บทความ

เป็นรถบรรทุก ยิ่งต้องปลอดภัย


คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ปีหนึ่งๆ อัตราอุบัติเหตุที่เกิดจากรถบรรทุกนั้นมีมาก หลายครั้งเกิดจากความประมาท และสภาพร่างกายที่ไม่พร้อม เช่น เหน็ดเหนื่อย ง่วงเหงาหาวนอน หลายครั้งมักเกิดอุบัติเหตุที่รุนแรง และทำให้สูญเสียชีวิต

คอลัมน์นี้ เลยขอเล่นเรื่องหนักๆ ระดับรถบรรทุกกันสักที

ความที่อุบัติเหตุเกิดจากรถบรรทุกมาก องค์กรบางองค์กรที่ต้องมีการขนถ่ายสินค้าด้วยรถบรรทุกเช่น บริษัทผู้ผลิตปูนซีเมนท์รายใหญ่ๆ ของประเทศ จึงใส่ใจกับการอบรม และฝึกฝนคนขับรถบรรทุกให้ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเข้มงวด และมีการตรวจระดับแอลกอฮอลในลมหายใจกันอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ก็เพื่อลดอัตราอุบัติเหตุนั่นเอง

ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตรถบรรทุก หรือผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับรถบรรทุก ก็ได้ร่วมมือกันค้นคิด และติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ที่ช่วยให้เกิดความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ยักษ์ใหญ่ ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์สัญชาติเยอรมันอย่าง คอนทิเนนตัล เอจี ซึ่งบัดนี้สยายปีกเข้ามา
ดำเนินกิจการในประเทศไทย ก็ไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนาอุปกรณ์ความปลอดภัยต่างๆ ให้กับรถ
บรรทุก

ล่าสุดเปิดตัวอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ตอบรับกับมาตรการด้านความปลอดภัยที่ อียู จะประกาศใช้ในปี 2556 ได้แก่ ระบบควบคุมการขับขี่ที่ปรับตัวตามสถานการณ์ (ACC: ADAPTIVE CRUISE CONTROL) และระบบเตือนภัยรถออกนอกช่องทาง (LANE DEPARTURE WARNING) และระบบตรวจจับจุดบอด (BLIND SPOT DETECTION)คอนทิเนนทัล บอกว่า ทั้งหมดนี้จะเป็นตัวช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถลดอุบัติเหตุได้อย่างชัดเจน

น่าขอบคุณเหลือเกินที่สนใจเป็นห่วงเป็นใยผู้ขับขี่รถบรรทุก ซึ่งเป็นคนกลุ่มน้อยกลุ่มหนึ่งเท่านั้นแต่นั่นแหละ ทุกคนก็มีสิทธิ์ได้รับความปลอดภัยเหมือนกัน ไม่ว่าจะขี่เก๋งหรือเป็นคนขับรถบรรทุก

มาดูกันว่า คอนทิเนนทัล เขาคิดค้นเทคโนโลยีอะไรบ้าง ?

เขาบอกว่าอันตรายที่เกิดจากการชนด้านข้าง หรือข้างหลังรถบรรทุกนั้นมีบ่อย เพราะเป็นจุดที่ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นได้จำกัด แม้ว่าจะมีการออกกฎให้ติดตั้งกระจกบานที่ 4 ตั้งแต่เมื่อต้นปี2549 แต่ก็ยังช่วยได้จำกัด

คอนทิเนนทัล เอจี จึงได้พัฒนาระบบตรวจจับจุดบอดด้วยเรดาร์ อุปกรณ์นี้จะติดไว้ทางด้านข้างของรถบรรทุก ตรงจุดที่เหมาะกับที่นั่งคนขับ ใช้เรดาร์ และซอฟท์แวร์ควบคุมการทำงานซอฟท์แวร์จะวิเคราะห์ข้อมูลแยกแยะ ระหว่างสิ่งของที่ไม่เคลื่อนไหว เช่น เสาไฟฟ้า หรือรถยนต์ที่จอดอยู่ กับยานยนต์ที่เคลื่อนไหว ระบบจะส่งสัญญาณเรดาร์ที่บอกเวลา และคำนวณความเร็ว ตัวอย่าง เช่น มีมอเตอร์ไซค์ตามหลังมา และกำลังเข้ามาบริเวณที่เป็นจุดบอด สำหรับวิธีเตือนคนขับก็มีหลายวิธี แล้วแต่ผู้ผลิตรถยนต์แต่ละบริษัท เช่น อาจจะติดตั้งไฟเตือนไว้ที่กระจกด้านนอก หรือไฟกะพริบตรงแผงหน้าปัด หรือระบบเตือนแบบเซนซอร์ เช่น ระบบสั่นที่พวงมาลัย

อีกเทคโนโลยีหนึ่ง ซึ่งเกิดจากที่เขาวิจัยมาว่า คนขับรถบรรทุกมักขับเป็นระยะทางไกล ทั้งง่วง ทั้งเหนื่อย ทั้งล้า ยิ่งในเวลากลางคืน การมองเห็น ก็ลดลงไปกว่าครึ่ง หรือไม่ก็อาจจะหาเรื่องคลายเหงา เช่น โทรศัพท์คุยกับแฟน หรือเอาของขบเคี้ยวเข้าปาก เผลอไผลใจลอยแผลบเดียว รถก็เฉออกนอกทาง เป็นเหตุให้ชนกับรถที่สวนมา

