บทความ

ขำกันหน่อย


นายว่าผ้าเบรคของญี่ปุ่นกับยุโรป อย่างไหนคุณภาพดีกว่ากันน่าจะเป็นของญี่ปุ่นนะ หยุดได้ทันทีทันใดแต่ของยุโรปก็หยุดรถได้ในระยะทางสั้นนะสู้ของโรงหล่อแถวลำลูกกาไม่ได้ หยุดรถได้ชะงัดกว่าโรงหล่อที่ว่าทำผ้าเบรครถด้วยเหรอเปล่า…เขาทำเสาไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าใช้ปักแถวริมถนนไง หยุดรถได้สะเด็ดนัก กรี๊ด… (จากขายหัวเราะ)

กลุ่มเพื่อน 4 คนอยู่บ้านนอก ชวนกันไปเยี่ยมเพื่อนที่กรุงเทพ ฯ เมื่อแจ้งให้ทราบ เพื่อนดีใจและกำชับให้ระวังแทกซีโกงค่ามิเตอร์ กลุ่มเพื่อนยืนยันว่าไม่ได้โง่ สบายใจได้

เมื่อเข้ากรุงเทพ ฯ นั่งแทกซีถึงปลายทาง พอคนขับแทกซีแจ้งราคา 150 บาทพอดีครับกลุ่มเพื่อนโวยวายกันใหญ่ เถียงว่าแค่ 100 บาทเท่านั้นเอง อย่ามาหลอกต้มกันสิน่าแทกซีตัวคนเดียวเถียงสู้ไม่ไหว หยวนก็หยวน 100 บาทก็เอา หนึ่งในกลุ่มเพื่อนจึงโล่งอกบอกพวกพ้องว่า เอ้าพวกเรา นั่งเฉยกันอยู่ได้ รีบจ่ายไปสิคนละ 100 บาท อย่าจ่ายเกินละ แทกซี รับเงินยิ้มแป้นอยู่ในใจ ก่อนจากได้ด้วยความร่าเริง (อิงจากขายหัวเราะ)

เมื่อตำรวจเคี่ยวเข็ญที่จะตรวจดีกรี ไอ้หนุ่มคนขับถูกเรียกตัวลงจากรถยนต์ในอาการที่น่าสงสัยโดยขอให้เป่าลมเพื่อวัดแอลกอฮอล

โอย…ผมเป่าไม่ได้หรอก ผมเป็นหืดหอบ หายใจไม่สะดวกตำรวจแก้ปัญหา งั้นขอเจาะเลือดตรวจหน่อยก็แล้วกัน ไม่เจ็บหรอกโอย…ผมเป็นโรคเลือดไหลไม่หยุด เจาะแล้วเกิดเรื่องแน่ ตำรวจจะรับผิดชอบไหวเหรอตำรวจกุมขมับ บอกอย่างเหลืออดว่า เอางี้ เดินให้ตรงเส้นที่เห็นก็แล้วกัน ว่าเดินได้ไหมไอ้หนุ่มร้อง โอย…อีกตามเคย ผมจะเดินให้ตรงเส้นได้ยังไงกัน เมาวายป่วงออกยังงี้ ให้ตายสิตำรวจทั้งหมดร้อง เชคบิลล์… (อิงจาก ชีวิตจริง)

ครับ เครียดเหลือเกินกับสภาพการเมืองที่เละเป็นโจ๊กในบ้านเรา อะไรไม่ว่าจะแบ่งพวกฆ่ากันทั้งๆ ที่เป็นคนไทยด้วยกัน ไม่มีเรื่องโกรธเคืองกันมาแต่บรรพบุรุษ ผมจึงหยิบเอาเรื่องขำขันในแนวจราจรมาให้หัวเราะสักนิดหนึ่ง เพื่อช่วยให้หายบ้าได้บ้าง

แล้วตบท้ายด้วยคดีความค่อนข้างแปลก แต่เกิดขึ้นได้ เพื่อรู้ไว้ซะหน่อย ถือว่าไม่เสียหลาย

