บทความ

ยกสูงทั้งที ใช้ของดีไปเลย !


การตกแต่งรถยนต์คันโปรด เป็นเรื่องที่เจ้าของรถให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะเห็นรถหลายคัน เปลี่ยนแปลงอุปกรณ์เสริมหล่อกันบ่อยๆ แต่บางครั้งการแต่งรถ กลับก่อปัญหาให้กับเจ้าของไม่น้อย ยิ่งถ้าเลือกอุปกรณ์ผิดพลาด
ทั้งจากความเข้าใจของตนเอง และแรงเชียร์ของร้านค้า ยิ่งกว่านั้นแต่งไปแต่งมางบประมาณยังบานปลายอีกต่างหาก

เรื่องของการยกสูง ผมได้พบปัญหากับคนรอบข้างหลายรายแล้ว ประเด็นหลักนอกจากความสูงที่ต้องการยก เช่น 2, 3 หรือ 4 นิ้ว ก็คือ เรื่องงบประมาณบานเบอะนั่นแหละครับส่วนใหญ่เรามักตั้งงบประมาณในการยกสูงค่อนข้างต่ำ เช่น 20,000-30,000 บาทเท่านั้น แต่อีแบบนี้ เราก็จะได้เพียงแค่ชุดยกที่ผลิตในบ้านเรา หรือไม่ก็ของเลียนแบบ ร้ายกว่านั้นเป็นการยกตัวถังเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ชอคอับมาด้วย ปัญหาหลังจากการยกสูงที่พบบ่อย คือ ประสิทธิภาพในการบังคับควบคุมเปลี่ยนไปมาก และมักจะเป็นทางลบเสียด้วย เช่น พวงมาลัยเบา รถร่อนประสิทธิภาพการทรงตัวลดลง อันเนื่องมาจากมุมการทำงานของช่วงล่างเปลี่ยนไป

หลายคนอาจสงสัย อาการที่ว่ามา เกิดขึ้นได้อย่างไร ? อย่างนี้ครับ นั่นเป็นเพราะมุมการทำงานของช่วงล่าง ไม่ว่าจะเป็น ปีกนก มุมล้อ องศาของคันชัก/คันส่ง มันเปลี่ยนไปจากมาตรฐานเดิมทั้งสิ้น ช่างบ้านเรามักทำแนวลูกทุ่ง คือ ถ้าต้องการความสูงเพิ่ม ก็สามารถที่จะสร้างชิ้นส่วนใหม่ ตัด หรือต่อ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในเรื่องของความสูงได้ แต่ไม่สามารถมองถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต่างจากชุดยกของนอกบแรนด์ดัง แม้แพงกว่ากันเป็นเท่าตัว แถมใช้เหล็ก และระบบกลไกพื้นฐานคล้ายกัน แต่เขามีการลงทุนเรื่องของการวิเคราะห์วิจัย การออกแบบชิ้นส่วนแต่ละชิ้น จะคำนึงถึงมุม หรือองศาการทำงานของช่วงล่าง เพื่อให้ใกล้เคียงมาตรฐานเดิมมากที่สุด

หลังจากนั้น จะทดสอบในหัวข้อต่างๆ จนมั่นใจ จึงผลิตเพื่อจำหน่าย ต้นทุนในส่วนนี้สูงมากแต่หลายคนมองว่า ที่แพงเพราะมันเป็นเรื่องต้นทุนการโฆษณาเสียมากกว่า ส่วนหนึ่งมันก็ใช่แต่จริงๆ แล้ว หมดไปกับเรื่องทางวิศวกรรมมากกว่ากันเยอะ

เคยได้ยินกับหูว่าบางร้านเชียร์ลูกค้าว่า “ของนอก บวกค่าโฆษณาไปเยอะ เลือกของร้านเขาดีกว่า ถูกกว่ากันครึ่ง/ครึ่ง แต่เหมือนกันเลย” ลูกค้าที่ไม่มีความรู้ก็หลงเชื่อ เพราะคิดว่างบประมาณไม่บานปลาย สามารถเอาส่วนต่างไปซื้ออุปกรณ์ตกแต่งอื่นๆได้อีก แต่พอเอาไปใช้งานจริง ปรากฏว่าอาการตอบสนองของรถผิดเพี้ยนไปมากพอกลับเข้ามา ร้านก็บอกว่าต้องเปลี่ยนชอคอับใหม่ เพิ่มกันสะบัดเข้าไป บางครั้งให้ลูกค้าติดชอคอับคู่เลยก็มี แต่ท้ายที่สุด อาการมันก็ยังไม่ดีเหมือนเดิม

