บทความ

ค่อยโล่งอก


จบปี 2551 กันไปด้วยอาการโล่งอกของนักการตลาด เพราะยอดการขายรถทุกประเภท ลดลงไปแค่ 2.5 % เท่านั้นเอง หลังจากที่คาดเดากันไปต่างๆ นานา เพราะสภาพทางการเมือง และเศรษฐกิจบ้านเรา ช่วงไตรมาสสุดท้าย ค่อนข้างจะรุนแรง และสับสนพอควร

ก็ต้องถือว่าตัวเลข 615,270 คัน เป็นตัวเลขที่ทำให้ค่ายรถยนต์ส่วนใหญ่ยอมรับได้ เพราะผลกระทบมันเริ่มมาตั้งแต่ต้นปี ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ยอดรถกระบะหล่นผล็อยไม่เป็นท่า ไม่ว่าใครจะออกมาให้ความเห็นกันว่าอย่างไร ผู้บริโภคก็ไม่สนใจ ไม่ควักกระเป๋าซื้อขึ้นมาเฉยๆ

แต่พอราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ประกอบกับมีมาตรการทางเศรษฐกิจออกมาช่วยคนรายได้น้อยก็พอทำให้ยอดขายพอมีขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่เท่าปีที่ผ่านมา

ปีที่ผ่านมา ตลาดรถกระบะ มียอดขายลดลงถึงร้อยละ 17.6 ขณะที่ตลาดรถยนต์นั่ง มีปริมาณการขายทำสถิติใหม่ ด้วยอัตราการเติบโตร้อยละ 33.3 ซึ่งเป็นผลจาก การแนะนำรถยนต์นั่งรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาด การได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องของรถยนต์พลังงานทางเลือก อี 20 และสมรรถนะของรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ที่ได้ชื่อว่าประหยัดน้ำมัน

แม้ว่าจะมีฟอร์เวิร์ดเมล์ แสดงผลการเกิดอุบัติเหตุของรถยนต์ขนาดเล็กหลายรุ่น บางรุ่นก็ปะทะต้นไม้ไม่ใหญ่นัก แต่รถพังยับเยิน โดยต้นไม้ไม่สะเทือน บางรุ่นที่เล็กหน่อยโดยรถหัวลากชนท้าย ก็ส่งซากเข้าเซียงกงได้เลย เพราะเกือบจะเหลือแต่เศษเหล็ก ผู้บริโภคก็ยังไม่ยั่นสิ่งเหล่านี้ทำให้พี่เบิ้มแห่งวงการต้องยอมรับว่า ปี 2552 นี้ ที่ใครๆ ก็พูดกันว่าเป็นปีเผาจริงเพราะเป็นผลกระทบมาจากเศรษฐกิจทั่วโลก ไม่ใช่ว่าคนไทยไม่มีสตางค์ ออกมาประมาณการตัวเลขประจำปี 2552 นี่ ว่าจะเติบโตลดลงราวร้อยละ 15 คิดเป็นตัวเลขราว 250,000 คัน

ตัวเลขนี้ท่านอธิบายว่า เป็นผลมาจากยอดขายในไตรมาสสุดท้ายของปี ที่ตกต่ำอย่างหนักก็เลยเอามาเป็นตัวตั้งเพื่อประมวลสำหรับปีนี้ ว่าไม่ควรจะตกต่ำลงกว่านั้น

ส่วนค่ายอื่นๆ ก็ไม่เห็นมีนักการตลาดคนไหนกล้าออกมาคุยเรื่องนี้เลย

แต่ไม่ว่าสภาพทางการตลาด หรือเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ทุกค่ายต่างก็ประสานเสียงเป็นเสียงเดียวกันว่า ขณะนี้โครงการอีโคคาร์ และโครงการ บีคาร์ ก็กำลังเดินหน้าไปด้วยดี อยู่ในระหว่างการดำเนินโครงการ การลงทุนใหม่ๆ การจัดเตรียมเครื่องมือเครื่องใช้ในการทำงาน

รวมทั้งเสียงจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่สอดรับกันว่า จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีค่ายรถยนต์ค่ายไหน มายื่นเรื่องขอขยายเวลาการลงทุน ยังคงอยู่ในกรอบเดิมๆ ทุกประการ

แต่พอหันไปถามค่ายรถยนต์ ว่ามีกำหนดออกสู่ตลาดได้สักเมื่อไร เสียงตอบก็กลับเป็นว่า อยู่ในระหว่างการดำเนินการ ยังไม่สามารถกำหนดเวลาได้

ก็แปลกดีนะครับ เตรียมงานกันวุ่นวาย แต่ไม่รู้ว่าจะโชว์โฉมได้เมื่อไร

หรือจะแทงกั๊กเอาไว้ก่อนก็ไม่รู้

ก็ไปคุยกันเรื่องดีๆ ต้อนรับปีใหม่กันดีกว่า

เรื่องแรกที่อยากนำเสนอ ก็เป็นของกรมการขนส่งทางบก ที่เตรียมเส้นทางเดินรถโดยสารระหว่างประเทศ ร่วมกับ สปป. ลาว มี 2 เส้นทาง

เส้นแรกเป็นเส้นทาง เชียงใหม่ เชียงราย บ่อแก้ว หลวงน้ำทา อุดมไชย หลวงพระบาง

อีกเส้นก็เป็น เชียงราย เชียงของ ห้วยทราย ย่อเต็น รวม 2 เส้นทางก็ระยะทางประมาณ 842 กม.

ก็เตรียมการกันไว้ก่อน ส่วนว่าจะเริ่มเปิดเดินรถเมื่อใด จะมาแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

เป็นเรื่องดีสำหรับชาวเรา โดยเฉพาะชาวเราที่ชอบเดินทางท่องเที่ยว เมื่อมีรถประจำทางให้บริการ ก็จะได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริง ได้สัมผัสธรรมชาติในทุกเมืองที่เดินทางผ่าน

นั่นเป็นเรื่องสำหรับนักท่องเที่ยว ส่วนเรื่องสำหรับนักการตลาด ปีนี้ก็คงต้องควักกระเป๋า เปิดตำราเล่มใหม่กันอีก เพื่อฉีกให้แปลกแหวกแนวไปจากปีที่ผ่านมา

ผู้บริโภคเอง ถ้าไม่กระเหม็ดกระแหม่กันจนเกินไป ควักเอาเงินในกระเป๋าออกมาใช้กันบ้าง ก็บอกได้เลยว่า แคมเปญของแต่ละค่ายรถยนต์นั้น ไม่มีทางที่จะลดลงไปมากกว่านี้อีกแล้ว เพราะเม็ดเงินที่อัดฉีดให้กับแต่ละคัน ต้องพิจารณาจากราคาตัวรถ ยอดการขายที่ผ่านมา และตั้งเป็นก้อนเอาไว้ว่า รถรุ่นนี้แต่ละคัน จะมีเงินอัดฉีดได้คันละเท่าไร ก่อนแจ้งแถลงไขกับผู้แทนจำหน่าย ซึ่งผู้แทนจำหน่ายบางรายก็อาจจะเม้มเอาไว้บ้าง ตามปกติ แต่ส่วนใหญ่แล้ว ถึงมือผู้บริโภคแน่นอน

ก็เริ่มกันตั้งแต่ต้นปีแล้ว เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ค่ายยักษ์เริ่มแจกอั่งเปาสำหรับให้ลูกหลานไปซื้อของเล่นที่ร้าน เม็ดเงินก็ไม่ได้มากกว่าปีที่ผ่านมา เพียงแต่เปลี่ยนลูกเล่นเท่านั้นเอง เพราะตอนนี้รถยังไม่ถึงเวลาปรับโฉม ส่วนลูกค้าคนไหนอยากเปลี่ยนเป็นเม็ดเงิน ผู้แทนจำหน่ายทุกเจ้าบอกว่า สบายมาก ขอให้เดินขึ้นมาบนโชว์รูมเถอะ

