บทความ

PININFARINA BO


โบลโลเร และ ปินินฟารีนา (BOLLORE AND PININFARINA) ได้จับมือกันเพื่อร่วมพัฒนารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด และรูปทรงที่โฉบเฉี่ยวเร้าใจ

การพัฒนาครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงรถต้นแบบ แต่เป็นรถแนวคิดที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นแนวทางการผลิต เพื่อการจำหน่ายจริง โดยมีเป้าหมายจะเริ่มสายพานการผลิตในปี 2552 เป็นอย่างเร็วขึ้นอยู่กับความพร้อมของระบบแบทเตอรี การพัฒนา ปินินฟารีนา บีโอ (PININFARINA BO)เป็นความร่วมมือกันของ 2 กลุ่มผู้ผลิต คือ ปินินฟารีนา (PININFARINA) และโบลโลเร (BOLLORE)

ขุมพลังของ ปินินฟารีนา บีโอ ใช้เทคโนโลยี LMP ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของ โบลโลเร โดยใช้แบทเตอรีและซูเพอร์คาพาซิเตอร์ ซึ่งผลิตขึ้นโดยโรงงานของ โบลโลเร ในควิมเพอร์ (QUIMPER) ที่ประเทศฝรั่งเศส และมอนทรีอัล ในแคนนาดา

บีโอ นับเป็นรถที่ออกแบบขึ้นเพื่อรองรับรูปแบบของการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบโดยการติดตั้งแบทเตอรีไว้ในช่องเก็บเฉพาะบริเวณใต้ท้องรถระหว่างเพลาขับหน้า/หลัง นอกจากจะไม่ทำให้เสียเนื้อที่ในห้องโดยสารแล้ว ยังเป็นการลดจุดศูนย์ถ่วง จึงทำให้ บีโอมีการตอบสนองการขับขี่ที่น่าประทับใจ

ปินินฟารีนา สำนักออกแบบจากอิตาลี ที่มีชื่อเสียงด้านการออกแบบรูปทรงที่โฉบเฉี่ยว ล้ำยุคได้สร้างสรรค์ให้ บีโอ เป็นรถพลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ ในรูปแบบของรถ 4 ประตูแฮทช์แบค ที่โดดเด่น สง่างาม ภายในสามารถรับผู้โดยสารได้ 4 ที่นั่ง

ด้วยการใช้แบทเตอรีเทคโนโลยี LMP ที่สามารถชาร์จได้อย่างรวดเร็วด้วยช่องจ่ายไฟบ้านทั่วไปในการชาร์จแต่ละครั้งสามารถทำพิสัยเดินทางได้ถึง 250 กม. โดยความเร็วสูงสุดควบคุมไว้ที่ระดับ 130 กม./ชม. และทำอัตราเร่ง 0-60 กม./ชม. ได้ภายใน 6.3 วินาที บนหลังคาและฝากระโปรงหน้า ยังติดตั้งแผงเซลล์สุริยะ เพื่อเป็นแหล่งจ่ายพลังงานไฟฟ้า ด้วยแนวคิดที่ต้องการให้ บีโอ เป็นรถที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ ตั้งแต่กระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า รวมไปถึงขณะขับเคลื่อน โดยการสร้างเก็บ และจ่ายพลังงานไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง และให้พิสัยการเดินทางที่ไกลที่สุด

ระบบจัดเก็บกระแสไฟฟ้าของ บีโอ ได้ติดตั้งซูเพอร์คาพาซิเตอร์ ซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญในการจัดเก็บพลังไฟฟ้า รวมไปถึงการใช้แรงหน่วงจากการเบรคในการป้อนกระแสไฟฟ้ากลับไปยังแบทเตอรี นอกจากนั้นยังติดตั้งแผงเซลล์สุริยะประสิทธิภาพสูงในบริเวณฝากระโปรงหน้าและบนหลังคา เพื่อป้อนพลังงานไฟฟ้าไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าบางส่วนด้วย

เพื่อให้เป็นรถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผู้ผลิตได้ให้ความสำคัญในการเลือกใช้วัตถุดิบในการผลิตตัวรถ แบทเตอรี และอุปกรณ์ภายในห้องโดยสาร ที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดโดยเลือกจากวัสดุที่สามารถนำกลับไปใช้งานใหม่ หรือนำไปรีไซเคิลได้

แผงวางแบทเตอรีของ โบลโลเร สามารถตอบสนองการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบทั้งการใช้สำหรับจ่ายกระแสไฟฟ้าทั่วไป หรือจะใช้ในรถ ซึ่งสามารถรับกระแสไฟฟ้าได้ทั้งจากระบบชาร์จปกติ หรือใช้ร่วมกันกับการชาร์จจากแผงเซลล์สุริยะก็ได้

โบลโลเร นับเป็นผู้นำด้านแบทเตอรีเทคโนโลยี LMP ด้วยเงินทุนหมุนเวียนกว่าหมื่นล้านดอลลาร์และพนักงานกว่า 35,000 คน ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทนี้จัดว่าเป็นผู้นำในการผลิตชิ้นส่วนคาพาซิเตอร์ และหน่วยจัดเก็บประจุไฟฟ้า โบลโลเร จัดว่าอยู่ในวงการด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี ในการคลุกคลีกับการพัฒนา โซลิด-สเตท ลิเธียม โพลีเมอร์ แบทเตอรีที่เหนือกว่าแบทเตอรีทั่วไป ทั้งความจุ น้ำหนัก และใช้เวลาในการชาร์จน้อยกว่า ตอนนี้แบทเตอรีจัดว่าเป็นขุมพลังที่น่าสนใจ โดยเฉพาะไม่ต้องการการบำรุงรักษา มีระยะทางใช้งานได้ถึง 200,000 กม. นอกจากนั้นยังไม่ทำลายบรรยากาศอีกด้วย ทั้งยังไม่มีเสียงในระหว่างทำงานซึ่งจะทำให้คุณภาพชีวิตในเมืองดีขึ้น

ซูเพอร์คาพาซิเตอร์ คือ อีกผลงานจาก โบลโลเร ที่ทำหน้าที่ในการเพิ่มอัตราเร่ง และจ่ายประจุย้อนกลับมาเก็บที่แบทเตอรี โดยการใช้แรงหน่วงจากการเบรคมาใช้ในการป้อนประจุไฟฟ้าย้อนกลับ เพื่อสำรองไว้สำหรับการออกตัว ทำให้ ปินินฟารีนา บีโอ เหนือกว่าทั้งอัตราเร่งมีพิสัยเดินทาง และอายุการใช้งานที่ยาวนานมากขึ้น สามารถเดินทางได้ถึง 250 กม.โดยมีความเร็วสูงสุด 130 กม./ชม. นอกจากนั้นยังมีการตอบสนองการขับขี่ที่เพลิดเพลินปลอดภัย และยาวนานกว่า



------------------------------
เรื่องโดย : อกนิษฐ์ ทัพภะสุต
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2552
คอลัมน์ : นานารถแนวคิด
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/GJIiY

Follow autoinfo.co.th