คอนทิเนนทัล เอจี ได้คิดระบบเตือนภัยรถออกนอกช่องทาง ระบบนี้จะใช้กล้องติดอยู่กับส่วนหน้าของรถที่ระดับเดียวกับแผงหน้าปัด หรือใต้หลังคา เพื่อจับภาพถนนข้างหน้า มีส่วนควบคุมต่างหากวิเคราะห์ภาพดิจิทอลในกล้อง โดยเน้นไปที่เส้นแบ่งกลางถนน และขอบถนนระบบจะบอกว่าขณะนี้รถออกนอกเส้นทางหรือไม่ และเตือนให้ผู้ขับขี่ทราบ

บริษัทรถยนต์ และบริษัทที่ติดตั้งระบบนี้เรียบร้อยแล้ว คือ โวลโว และรายอื่นๆ ก็จะตามมาในที่สุดจะกลายเป็นมาตรการที่ประกาศใช้ใน อียู ตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ยังติดตั้งกล้องเป็นตัวช่วยอยู่ที่ไฟหน้า ตรวจจับการจราจร และยานยนต์ด้านหน้ารถ ทำให้ไฟหน้าลดลงโดยอัตโนมัติ โดยไม่ให้รบกวนสายตาผู้ขับขี่ที่สวนมา

ฟังดูสุภาพดี…ไม่เลวเลย

ถ้าเป็นเวลารถติด ที่มีรถขบวนยาว เคลื่อนที่ช้าๆ ก็มีอุปกรณ์ที่เรียกว่า ระบบควบคุมการขับขี่ที่ปรับตัวตามสถานการณ์ ซึ่งใช้เซนเซอร์ที่ติดตามพาหนะอื่น จนกระทั่งมันหยุดลง จะทำให้รถบรรทุกที่ขับขี่อยู่ เคลื่อนที่ช้าลงเช่นกัน สามารถลดอัตราชนท้ายที่ไม่รุนแรงได้

คงจำกันได้ว่าเวลารถติดยาวๆ ในช่วงเทศกาล หากมีการชนท้ายกัน ก็จะทำให้การจราจรที่ติดขัดอยู่แล้ว ติดขัดมากขึ้นไปอีก

ผลวิจัยในเยอรมนีเผยว่า 1 ใน 4 ของอุบัติเหตุทางรถยนต์ 5,000 ราย ที่ทำให้เสียชีวิต มีสาเหตุมาจากรถบรรทุก ประชากรเกือบ 10,000 คน ต้องได้รับบาดเจ็บร้ายแรงจากอุบัติเหตุรถชนกัน โดยร้อยละ 47 ของการชนกันอย่างรุนแรงของรถบรรทุก เกิดจากการชนท้าย และอีกสาเหตุหนึ่ง คือการที่รถเบี่ยงออกนอกเส้นทาง ซึ่งเกิดจากคนขับอ่อนเพลีย หรือใจลอย

มีงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งออกมายืนยัน ว่าหากติดตั้งเจ้าอุปกรณ์ 2 ตัว คือ เจ้า ACC หรือระบบควบคุมการขับขี่ที่ปรับตัวตามสถานการณ์ กับเจ้า LDW หรือระบบเตือนภัยรถออกนอกช่องทางแล้วสามารถลดอุบัติเหตุได้ วิจัยที่ว่านี้มีชื่อว่า “รถบรรทุกปลอดภัย” จัดทำโดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาและการวิจัย เยอรมนี ผู้จัดทำเป็นองค์กรชื่อ ALLIANZ CENTER FOR RESEARCH AND TECHNOLOGY AZT

โดยเขาให้รายละเอียดว่า ร้อยละ 24 ของอุบัติเหตุชนท้าย สามารถหลีกเลี่ยงได้ หากรถบรรทุกติดตั้ง ACC ระบบควบคุมการขับขี่ที่ปรับตัวตามสถานการณ์ และหากเป็นทางหลวง ความปลอดภัยจะเพิ่มมากขึ้น โดยระบบนี้สามารถลดกรณีรถบรรทุกชนท้าย ได้ถึงร้อยละ 70 ผลการวิจัยยังแสดงว่าเมื่อรถบรรทุกใช้ LDW หรือระบบเตือนภัยรถออกนอกช่องทาง สามารถลดอุบัติเหตุที่เกิดจากการเปลี่ยนเส้นทางได้ร้อยละ 49

คงจะต้องลงทุนกันอีกนิดนะคะ เพื่อให้ปลอดภัยเข้าไว้



------------------------------
เรื่องโดย : เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มกราคม ปี 2552
คอลัมน์ : โลกติดล้อ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/7zq0X
อัพเดทล่าสุด
16 Aug 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,590,000
2.
1,316,000
3.
1,749,000
4.
1,699,000
6.
3,299,000
7.
5,399,000
8.
6,799,000
9.
3,249,000
10.
4,980,000
11.
53,500,000
13.
3,600,000
14.
4,539,000
15.
13,339,000
16.
2,999,000
17.
1,749,000
18.
1,800,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง