บทความ

โครงการเอธานอล ในบราซิล


ผู้ผลิตเชื้อเพลิง ไบโอ-เอธานอล (BIO-ETHANOL) ในประเทศบราซิล กำลังอยู่ในระหว่างการตีความให้น้ำตาลอ้อยเป็นเชื้อเพลิง หรืออาหาร ทาง UNICA องค์กรโรงงานผู้ผลิตน้ำตาลอ้อยของประเทศบราซิล กำลังพยายามโน้มน้าวให้ทั่วโลกมีมุมมองว่าเชื้อเพลิงชีวภาพไม่ใช่สินค้าประเภทอาหาร ที่มีราคา และการเผาไหม้ที่สะอาดกว่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้กันอยู่ทั่วไป

ผู้ปลูกอ้อยกำลังถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บุกรุกป่าดิบชื้นอเมซอน เพื่อปลูกอ้อย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วอ้อยต้องการสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างแห้งกว่าแถบอเมซอน พื้นที่ปลูกอ้อยส่วนใหญ่จึงอยู่ในแถบตอนกลางด้านใต้ของประเทศ ซึ่งห่างจากอเมซอน ร่วม 2,400 กม. จึงมีแนวคิดให้ย้ายที่ปลูกพืชเกษตรกรรมไปยังพื้นที่เขตป่าฝน แล้วจึงปลูกอ้อยแทน

ในประเทศบราซิลขณะนี้ปลูกอ้อยเพียง 2.3 เปอร์เซนต์ของพืชการเกษตร ซึ่งนำมาผลิตน้ำตาลครึ่งหนึ่งและอีกครึ่งนำมาเข้ากระบวนการผลิตเป็นเอธานอล ซึ่งสามารถผลิตเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ได้ถึงครึ่งหนึ่งของรถทั้งประเทศ แหล่งผลิตอ้อยที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ใน เซา มาตินโญ (SAO MARTINHO) ทางตอนเหนือของ เซา เปาโล (SAO PAULO) ด้วยพื้นที่เพาะปลูกที่กว้างขวางถึง 111,000 เฮคทาร์ ทั้งเป็นอ้อยที่สมบูรณ์มาก แต่ละต้นมีความสูงถึง 14 ฟุต

บราซิลมีนโยบายในการผลิตเอธานอล ทดแทนการนำเข้าปิโตรเลียมตั้งแต่ปี 2518 เป็นต้นมา แม้ในระยะหลังจะพบแหล่งน้ำมันจากในทะเล แต่ความคิดในการผลิตพลังงานทดแทนยังไม่ล้มเลิกลง

โครงการรถยนต์พลังงานทดแทนเกิดขึ้นเพื่อรองรับการใช้เชื้อเพลิงทางเลือก คือ เชื้อเพลิงเบนซิน หรือเอธานอล โดยมี เฟียต เป็นผู้บุกเบิกรถประเภทนี้ขึ้น กว่า 88 เปอร์เซนต์ของรถในประเทศนี้ เป็นรถยนต์ประเภท ฟเลกซ์-ฟิวล์ โดยในช่วงกลางปีที่ผ่านมา เอธานอลสามารถทำยอดขายแซงน้ำมันเชื้อเพลิงได้เป็นครั้งแรก

น้ำมันเชื้อเพลิงของบราซิลมีส่วนผสมของเอธานอล 25 เปอร์เซนต์ ส่วนเอธานอลบริสุทธิ์ (อี 100) จะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล 94 เปอร์เซนต์ ส่วนที่เหลือเป็นน้ำ

เอธานอลมีค่าพลังงานน้อยกว่าน้ำมันเชื้อเพลิง จึงมีความสิ้นเปลืองสูงกว่าถึง 30 เปอร์เซนต์ส่วนราคาของเอธานอล จะมีการกำหนดราคาสูงสุดให้ต่ำกว่าน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เกิน 30 เปอร์เซนต์ ในปีที่ผ่านมา ราคาของเอธานอลมีการเปลี่ยนแปลงมาก โดยในช่วงกลางปี ราคาขาย อี 100 ในเซา เปาโล อยู่ที่ 35 เปโซ/ลิตร ในขณะที่ อี 25 มีราคาอยู่ที่ 72 เปโซ/ลิตร

ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา ราคาน้ำมันขึ้นไปถึง 140 เหรียญสหรัฐ ฯ/บาร์เรล แต่ราคาของเอธานอลน่าสนใจกว่ามาก โดยมีราคาอยู่ที่เพียง 45 เหรียญสหรัฐ ฯ แม้เมื่อเทียบมูลค่าพลังงานต่อหน่วยของการผลิตน้ำมันฟอสซิลแล้ว เอธานอลจากอ้อยจะใช้ 8.9 หน่วย ซึ่งถือว่าดีกว่าพืชชนิดอื่นที่ใช้พลังงานมากกว่าอ้อยถึง 2 หน่วย

นอกจากนั้นยังมีข้อดี คือ เอธานอลปล่อยปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ ออกมาในบรรยากาศเพียง 90 เปอร์เซนต์ เมื่อเทียบกับน้ำมันเชื้อเพลิง ขณะนี้มีการใช้อ้อยที่ผ่านการคั้น และใบพืช เป็นเชื้อเพลิง สำหรับการผลิตกระแสไฟฟ้าอยู่แล้ว ต่อไปในอนาคตจะมีการนำมาเข้ากรรมวิธีการผลิตให้เป็นเอธานอล ซึ่งจะเป็นอีกก้าวหนึ่งของการพัฒนาเชื้อเพลิงเอธานอล ให้เป็นอีกเจเนอเรชันของเชื้อเพลิงชีวภาพ

ทาง เจเนอรัล มอเตอร์ส ได้มีความหวังในการผลิตเชื้อเพลิงเอธานอล จากพืชเหลือใช้ โดยการร่วมลงทุนในการพัฒนากับ COSKARTA AND MASCOMA ในสหรัฐ ฯ และกำลังเริ่มการลงทุนในยุโรป ซึ่งมีการเพิ่มการปลูกพืชเพื่อผลิตเชื้อเพลิงมากขึ้น นับว่าเชื้อเพลิงเอธานอล มีอนาคตที่สดใส และน่าจะ เป็นตัวลดความรุนแรงของสถานการณ์น้ำมันแพงได้อย่างดี



------------------------------
เรื่องโดย : อกนิษฐ์ ทัพภะสุต
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2552
คอลัมน์ : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/w8g8i

Follow autoinfo.co.th