บทความ

เก๋งปลอดภัยที่สุดในโลก


ผมหมายถึงรถที่ผลิตแบบมวล มีจำหน่ายตามปกติ และเป็นความปลอดภัยที่เกี่ยวกับการใช้งานทั่วไปเท่านั้น ไม่รวมความปลอดภัยเมื่อถูกปองร้าย โจมตีด้วยอาวุธ แบบนั้นต้องอาศัยการดัดแปลงรถเป็นพิเศษ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะครับ

รถรุ่นที่หมายถึงคือ เมร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น อี เป็นรถที่กำลังจะออกขายในยุโรปเดือนหน้านี้แน่นอนครับว่ารถรุ่นนี้ได้เปรียบคู่แข่งที่มีจำหน่ายอยู่แล้ว ตรงที่เป็นรถที่ถูกพัฒนาล่าสุด อุปกรณ์หลายอย่างจึงเป็นรุ่นล่าสุด หรือไม่ก็มีโอกาสใช้อุปกรณ์บางอย่างเป็นรุ่นแรกของโลก แต่ในอีกมุมมองหนึ่ง เราก็ต้องยอมรับว่า บริษัทสร้างรถรายนี้ เป็นผู้บุกเบิกด้านความปลอดภัยของรถเก๋งมากว่าครึ่งศตวรรษแล้ว

ทั้งความปลอดภัยเชิงป้องกันและเชิงแก้ไข สำหรับผู้อ่านที่ยังไม่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ ระบบปลอดภัยเชิงป้องกัน คือระบบที่ช่วยป้องกันหรือหลีกเลี่ยง ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุครับ เช่นระบบป้องกันล้อลอค ที่ช่วยให้ระยะเบรคฉุกเฉินสั้นลงบนถนนผิวลื่น และยังช่วยให้ผู้ขับสามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวางไปพร้อมกับการเบรคฉุกเฉินอย่างแรงเต็มที่ได้ด้วย ส่วนระบบปลอดภัยเชิงแก้ไข คือระบบที่ช่วยลด หรือหลีกเลี่ยงอันตรายให้แก่ทั้งผู้ขับและผู้โดยสารเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เช่น เข็มขัดนิรภัย ถุงลมนิรภัย เป็นต้น ระยะหลังนี้ ยังรวมไปถึงคนเดินถนนด้วย คือช่วยลดอันตรายเมื่อถูกรถชน

อุปกรณ์เสริมความปลอดภัยใน อี-คลาสส์ รุ่นใหม่นี้ หลายอย่างก็มีอยู่ในรถของบริษัทอื่นแต่ว่ามีกันคนละอย่างสองอย่างครับ เช่น ระบบป้องกันผู้ขับ เหนื่อย หรือ ง่วง หรือทั้งเหนื่อยทั้งง่วงแล้วหลับใน มีใน โวลโว ถุงลมนิรภัยป้องกันด้านข้างของร่างกาย แบบแยกส่วน คือสำหรับช่วงอกหนึ่งถุง และช่วงเอวอีกหนึ่งถุง เรอโนลต์ ก็มีใช้แล้วในรถบางรุ่น ระบบเตือนว่ามีรถขับคู่ขนาน อยู่ใน “มุมบอด” ของกระจกมองหลังด้านข้าง เอาดี ก็ใช้อยู่บ้างแล้ว หรือระบบปลอดภัยเชิงป้องกัน ที่ เมร์เซเดส-เบนซ์ ตั้งชื่อว่า พรีคแรช (PRECRASH) เลกซัส ก็เลียนแบบมาขายเรียบร้อยแล้ว ระบบลดการบาดเจ็บของผู้ถูกชน โดยการยกฝากระโปรงหน้าขึ้นมารับ เพื่อลดความเร็วที่ศรีษะกระแทกกับฝากระโปรง ซึ่งก็คือลดความแรงนั่นเองครับ แจกวาร์ ก็มีใช้อยู่แต่ของ เมร์เซเดส-เบนซ์ รวมกันอยู่พร้อมในรุ่น อี ใหม่นี้

แน่นอนว่าไม่ได้ให้ฟรีครับ แต่ต้องสั่งพิเศษสำหรับบางระบบ และต้องถูกขูดเงินจากกระเป๋าด้วย เป็นวิธีสูบเงินลูกค้าของบริษัทรถเยอรมันครับ ถ้าสั่งระบบและอุปกรณ์พิเศษเหล่านี้ ไม่ใช่แค่ระบบความปลอดภัย แต่รวมทั้งระบบอำนวยความสะดวก และระบบให้ความบันเทิง ราคารถอาจพุ่งไปอีกเกินครึ่งของราคามาตรฐานได้ง่ายๆ ครับลูกค้าจะต้องเลือกให้ดีว่าอะไรคุ้มค่าหรือจำเป็น

