บทความ

ได้อย่าง เสียอย่าง ? กระบะ ซีเอนจี จาก ทาทา


ทาทา (TATA) เปิดตัว ซีนอน ซูเพอร์ ซีเอนจี (XENON SUPER CNG) อย่างเป็นทางการไปแล้วในช่วงเวลาที่ราคาน้ำมันลดลงอย่างต่อเนื่อง แถมยังมีข่าวที่บอกว่า ซีเอนจี จะปรับราคาขึ้นจากกก. ละ 8.50 บาท เป็น 12 บาท และจะปรับเป็น 13 บาท ในปี 2553 ยังมีข่าวอีกกระแสเล็ดลอดออกมาว่า จะมีการตรึงราคาต่อไป แต่ในทางปฏิบัติดูเหมือนจะไม่ใช่ ในเมื่อราคาแอลพีจี (LPG) กำลังปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าช่วงต้นปีหน้า แอลพีจี อาจพุ่งเป็น 15-16 บาทหรือมากกว่านั้น เพื่อให้เกิดความแตกต่างในเรื่องของราคา เพื่อให้ ซีเอนจี ถูกกว่า

ทาทา ซีนอน ซูเพอร์ ซีเอนจี ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.1 ลิตร เพลาราวลิ้นคู่ 115 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 18 กก.-ม. ที่ 3,750 รตน. เครื่องยนต์ออกแบบมาสำหรับเชื้อเพลิง ซีเอนจี ทั้งระบบส่วนระบบท่อแกสใช้ของ ซันด์วิค (SANDVIK) จากเยอรมนี และสเวจลอค (SWAGELOK) สหรัฐอเมริกา วาล์วนิรภัยของ โอเอมบี (OMB) ของอิตาลี ช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากการรั่วซึม ส่วนระบบประมวลผลการคำนวณอัตราผสมผสานแกส กับอากาศ ให้เหมาะกับสภาพการขับขี่ใช้ของ โบช (BOSCH) จากเยอรมนี และเซนเซอร์ของ วาเลโอ (VALEO) ของฝรั่งเศส เป็นต้น

สิ่งที่แตกต่างจากเครื่องยนต์เบนซินทั่วไป คือ เรื่องของการปรับกำลังอัดภายในเครื่องยนต์ให้เหมาะสมกับเชื้อเพลิง ซีเอนจี เพื่อการเผาไหม้ที่สมบูรณ์สูงสุด แกสชนิดนี้ต้องการอัตราส่วนกำลังอัดที่แตกต่างจากเครื่องยนต์เบนซินอื่นๆ เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้ราบเรียบ ผลที่ตามมา คือ เรื่องของสมรรถนะที่เหนือกว่าเครื่องยนต์เบนซินที่นำมาติดแกสภายหลัง เลยสามารถใช้งานในลักษณะที่สมบุกสมบัน หรือบรรทุกได้ดีกว่า

ยิ่งกว่านั้น ทาทา ยังได้ทดสอบการใช้ ซีเอนจี ที่มาจากแหล่งต่างๆ ของประเทศไทย จากนั้นจึงได้นำข้อมูลมาปรับแต่งการทำงานของเครื่องยนต์ให้เหมาะสมลงตัว คุณสมบัติแกสที่ผลิตได้ในประเทศไทยมากที่สุด จึงเหมาะสำหรับการใช้งานในบ้านเราเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากแกสนั้นมีมาจากหลายแหล่งด้วยกัน จุดเด่นอีกอย่าง คือ เรื่องของการจัดวางถัง ซีเอนจี ไว้บนโครงสร้างตัวถังใต้พื้นกระบะ โดยใช้ถัง 2 ขนาด เพื่อเพิ่มปริมาตรแกสให้เพียงพอต่อการใช้งาน รวมถึงให้สามารถติดตั้งในพื้นที่จำกัดได้ ซึ่งให้ความปลอดภัยกว่าการติดตั้งบนกระบะ และไม่ทำให้พื้นที่สำหรับขนส่งสินค้าสูญเสียไป แตกต่างจากการติดตั้งถังไว้บนกระบะอย่างการติดตั้งทั่วๆไปที่มักใช้ถังขนาดใหญ่

แต่ข้อเสียก็มี คือ ถ้าแกสหมด ก็ต้องลากกันสถานเดียว เนื่องจากไม่ได้ใช้เชื้อเพลิง 2 แบบเหมือนการนำเครื่องยนต์เบนซินไปติดตั้งแกส ซึ่งสามารถใช้น้ำมันได้อยู่ แต่ข้อดีหลักๆ คือเรื่องของสมรรถนะที่เหนือกว่า และสามารถปรับแต่งเครื่องยนต์ได้เหมาะสมกับชนิดของเชื้อเพลิงการใช้งานจริงจึงต้องวางแผนเส้นทางการเดินทางให้ดี นอกนั้นก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องใช้งานในแต่ละวันเป็นระยะทางไม่ไกลนัก



------------------------------
เรื่องโดย : พหล ฯ 30
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2552
คอลัมน์ : เทคนิคตีนโต
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/4ZUIu

Follow autoinfo.co.th