มีรุ่นพี่ท่านหนึ่งชอบเข้าป่า ชอบลุย และขยันแต่งรถมาก ในช่วง 2 ปี รถคันเดียวเปลี่ยนชุดยกไปไม่น้อยกว่า 3-4 ครั้ง เปลี่ยนชอคอับไปไม่น้อยกว่า 3-4 ชุด เพราะความต้องการอยากจะทดลอง อยากจะรู้ความรู้สึกที่แตกต่างว่าเป็นอย่างไร

การทดลองนี้ ทำโดยซื้อชอคอับดังๆ มา 3-4 ยี่ห้อ แล้วมาสับเปลี่ยนกัน เพื่อจับความรู้สึกแล้วบันทึกว่าชุดยกแต่ละชุดนั้นเหมาะกับชอคอับยี่ห้อไหน เมื่อเปลี่ยนชุดยกใหม่ก็จะทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนท้ายที่สุด พบว่าความแตกต่างของชุดยกนั้นมีมากมายจริงๆโดยเฉพาะวิธีการยกสูงแบบลูกทุ่งของช่างบ้านเรา เมื่อเทียบกับชุดสำเร็จรูปจากต่างประเทศ

อยากจะสรุปเบื้องต้นว่า ถ้าต้องการยกเพื่อเพิ่มความสูง ควรเตรียมงบประมาณให้พร้อมก่อนอย่าผลีผลามเนื่องจากจะบานปลายโดยไม่รู้ตัว ควรเลือกของที่มีคุณภาพ ทั้งชุดยก ชอคอับจะได้ยกแบบทีเดียวจบ เนื่องจากปัญหาที่ตามมา ไม่ได้มีแค่เรื่องของประสิทธิภาพในการบังคับควบคุมเท่านั้น มุมล้อ หรือมุมการทำงานที่ผิดเพี้ยนไป ยังส่งผลถึงอายุการใช้งานของช่วงล่าง และยางด้วย

ยางขนาด 31-33 นิ้ว ยอดฮิทนั้นรวม 4 เส้น ต้องแลกมาด้วยเงินตั้งแต่ 20,000-30,000 บาทขึ้นอยู่กับยี่ห้อของสินค้า ปัญหาที่พบบ่อย คือ ยางสึกผิดปกติ อันเนื่องมาจากมุมล้อ และระยะการยุบตัวของช่วงล่างผิดเพี้ยน เจ้าของรถคันที่ยกตัวอย่าง ไปเปลี่ยนชุดยกใหม่พร้อมยางใหม่ วิ่งไป/กลับกรุงเทพ ฯ-เชียงใหม่ ระยะทางรวมราวๆ 1,500-1,600 กม.เมื่อกลับมาถึงกรุงเทพ ฯ พบว่ายางใหม่ๆ นั้นคู่หน้าสึกเป็นบั้งๆ คู่หลังสึกแบบสลับฟันปลา ยิ่งขับเร็ว ยางยิ่งสึกมาก ระยะทางเพียงเท่านั้น ทำให้ยางชุดดังกล่าวสึกหรอผิดปกติ สุดท้ายต้องเปลี่ยนยางใหม่เป็นเงินอีกไม่น้อย

มาถึงตรงนี้ท่านผู้อ่านน่าจะทราบได้ว่า ถ้ายอมเสียค่าชุดยกดีๆ แต่แรก ยางใหม่ราคาแพงชุดนี้ ก็คงไม่เสียหาย

ปัญหาที่เจ้าของรถต้องทำใจอีก คือ เรื่องอายุการใช้งานของช่วงล่างจะสั้นลงมากๆโดยเฉพาะลูกหมากลูกยางต่างๆ ด้วยขนาดล้อที่ใหญ่ขึ้น มุมล้อที่เปลี่ยนไป มันจึงต้องรับโหลด หรือภาระมากขึ้นเป็นเท่าตัว เจ้าของรถบางคันต้องเปลี่ยนลูกหมากคันชักทุกปี หรือเปลี่ยนลูกหมากปีกนกทุกๆ 2 ปี ทั้งๆ ที่มันควรจะใช้งานได้ยาวนานกว่านั้น2-3 เท่าตัว

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเมื่อโหลดเพิ่มขึ้นมาก อายุการใช้งานก็สั้นลงมากเช่นกันเมื่อคิดจะแต่งหล่อก็ต้องเตรียมทำใจหาค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้น ผมเคยแนะนำเรื่องของการเลือกใช้อะไหล่ไปบ้างแล้ว แถมย้ำนักย้ำหนาเกี่ยวกับอะไหล่กลุ่มนี้ว่าควรจะเลือกของแท้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยโดยตรง รวมถึงเรื่องของอายุการใช้งานที่ยืนยาวกว่าอย่างเห็นได้ชัด

เคยพบกรณีลูกหมากคันชักหลุด เพราะหลังจากยกสูงไม่นานนักลูกหมากตัวนี้ก็เริ่มดังเจ้าของรถจึงนำเข้าไปเปลี่ยน ด้วยความที่ร้านยกสูง บอกมาแล้วว่ามันจะเปลืองลูกหมากตัวนี้ เนื่องจากภาระของช่วงล่างเพิ่มขึ้นมาก เจ้าของรถเลยคิดว่าถ้าไหนๆ จะเปลืองแล้วก็เปลี่ยนของเทียมก็แล้วกัน จะได้เปลี่ยนบ่อยๆ ได้โดยไม่แพงมากนัก

แต่นั่นเป็นความเข้าใจที่ผิด ก็ขนาดลูกหมากแท้ๆ ยังอายุสั้นลงมาก แล้วของเทียมมันจะไปเหลืออะไร ปรากฏว่าใช้ไปได้ 3 เดือน เสียงดังกุกกักก็กลับมาเยือนอีกครั้ง เจ้าของรถก็ยังไม่มีเวลานำรถเข้าไปเปลี่ยน ทนใช้อยู่ 2 อาทิตย์เพราะคิดว่าไม่เป็นไร ผลก็คือ ลูกหมากหลุดจากเบ้าไม่สามารถควบคุมพวงมาลัยได้ ต้องเสียทั้งค่ารถยก และค่าแรงซ้ำซ้อน สรุปแล้วเสียแพงกว่าเปลี่ยนของแท้ตั้งแต่แรกครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว

อาการจากชุดยกไม่ได้มาตรฐานที่พบเจออีก แต่รายนี้ทำให้ปวดหัวมากๆ ทั้งเจ้าของรถและร้านเพราะไม่แค่มีเสียงดังจากช่วงล่าง แต่มันดังมั่วไปหมด แถมมีเสียงเพิ่มขึ้นมาหลายเสียงเลยทีเดียว เมื่อยกช่วงล่างดูพบอาการหลายแห่งที่ส่อเค้าว่าจะทำให้เสียงดัง ก็ไล่เปลี่ยนไปตั้งแต่ลูกหมากคันชัก ลูกหมากกันโคลง ลูกหมากปีกนก แม้กระทั่งบุชยางต่างๆ ก็จับเปลี่ยนใหม่หมดเสียงต่างๆ ก็เงียบไป แต่ 2-3 เดือนต่อมา อาการดังกล่าวก็กลับมาอีก ครั้นจะไล่เปลี่ยนชิ้นส่วนต่างๆ ดังที่กล่าวไปแล้วก็ใช่เหตุ เพราะเปลี่ยนของแท้แล้ว และมันไม่น่าจะเสื่อมสภาพเร็วขนาดนั้น นั่งย้อนกลับมาคิดว่าอาการดังกล่าวเป็นหลังจากที่ยกสูงมาไม่นาน จึงกลับไป
วิเคราะห์ว่าน่าจะเป็นที่ชุดยกได้หรือไม่ เพราะชุดยกนั้นเป็นของเลียนแบบ สุดท้ายเมื่อคำนวณค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนอะไหล่ และค่าแรงทั้งหมด จึงยอมตัดใจเปลี่ยนชุดยกเป็นของนอกทั้งหมด ปรากฏว่าเสียงต่างๆ หายเป็นปลิดทิ้ง

เมื่อกลับมาวิเคราะห์อย่างละเอียดพบว่า แม้จะเลียนแบบมาทั้งดุ้น แต่มาตรฐานมันต่างกันสิ้นเชิง โดยเฉพาะขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของรูนอท องศาก็ผิดเพี้ยนไปราวๆ 1 มม.กับความเอียงต่างกันราว 1 องศา แค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดความผิดปกติตามมาแล้ว
ถ้าเจ้าของร้าน และเจ้าของรถไม่ร่วมกันวิเคราะห์ ก็ไม่รู้ว่าต้องเปลี่ยนอะไหล่กันอีกกี่ชุดแต่ที่แน่ๆ โชคดีที่เจ้าของร้านมีหัวคิดแบบช่าง ที่มองถึงปัญหาแล้วไล่ไปหาสาเหตุ เรื่องดังกล่าวจึงจบได้ง่าย และสวยงาม