ระบบความปลอดภัยเชิงแก้ไขของ อี-คลาสส์ ใหม่นี้ จะทำงานได้ผลดีจริง ก็ต่อเมื่อตัวรถโดยเฉพาะส่วนที่รับแรง มีความแข็งแกร่งพอ การเพิ่มความแข็งแกร่งหรือแข็งแรงของโครงรถไม่ใช่เรื่องยากครับ

ถ้าถือว่ารูปทรงถูกออกแบบมาให้รับแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพดีแล้ว ก็เหลือเพียง 2 วิธี คือเพิ่มความหนาของเหล็ก หรือไม่ก็ต้องเพิ่มความแข็งแรงของเหล็ก วิธีแรกนั้นง่ายมากครับ แต่น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย แน่นอนว่าระดับวิศวกรของบริษัทนี้ ต้องเลือกวิธีที่สองแทน คือ ใช้เหล็กกล้าเนื้อดี ให้ความแข็งแรงเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น ยอมเพิ่มต้นทุนแทน

ส่วนสำคัญที่สุดของการป้องกันอันตรายต่อผู้โดยสารและผู้ขับ คือ เสาบี (B) หรือเสาหลังคาต้นที่สอง นับจากด้านหน้า และกรอบหลังคารถด้านข้าง เมร์เซเดส-เบนซ์ใช้เหล็กแผ่นเนื้อผสมพิเศษมาอัดขึ้นรูป แล้วเชื่อมเข้ากับโครงห้องโดยสาร โครงสร้างแข็งแรงแล้ว ก็ยังไม่พอสำหรับการถูกชนด้านข้าง ต้องมีตัวกลางที่มีความแข็งหรือจะเรียกว่าความนุ่มก็ได้พอเหมาะ ที่จะคั่นระหว่างลำตัวผู้โดยสารกับโครงรถที่ยุบเข้ามาตอนถูกชน

ส่วนนี้เป็นหน้าที่ของแอร์แบก หรือถุงลมนิรภัยครับ แยกเป็นสองส่วนอิสระต่อกัน ส่วนบนป้องกันลำตัว ส่วนล่างป้องสะโพก และถ้าถูกชนด้านหน้า หรือขับไปชนอะไรก็ตามที่รุนแรงระดับมีการบาดเจ็บก็มีถุงลมนิรภัยสำหรับป้องกันเข่าโดยเฉพาะด้วย

ที่บรรยายมานี้สำหรับผู้ขับและผู้โดยสารด้านหน้านะครับ ส่วนผู้โดยสารด้านหลังก็มีทั้งเข็มขัดนิรภัยและถุงลมนิรภัยเหมือนกัน เข็มขัดนิรภัยมีชุดจำกัดแรงด้วยเมื่อร่างของผู้ขับหรือผู้โดยสารอัดกับแถบเข็มขัดด้วยความแรงระดับที่จะเกิดการบาดเจ็บ ชุดจำกัดแรงจะถูกยืดออกพร้อมกับการรักษาแรงตึงของเข็มขัดให้คงที่ และถ้าลูกค้าเลือกสั่งระบบ พรีเซฟ (PRESAFE) ด้วย ซึ่งมีให้เลือกในรุ่นอื่นก่อนหน้านี้แล้ว ก็จะมีระบบขึงเข็มขัดนิรภัยให้ตึงแนบลำตัวผู้ขับและผู้โดยสาร ทันทีที่มีการชนด้วยความแรงระดับที่ตั้งค่าไว้

สำหรับ อี-คลาสส์ ใหม่นี้ ในระบบ พรีเซฟ ยังมีชุดดึงเข็มขัดนิรภัยให้กระชับตัว (แต่ไม่แน่นเหมือนตอนชนครับ) ทันทีที่คาดเสร็จด้วย

ในส่วนระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน นอกจากที่รู้จักคุ้นเคยกันแล้ว มีส่วนที่ใหม่ และผมเห็นว่ามีประโยชน์มาก โดยเฉพาะสำหรับคนไทย ที่มักจะเกิดอุบัติเหตุจากการเริ่มเบรคสายเกินไป ทำให้ระยะห่างที่มีอยู่ไม่เพียงพอ นั่นคือระบบเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติซึ่งอยู่รวมในชุด เบรคแอสซิสต์ ระบบนี้อาศัยเรดาร์ วัดระยะห่างระหว่างหน้ารถของเรากับท้ายรถคันหน้า หรืออาจจะเป็นคนหรือต้นไม้หรือกำแพงก็ตาม คำนวณความแตกต่างของความเร็ว แล้วส่งข้อมูลให้คอมพิวเตอร์ของระบบนี้ในรถ รวมทั้งความเร็วของรถเรา ก็สามารถคำนวณได้ว่าเหลือเวลาอีกเท่าใด ก่อนที่จะเกิดการชนหากผู้ขับยังไม่ได้เริ่มเบรค ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เช่น มองไปทิศอื่นอยู่ ก้มลงหาของกดแป้นโทรศัพท์นานเกินไป หรือกำลังหลับใน ถ้าเหลือเวลาอีกเพียง 1.6 วินาที ก่อนชน แล้วผู้ขับยังไม่เบรค ระบบเบรคอัตโนมัติจะเบรคแทนด้วยความหน่วง 40 % ของการเบรคเต็มที่ พร้อมกับส่งเสียงเตือนอย่างดังในห้องโดยสาร และถ้ายังไม่มีการเบรคโดยผู้ขับ เมื่อเหลือเวลาอีก 0.6 วินาทีก่อนการชน ระบบนี้จะเบรคเต็มที่ เทียบเท่ากับตอนที่เราเหยียบแป้นเบรคอย่างแรงจนระบบป้องกันล้อลอค หรือเอบีเอสทำงาน