เริ่มแรก “บริษัท มิดชิด จำกัด” ยื่นฟ้องชาวบ้านอันได้แก่ “นายบุญท่วม” ผู้เช่าซื้อรถยนต์กับ “นางหลานหลาน” ชื่อยังกะตัวละครในหนังจีน แต่ฟังเป็นไทยแล้วพิลึก บังคับให้ส่งมอบรถที่เช่าซื้อ คืนไม่ได้ ให้ใช้ค่ารถ พร้อมทั้งค่าเสียหายฐานรถเสื่อมราคา ตามวิธีการของไฟแนนศ์

ปรากฏภายหลังว่า นายบุญท่วม ม่องเท่งไปก่อนหน้าที่บริษัทจะยื่นฟ้องเท่ากับฟ้องผู้มรณะนั่นเอง

ศาลจึงสั่งจำหน่ายคดี นายบุญท่วม ไปเสีย เมื่อแน่ชัดว่าตายจริง

ส่วน นางหลานหลาน ซึ่งอายุรุ่นป้าเป็นอย่างต่ำ จ้างทนายสู้แข็งขัน อ้างว่าพวกหนูไม่ได้ผิดสัญญา ผ่อนส่งครบถ้วน ต้องยกฟ้องของบริษัท แล้วฟ้องแย้งบังคับให้บริษัทจดทะเบียนรถใส่ชื่อลูกชายของ นายบุญท่วม ซึ่งเป็นทายาท อย่าโมเมเอาทั้งรถทั้งคนของเขาไปดื้อๆ

ศาลชั้นต้นอ่านคำให้การ และคำฟ้องแย้งของ นางหลานหลาน แล้วสั่งรับเฉพาะคำให้การแต่ไม่รับคำฟ้องแย้ง เพราะเห็นว่า นางหลานหลาน ไม่มีอำนาจฟ้องแย้งคดีนี้แบบนี้

นางหลานหลาน เดินหน้าด้วยการยื่นอุทธรณ์ ขอให้ศาลรับฟ้องแย้ง เจตนารักษาสิทธิ์ของลูกนายบุญท่วม ซึ่งบุญสั้นไปหน่อย แต่ผลออกมาเหมือนเดิม

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว พิพากษายืน

ทนายมีงานทำต่อไป ได้เงินต่อไปเมื่อ นางหลานหลาน ยังไม่ยอมใส่เกียร์ถอย ฎีกาขอให้รับฟ้องแย้งของเธอให้ได้

ศาลฎีกาเพ่งดูคดีนี้ไม่นาน ไม่เจอ “ม็อบ” อย่างทุกวันนี้ลบหลู่ แล้วชี้ขาดออกมาว่า

ข้ออ้างของ นางหลานหลาน เท่ากับว่า บริษัทมิดชิดโต้แย้งสิทธิ์ของ นายบุญท่วม จำเลยที่ 1ไม่ได้โต้แย้ง นางหลานหลาน สักหน่อย นางหลานหลาน จึงไม่มีอำนาจฟ้องในส่วนนี้

อีกทั้งฟ้องแย้งแบบนี้ไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม นางหลานหลาน มีฐานะเป็นลูกหนี้ร่วมเท่านั้นโต้แย้งเรื่องหนี้นั้นพอได้ แต่เกินเลยไปในส่วนของ นายบุญท่วม แบบนี้ไม่ได้ ฟ้องแย้งจึงรวมกับฟ้องเดิมไม่ได้ รับฟ้องไม่ได้แน่นอน

ศาลฎีกาพิพากษายืน

งานนี้ทนายพา นางหลานหลาน ไปโต๋เต๋ที่ศาลมากไปหน่อย น่าจะรู้ว่า นางหลานหลานทำไม่ได้ ช่วยลูกของ นายบุญท่วม ไม่ได้

ทางออกต้องให้ลูกของ นายบุญท่วม หรือตัวแทนฟ้องร้องเองต่างหาก เพื่อเรียกร้องสิทธิ์ให้ได้รถมา ถ้าแน่ใจว่าผ่อนส่งครบ มันก็แค่นี้เอง นางหลานหลาน คงเซ็งไม่น้อยเมื่อลงจากศาล

จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3932/2549



------------------------------
เรื่องโดย : ณรงค์ นิติจันทร์
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2552
คอลัมน์ : รู้ไว้ใช่ว่า
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/2zAYk

Follow autoinfo.co.th