวม 1,703,000 คัน มีการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 สำหรับในปี 2552 บริษัท ฯ คาดว่าตลาดรวมรถจักรยานยนต์จะลดลงประมาณร้อยละ 10-20 หรือ มียอดจำหน่ายที่ 1.4-1.5 ล้านบาท และบริษัท ฯ ตั้งเป้ามียอดจำหน่ายรวมอยู่ที่ 400,000-425,000 คัน โดยคาดว่าจะมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 28

ส่วนการตลาดปีนี้บริษัท ฯ จะใช้งบประมาณ 1,800 ล้านบาท หรือร้อยละ 10 ของยอดขายโดยรวมแต่จะเน้นปรับสัดส่วนทำโพรโมชันส่งเสริมการขายมากขึ้น และจะเปิดตัวรถจักรยานยนต์เกียร์ธรรมดา รุ่นใหม่ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้านอกเมือง เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดที่มีอยู่ร้อยละ 5 เป็น ร้อยละ 10 ในปีนี้ ส่วนรถอัตโนมัติ จะเพิ่มเป็นร้อยละ 50 จากเดิมที่มีอยู่ร้อยละ 45

 

จีเอส
แถลงนโยบายปี 52

ประกาสิทธิ์ พรประภา รักษาการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามยีเอสเซลส์ จำกัด ร่วมกับ บริษัท สยามยีเอสแบตเตอรี่ จำกัด ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายแบทเตอรี จีเอส เปิดเผยว่า ผลประกอบการในปี 2551 ประสบความสำเร็จมียอดจำหน่ายถึง 7,900 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดโรงงาน (โออีเอม) 5,000 ล้านบาท และตลาดทดแทน 2,900 ล้านบาท หรือมีการเติบโตสูงขึ้นกว่าปี 2550 ร้อยละ 25 แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจและการเมือง

สำหรับในปี 2552 คาดว่าตลาดจะลดลง โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์ เนื่องจากหลายบริษัทมีเป้าหมายลดกำลังการผลิต โดยแบทเตอรีเป็นธุรกิจที่ต่อเนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์โดยรวม จึงมีผลกระทบไปด้วย ส่วนบริษัท ฯ วางเป้ายอดจำหน่ายโดยรวมไว้ที่ 7,100 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดโรงงาน (โออีเอม) ลดลงประมาณร้อยละ 20 เหลือประมาณ 4,000 ล้านบาท ส่วนตลาดทดแทนภายในประเทศ คาดว่าจะเพิ่มขึ้น โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 3,100 ล้านบาท รวมถึงตลาดส่งออกที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากตลาดหลักของ จีเอส อยู่ในภูมิภาคอาเซียน

 

บางจาก
ปี 52 ก้าวสู่ศักยภาพใหม่

ดร. อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การก้าวสู่ศักยภาพใหม่ ในปี 2552 ประกาศจุดแข็งที่มีธุรกิจด้านการตลาดรองรับการผลิต จากการปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน ที่บริษัท ฯ ใช้งบลงทุน 15,000 ล้านบาท เพื่อให้ได้น้ำมันเบนซินและดีเซล ที่มีคุณภาพในปริมาณ และมูลค่าที่สูงขึ้น โดยลดสัดส่วนน้ำมันเตาจากร้อยละ 33 เหลือร้อยละ 9 เป็นการปรับโฉมภาพลักษณ์โรงกลั่นน้ำมันบางจากแบบ SIMPLE REFINERY เป็น COMPLEX REFINERY มีความทันสมัย ศักยภาพระดับโลก และจะทำให้บริษัท ฯ มีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ยจ่าย และค่าเสื่อมราคา เพิ่มขึ้นจากเฉลี่ยปีละ 2,000-4,000 ล้านบาท เป็น 6,000-8,000 ล้านบาท แต่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ราคาน้ำมันในขณะนั้น

นอกจากนี้ ยังได้ติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพอากาศ น้ำทิ้ง และข้อมูลอื่นๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อสิ่ง
แวดล้อมในบริเวณชุมชนรอบโรงกลั่น โดยแสดงผลให้สาธารณชนทราบอย่างเปิดเผยผ่านระบบออนไลน์
หน้าโรงกลั่นน้ำมันบางจาก และยังอยู่ระหว่างการศึกษาถึงความเป็นไปได้ของธุรกิจใหม่ เพื่อสร้างรายได้ให้กับบริษัท เช่น ธุรกิจด้านทรัพยากรธรรมชาติ พลังงานทดแทน และธุรกิจเอธานอลครบวงจร

 

ไพโอเนียร์
เปิดตัว CAR AV NEW SERIES 2009

ซาโตรุ คุโรซากิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพโอเนียร์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าผลิตภัณฑ์ PIONEER CAR AV NEW SERIES 2009 เครื่องเสียงติดรถยนต์ใหม่ล่าสุด 5 รุ่น ได้แก่ รุ่น AVH-P4150 DVD /AVH-P3150 DVD/AVH-P5150 DVD/DVH-P4150 UB และรุ่น DVH-3150 UB ภายใต้คอนเซพท์ “JOY RIDE”

เพื่อความบันเทิงทั้งภาพและเสียงเต็มรูปแบบ พร้อมเชื่อมต่อทุกความบันเทิงแห่งสื่อยุคดิจิทอล ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ซึ่งนิยมการเชื่อมต่อเครื่องเล่นแบบพกพา เช่น I-POD/I-PHONE และ USB โดยต่อเข้ากับเครื่องเล่นของ ไพโอเนียร์ ได้โดยตรง พร้อมการสั่งงานหน้าจอแบบ TOUCH SLIDE OPERATION ในรุ่น AVH-P4150DVD และ AVH-P3150DVD เครื่องเล่น DVD ขนาด 2 DIN ที่ทำให้ผู้ใช้ได้ควบคุมทุกการใช้งานได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ซึ่ง ไพโอเนียร์ ฯ เชื่อว่า เครื่องเสียงรถยนต์รุ่นนี้ จะสามารถช่วยกระตุ้นยอดขายโดยรวมของ บริษัท ฯ ในปีนี้ได้เป็นอย่างดี

 

สากลการประมูล ฯ
รถมือสองคุณภาพดี

บริษัท สากลการประมูล จำกัด รถยนต์ และรถจักรยานยนต์มือสอง คุณภาพดี คัดพิเศษเกรด เอ จากไฟแนนศ์ชั้นนำต่างๆ หลังจากประสบความสำเร็จในการเข้าร่วมงาน MOTOR EXPO 2008 มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมประมูลเป็นจำนวนมาก และสำหรับท่านที่พลาดการประมูลในงาน สามารถเข้าร่วมประมูลในรอบปกติ ณ ลานประมูล สำนักงานใหญ่ บริษัท สากลการประมูล จำกัด ทุกวันอาทิตย์ เวลา 12.00 น. หรือ ประมูลสัญจรทั้งกรุงเทพ ฯ ที่ห้างแมคโคร แจ้งวัฒนะ และ อาคารธนชาต ถ. รัชดาภิเษก และภูมิภาคอื่นๆ เช่น บิกซี เชียงใหม่ โคราช และโลตัส ขอนแก่น เป็นต้น



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการข่าวธุรกิจและสังคม
ภาพโดย : ฝ่ายภาพ และบริษัทผู้ผลิต
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2552
คอลัมน์ : บันทึกธุรกิจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/rCgj0
อัพเดทล่าสุด
22 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th