คงพอจินตนาการได้จากตัวเลขพวกนี้นะครับ ว่าถ้าผู้ขับไม่เบรคเลย รถก็จะต้องชนอยู่ดี เป็นความประสงค์ของวิศวกรที่พัฒนาระบบนี้ครับ ให้ระบบนี้ช่วยลดความรุนแรงจากการชน ซึ่งก็คือลดความเร็วตอนชนนั่นเอง เป็นการผ่อนหนักเป็นเบา ถ้าจะปรับโพรแกรมให้ระบบนี้ช่วยเบรคให้ทัน จนไม่มีการชนเลยก็ย่อมทำได้ครับแต่เขาก็ยังคงต้องการสร้างรถให้พวกเรา “ขับ” มันอยู่ เพราะการจะชนหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่ความเร็วอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับทิศทางด้วย เรายังคงต้องควบคุมทิศทางด้วยความตั้งใจ มีสมาธิอยู่ดี และก็ต้องให้ความสนใจกับการเบรคด้วย ถ้าตั้งโพรแกรมเบรคอัตโนมัติ แบบที่ผู้ขับไม่เบรค มันก็เบรคแทนโดยไม่ชนแน่นอน

ลองวาดภาพเวลาเราต้องการขับเร็ว จะเพื่อความสนุก หรือเพราะรีบเร่งก็ตาม แล้วระบบนี้มันจัดการเบรคก่อนเราเหยียบแป้นเบรคดูสิครับ ว่ามันจะทำให้เสียจังหวะและเสียความรู้สึกแค่ไหน ถ้าพูดให้เห็นชัดแบบไม่เป็นทางการก็คือ ระบบนี้ช่วยผ่อนหนักเป็นเบา แบบเจ็บหนักแทนที่จะตาย หรือเจ็บน้อยแทนที่จะเจ็บมากนั่นเอง

ระบบเรดาร์รุ่นใหม่สำหรับ อี-คลาสส์ นี้ ถูกปรับปรุงเป็นแบบมีรัศมีทำการ 3 ระยะ คือระยะสั้น (30เมตร) แต่ทำมุมกว้างครอบคลุมถนนปกติไม่ต่ำกว่า 4 ลู่วิ่ง ระยะที่สองมีรัศมีทำการ 60 เมตร มุมแคบลงแต่ระยะทางไกลขึ้น จึงตรวจความเป็นไปได้กว้างพอๆกัน เช่นเดียวกับระดับที่สามที่ทำงานได้ไกลถึง 200 เมตร ไฟหน้าแบบ “ไบ-ซีนอน”ปรับระยะส่องสว่างของไฟสูงโดยอัตโนมัติได้ตั้งแต่ระยะไกลสุด 300 เมตร ลงมาถึงระดับไฟต่ำ 65 เมตร โดยใช้ข้อมูลจากกล้องถ่ายภาพ วัดระยะรถที่แล่นสวนทางมาไฟสูงจะถูกปรับให้ส่องไกลสุด แต่ไม่ส่องเข้าตาผู้ที่ขับสวนมา จึงเป็นระบบที่เผื่อแผ่ความปลอดภัยไปถึงผู้ใช้รถอื่นๆ ด้วย

บรรดาระบบความปลอดภัยล่าสุดใน อี-คลาสส์ นี้ จะมีให้ลูกค้า เอส-คลาสส์ เลือกสั่งได้ด้วย แต่ต้องเป็นรุ่นที่ปรับแต่งหน้าตาใหม่ ซึ่งก็คงจะถึงเวลาแล้วในปีนี้ครับ



------------------------------
เรื่องโดย : เจษฎา ตัณฑเศรษฐี
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2552
คอลัมน์ : รู้ลึกเรื่องรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Z8UOn

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทีเด็ดของ เอาดี เอ 8 ใหม่
ฮอนดา เอนเอสเอกซ์ 2017 ซูเพอร์คาร์แห่งอนาคต
ขุมพลังใหม่จากแดนมังกร
เคล็ดลับความประหยัดของ เชฟโรเลต์ ครูซ 2018
อัพเดทล่าสุด
21 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th