ค่ายอื่นก็ยังคงวุ่นวายกับเรื่องดอกเบี้ยราคาถูก เงินดาวน์ต่ำ แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องลุ้นอีกเหมือนกัน ว่าเครดิทของผู้ซื้อจะผ่านหรือเปล่า

ฉบับนี้ขอนำผลการสำรวจสมรรถนะ และรูปลักษณ์รถใหม่ ประจำปี 2551 โดย เจดี เพาเวอร์ เอเชีย แปซิฟิค มาบันทึกไว้เป็นประวัติหน่อย ว่าคนไทยชอบรถยนต์รูปร่างหน้าตาอย่างไรบ้าง

การสำรวจ กระทำโดยใช้คำตอบของผู้บริโภค ตั้งคำถามเอาไว้หลากหลาย ทั้งภายนอก ภายใน ระบบการทำงานต่างๆ รวมแล้วกว่า 100 คำถาม โดยเป็นปีที่ 6 แล้ว

รถยนต์ขนาดกลาง ค่อนไปทางเล็ก ฮอนดา แจซซ์ ทำคะแนนดีที่สุด โดยมีรอง โตโยตา ยารีส และ ฮอนดา ซิที เซดเอกซ์ ตามมา

รถยนต์ขนาดกลาง ค่อนไปทางใหญ่ มี มาซดา 3/ฮอนดา ซีวิค และ โตโยตา โคโรลลา อัลทิส

เอสยูวี ฮอนดา ซีอาร์-วี/อีซูซุ มิว-7 และ เชฟโรเลต์ แคพทีวา

ค่ายรถกระบะ แคบ อีซูซุ ดี-แมกซ์ ไฮ-แลนเดอร์/โตโยตา ไฮลักซ์ วีโก พรีรันเนอร์ และ ไฮลักซ์ วีโก

ที่น่าสังเกต คือ คะแนนรวมในการศึกษาวิจัยเรื่องนี้ มีคะแนนสูงมากขึ้น จากการประเมินผลของเจ้าของรถใหม่ 3,843 ราย ที่ทำการสำรวจ รวมทั้งคะแนนของกระบะขับ 2 ยกสูง ที่เริ่มเข้าสู่ตลาดจนครบทุกยี่ห้อแล้ว ประกอบกับการดีไซจ์นรถรุ่นใหม่ๆ แนวแปลก ความคิดของคนรุ่นใหม่ๆ ทำให้ผู้ตอบแบบสอบถาม ให้คะแนนแต่ละหัวข้อสูงขึ้น

ก็ได้แต่คาดหวังว่า การออกแบบรถยนต์ในบ้านเรา ที่แม้จะได้รับอิทธิพลจากบริษัทแม่ ที่ต้องทำรถออกมาเป็นอย่างนี้ ให้รูปร่างเหมือนกับที่ขายในเมืองนอก เพราะต้องใช้พิมพ์เดียวกัน แต่ในส่วนของการตกแต่งภายใน โดยเฉพาะรุ่นไมเนอร์เชนจ์ของแต่ละค่ายนั้น เมดอินไทยแลนด์แท้ๆ นักการตลาดคนไทย ต้องทำการบ้านกันเป็นเรื่องเป็นราว เพื่อให้บริษัทแม่ยอมรับ

ก็หวังว่า คนไทยเราจะได้ก้าวไปข้างหน้ามากกว่านี้ ไม่หยิบเอาของคนอื่นมาลอกเลียน

มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 26 ปลายปีนี้ ก็ยังคงให้การสนับสนุนเรื่องเหล่านี้อยู่ ลองคิดตามสโลแกนดูก่อนก็ได้ ว่า

“ขับเคลื่อน…สู่ความหวัง”



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2552
คอลัมน์ : โค้งอันตราย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/T3qfg

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
21 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th