บทความ

สตีฟ คาร์ลิเซล ประธานกรรมการ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส เซาท์อีสต์ เอเชีย โอเปอเรชั่นส์ จำกัด


ปัญหาเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกา ส่งผลร้ายต่อสภาพเศรษฐกิจ การเงิน รวมทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก ไทย หนึ่งในฐานการผลิตรถยนต์ที่สำคัญ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญกับวิกฤติการณ์ดังกล่าว “ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์ สตีฟ คาร์ลิเซล ประธานกรรมการ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส เซาท์อีสต์ เอเชีย โอเปอเรชั่นส์ จำกัด และ บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ถึงการเตรียมความพร้อมรับมือกับวิกฤติที่เกิดขึ้น

ฟอร์มูลา : คุณมีความคิดเห็นอย่างไรต่อสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน ?

คาร์ลิเซล : สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ การเงิน ซึ่งลามมาถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมทั้งประเทศไทยยังเผชิญกับปัญหาการเมืองภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ช่วยปลุกความคิดให้ประชาชนทุกคนรู้สึกว่า ตนเองเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น ซึ่งบริษัท ฯ หวังว่า ปัญหาต่างๆ จะคลี่คลายลงไปได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ด้วยวิธีการที่สันติ

ฟอร์มูลา : คุณคิดว่าการแก้ไขปัญหา ควรดำเนินไปอย่างไร ?

คาร์ลิเซล : ยอดจำหน่ายรถยนต์รวมในปีที่ผ่านมา มียอดจำหน่ายลดลงเมื่อเทียบกับปี 2550 ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการในตลาดที่ตกลง สิ่งนี้เกิดขึ้นกับทุกบริษัทในอุตสาหกรมยานยนต์ สำหรับปีนี้ บริษัท ฯ มองว่าวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะยังไม่คลี่คลายลงไป และทุกบริษัทก็ต้องพยายามหาวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปให้ได้

ในส่วนของบริษัท ฯ เอง เรามองว่า สิ่งสำคัญที่จะทำให้เราผ่านพ้นวิกฤติการณ์ครั้งนี้ไปได้ มีหลายแนวทาง อาทิ การปรับลดกำลังการผลิต โดยต้องให้ความสำคัญกับความต้องการซื้อ และกำลังการผลิต ด้วยการรักษาสมดุลระหว่างความต้องการซื้อ และความสามารถในการผลิตให้เท่ากัน การลดต้นทุนการผลิต การวางแผนงานด้านการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ด้วยความระมัดระวังมากขึ้น พยายามใช้จ่ายเงินให้เกิดประโยชน์ต่อการดำเนินงานของบริษัท ฯ ให้มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่บริษัท ฯ ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง คือ การพัฒนาคุณภาพของสินค้า กลยุทธ์การขาย และการดำเนินโครงการเพื่อสังคม รวมถึง การมุ่งมั่นสร้างบแรนด์ เชฟโรเลต์ ให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

อีกส่วนหนึ่งซึ่งบริษัท ฯ มองว่ามีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างมาก คือ สภาพจิตใจของพนักงานในสายการผลิต ที่ผ่านมาบริษัท ฯ ให้ความสำคัญการสื่อสารกับพนักงานในสายการผลิตให้มากขึ้น ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง ตรงไปตรงมา เพื่อให้พนักงานรู้สึกสบายใจมากขึ้น ที่สำคัญบริษัท ฯ ต้องเตรียมตัวให้พร้อมในช่วงวิกฤติ เพราะเมื่อวิกฤติการณ์คลี่คลายลง บริษัท ฯ จะพร้อมสำหรับการเดินหน้าต่อไป

ฟอร์มูลา : คุณคิดว่าวิกฤติการณ์ในครั้งนี้จะคลี่คลายได้เมื่อใด ?

คาร์ลิเซล : ผมมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ เป็นปัญหาในระยะสั้นเท่านั้น บริษัท ฯ ได้วางแผนการดำเนินงานไว้ในระยะยาว แม้ที่ผ่านมาบางอย่างอาจมีความล่าช้าไปบ้าง เนื่องจากผลกระทบจากภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัท ฯ ยังคงเดินหน้าในการดำเนินธุรกิจตามแผนงานต่างๆ ที่ได้วางไว้ต่อไป

ฟอร์มูลา : แผนการดำเนินงานในระยะยาวของบริษัท ฯ เป็นอย่างไร ?

คาร์ลิเซล : จีเอม เป็นผู้นำด้านเทคโนโยลีพลังงานทางเลือก การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมา ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกควบคู่กันไป โดยไม่ได้มองว่า ช่วงไหนเกิดวิกฤติพลังงานแล้วจึงพัฒนาพลังงานทางเลือกขึ้น แต่ จีเอม พัฒนาพลังงานทางเลือกมาอย่างต่อเนื่อง

ฟอร์มูลา : ปัจจุบัน เชฟโรเลต์ มีรถยนต์พลังงานทางเลือกกี่รุ่น ?

คาร์ลิเซล : ปัจจุบันมี เชฟโรเลต์ ออพทรา ซีเอนจี/โคโลราโด ซีเอนจี และ อาวีโอ ที่สามารถใช้น้ำมัน อี 20 นอกจากนี้บริษัท ฯ ยังอยู่ระหว่างการศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการพัฒนา เชฟโรเลต์ แคพทีวา ดีเซล

ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 25″ ที่ผ่านมา บริษัท ฯ ยังได้นำ เชฟโรเลต์ โวลท์ ซึ่งเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าคันเดียวในโลกไปร่วมจัดแสดง เพื่อยืนยันให้เห็นถึงการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้งของ เชฟโรเลต์ นอกจากนี้ ยังเป็นสิ่งที่ทำให้เห็นว่า เชฟต์โรเลต์ ให้ความสำคัญกับตลาดในประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียนเป็นอย่างมาก

ฟอร์มูลา : ทำไม เชฟโรเลต์ จึงไม่สนใจโครงการอีโคคาร์ ?

คาร์ลิเซล : เรามองว่า อีโคคาร์ น่าจะมีส่วนแบ่งในตลาดเพียงร้อยละ 10 แต่สิ่งที่บริษัท ฯ ให้ความสำคัญ คือ การพัฒนารถเพื่อรองรับความต้องการในตลาดอีกร้อยละ 90 ที่เหลือ โดยมองว่ารถยนต์ที่ใช้พลังงานจากเอธานอล และซีเอนจี จะมีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต โดยที่ผ่านมา รถยนต์รุ่น ซีเอนจี ของ เชฟโรเลต์ ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม รถยนต์ที่บริษัทมีจำหน่ายก็เข้าข่ายของการเป็นรถอีโคคาร์ ที่กำหนดว่าต้องปล่อยไอเสียให้น้อยที่สุด ประหยัดน้ำมันที่สุด และสามารถวิ่งได้ในระยะทางที่ไกลที่สุด

ฟอร์มูลา : คุณมีความคิดเห็นอย่างไรต่อนโยบาย อี 85 ?

คาร์ลิเซล : บริษัท ฯ มีความพร้อมอยู่แล้วสำหรับการผลิตรถยนต์ที่รองรับน้ำมัน อี 85 โดยขณะนี้ ขอรอดูความชัดเจนของรัฐบาลต่อการนำรถยนต์ที่ใช้ อี 85 เข้ามาทำตลาดในเมืองไทย ซึ่งที่ผ่านมา รัฐบาลก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก คาดว่าจะได้เห็นรถยนต์ที่ใช้พลังงาน อี 85 ในเวลาไม่นาน ทั้งนี้ บริษัท ฯ อาจมีการพิจารณาผลิตรถยนต์ อี 85 ในประเทศไทย

ฟอร์มูลา : คาดการณ์ตัวเลขยอดขายรวมในปีนี้ไว้อย่างไร ?

คาร์ลิเซล : ยอดจำหน่ายรวมของทั้งอุตสาหกรรมน่าจะเติบโตเท่ากับปีที่ผ่านมา คือ มียอดจำหน่ายรวมประมาณ 600,000 คัน ในส่วนของบริษัท ฯ เอง คาดว่ายอดขายน่าจะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเลขยอดขายเติบโตไม่มากนัก แต่บริษัท ฯ จะพยายามรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดให้ได้เท่าเดิม

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหมือนวงจรของธุรกิจ มีขึ้นก็ต้องมีลง ดังนั้น สิ่งที่ผู้ประกอบการทุกค่ายต้องดำเนินการ คือ การมองหาโอกาสจากภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้น ว่าควรจะดำเนินธุรกิจไปในแนวทางใด และดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังที่สุด



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ/นาทลดา ทองมาก
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2552
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/1I2mq

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
24 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th