บางเรื่องก็ถูกมองข้ามไปจากช่างที่มีประสบการณ์ด้านยกสูงน้อย เช่น เรื่องของระบบเบรคและท่อทางเดินต่างๆ ที่จะต้องเปลี่ยนควบคู่กันไปด้วย เพราะความคิดทำนองว่า “แค่ยก 3 นิ้วไม่น่าจะมีปัญหา” นั่นเอง

เจ้าของรถคันหนึ่งท่ออ่อนเบรคปริแตก เนื่องจากยกรถเพื่อล้างอัดฉีด แล้วล้อห้อยลงมาจนสุด สายเบรคจึงตึงมากจนบริเวณรอยต่อที่ติดกับเหล็กย้ำปริออก อีกสาเหตุหนึ่งก็มาจากมีอายุการใช้งานที่ยาวนานพอสมควรแล้ว ขับไปได้ไม่นานปรากฏว่าเบรครั่ว
ไม่สามารถหยุดได้ โชคดีที่วิ่งต่างจังหวัด จึงสามารถประคองรถจอดได้โดยปลอดภัยแต่กว่าจะควบคุมรถได้ทำให้หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเหมือนกัน

ระบบเบรคนี้สำคัญ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้ผ้าเบรคเกรดสูงกว่ามาตรฐาน ปัจจุบันมีผ้าเบรคคุณภาพดีๆ ให้เลือกอีกหลายยี่ห้อในราคาเท่าๆ กับของศูนย์บริการ หรือแพงกว่ากันไม่มากนัก รถยกสูงต้องเลือกผ้าเบรคให้เหมาะสม ควรเปลี่ยนไปใช้ผ้าเบรคเกรดที่
รองรับการใช้งานหนักๆ ได้ หลายคนอาจจะไม่เข้าใจเนื่องจากความสูงที่เพิ่มขึ้นและขนาดยางก็ใหญ่ขึ้น โมเมนทัมของรถจะเพิ่มขึ้นมาก ยิ่งวิ่งเร็วเบรคก็จะรับภาระหนักมากขึ้นหลายเท่า ผ้าเบรคก็ต้องรองรับภาระตรงนี้ได้ ไม่อย่างนั้นจะเกิดอาการเฟดหรือเบรคไม่อยู่ อันตรายมากนะครับ

ผ้าเบรคสำหรับการใช้งานหนัก ย้ำว่าไม่ใช่ผ้าเบรค เรซิง ตอนจะซื้อต้องถามกันให้ดีแม้ว่าผ้าเบรคเกรด เรซิง จะมีคุณภาพดี แต่ในการใช้งานจริง การตอบสนองจะแตกต่างกันออกไป ผ้าเบรคเกรดนี้เหมาะกับการใช้งานที่ต้องเบรคบ่อยๆ ผ้าเบรคต้องมีอุณหภูมิสูง
ตลอดเวลา ถึงจะแสดงประสิทธิภาพออกมาได้เต็มที่ แต่ในขณะที่ผ้าเบรคอุณหภูมิต่ำหรือเพิ่งลุยน้ำมา ประสิทธิภาพของผ้าเบรคจะลดลงมาก เพราะออกแบบให้เหมาะกับอุณหภูมิสูงๆ ฉะนั้นช่วงความเร็วต่ำ หรือจานเบรคยังไม่ร้อน ระยะเบรคจะมากขึ้นกว่าปกติ
แถมยังกินจานเบรคมากอีกด้วย

จะจ่ายเงินยกสูงทั้งที ควรเลือกใช้ชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานของตนเอง อย่าประหยัดในเรื่องที่ไม่ควรประหยัด เดี๋ยวจะเข้าตำรา “เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย” จะหาว่าไม่เตือน

ชั่วโมงนี้เงินทองยิ่งหายากๆ อยู่…เฮ้อ



------------------------------
เรื่องโดย : พหล ฯ 30
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2552
คอลัมน์ : DIY…คุณทำเองได้
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/axKRr

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตรวจเชครถ
ขจัดกลิ่นอับด้วยวิธีธรรมชาติ
อัพเดทล่าสุด
24 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th