บทความ

เปิดผ้าคลุม รถใหม่ บุกตลาดเมืองไทย ปี 52


รวมภาพ และรายละเอียดรถใหม่ มากกว่า 10 รุ่น ทั้ง ซีดาน/แฮทช์แบค/กระบะ/เอมพีวี และ เอสยูวี ที่คาดการณ์ว่า จะเปิดตัวภายในปีนี้

เศรษฐกิจปีฉลูส่อแววไม่สวยนัก “โคถึก” อาจได้ลองลิ้ม “แฮมเบอร์เกอร์” กับเขาบ้าง แต่น่าแปลกว่า ข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เราได้รับมา คือ ปีนี้จะมีรถใหม่เปิดตัวในบ้านเรามากกว่าปีที่แล้วเสียอีก ไม่เชื่อคอยดู !

ต่อไปนี้ เราจะชวนคุณมาดูว่า ปี ‘52 จะมีรถรุ่นไหนเปิดตัวใหม่ และรุ่นไหนต้องลุ้นบ้าง ?

มาแน่ ?

เก๋ง ซีดาน และแฮทช์แบค

โตโยตา
แคมรี ไฮบริด เสร็จแล้ว/ยารีส แค่แต่งหน้า

ปีที่ผ่านมา โตโยตา แถลงข่าวลงทุนประกอบรถ ไฮบริด รุ่นแรกในเมืองไทย โดยใช้ซีดานขนาดกลาง-ใหญ่ ยอดนิยม อย่าง แคมรี (CAMRY) เป็นโครงสร้างหลัก ถึงปีนี้ คาดว่าน่าจะสามารถผลิตสำเร็จ และออกขายได้ราวปลายไตรมาสที่ 3 ของปี ซึ่งอาจเป็นช่วงเวลาเดียวกับการ ไมเนอร์เชนจ์ แคมรี รุ่นสามัญด้วย

เครื่องยนต์ ไฮบริด ใน แคมรี ที่ขายในบ้านเรา คาดว่าจะใช้รหัส 2AZ-FXW ขนาด 2.4 ลิตร 147 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 45 แรงม้า พร้อมระบบส่งกำลังแบบอัตราทดแปรผัน ซีวีที (CVT) โดยมีเทคนิคการทำงานใกล้เคียงกับ ปรีอุส (PRIUS) รถ ไฮบริด รุ่นดังของค่าย

ส่วนรถ คอมแพคท์ อย่าง ยารีส (YARIS) น่าจะเป็นเพียงการ ไมเนอร์เชนจ์ เพื่อกระตุ้นตลาด โดยมีกำหนดราวไตรมาสแรกของปีนี้ และจะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเพียงเล็กน้อย ให้มีหน้าตาใกล้เคียงกับ วิทซ์ (VITZ) ที่ขายในญี่ปุ่น

ทาทา
อินดีคา น่าจะใกล้ความจริง

ถ้าจำกันได้ ในงานมอเตอร์โชว์ เมื่อต้นปี 2551 บริษัท ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด นอกจากนำ ซีนอน ซีเอนจี มาให้ชมก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ยังมี รถแฮทช์แบค ขนาดใกล้เคียง ฮอนดา แจซซ์ และ โตโยตา ยารีส ใช้ชื่อว่า อินดีคา วิสตา (INDICA VISTA) เข้ามาอวดโฉมด้วย

อินดีคา มีรูปทรงทันยุค และเป็นรถขายดีอันดับ 2 ในอินเดีย ความยาว/กว้าง 3.8/1.7 ม. ฐานล้อยาว 2.47 ม. ซึ่งที่นั่นมีขายทั้งเครื่องยนต์เบนซิน ที่มีระบบวาล์วแปรผัน ขนาด 1.2 ลิตร และเครื่องยนต์ ดีเซล คอมมอนเรล ขนาด 1.3 ลิตร ใกล้เคียงกับ นาซา ฟอร์ซา และ ปโรตอน เซฟวี จึงเป็นรถที่มีจุดเด่นเรื่องความกว้างขวาง แต่ใช้เครื่องยนต์ประหยัด ขนาดเล็ก คงต้องวัดใจกับ ทาทา กันอีกครั้งว่าจะนำเครื่องยนต์ตัวใดมาจำหน่าย และยังระบุไม่ได้ว่าจะเข้ามาช่วงไหน ส่วนเจ้า นาโน (NANO) รถจิ๋วกระฉ่อนโลก แฟนๆ บ้านเราคงต้องรอหน่อย เพราะบริษัทแม่แจ้งชัดว่า จะผลิตขายให้คนอินเดียได้ใช้ก่อนใครใน 2-3 ปีแรก

นิสสัน
เทอานา มาแน่นอน

เทอานา (TEANA) โฉมปัจจุบัน เคยดังเป็นพลุแตก และขายดีมาก เมื่อคราวเปิดตัวใหม่ๆ เพราะเป็นรถตัวตายตัวแทน ที่ฉีกแนวจาก เซฟีโร รุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัด แถมตอนนั้น ยังมีปัจจัยบวกที่ทั้ง โตโยตา แคมรี และ ฮอนดา แอคคอร์ด คู่แข่ง ก็อยู่ในช่วงค่อนไปทางปลายอายุตลาด แต่เมื่อ 2 รุ่นดังกล่าว เปิดตัวโฉมใหม่ ยอดขาย เทอานา จึงกลับไปขายได้แบบเรื่อยๆ เหมือนเคย

จริงๆ แล้ว กำหนดการเปิดตัว เทอานา ใหม่ จะเริ่มขึ้นในช่วง “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 25” ปลายปีที่ผ่านมา หลังจากเผยโฉมรถแนวคิด อินทีมา (INTIMA) ที่เป็นต้นแบบ สู่สาธารณะชนไปแล้วในงาน มอเตอร์โชว์ เมื่อต้นปี ก่อน แต่เอาเข้าจริง นิสสัน ก็จำใจต้องเลื่อนกำหนดการออกไป เป็นไตรมาสแรกของปีนี้ ด้วยขอเคลียร์สตอคเก่าให้เบาบางก่อน

นิสสัน พยายามลบจุดอ่อนเดิมๆ ไม่ให้มีอยู่ใน เทอานา ใหม่แม้แต่น้อย โดยอิงเวอร์ชันญี่ปุ่นที่ออกขายไปแล้วเป็นหลัก ใช้พแลทฟอร์มชุดที่เพิ่งออกแบบใหม่หมด ในชื่อ ดี พแลทฟอร์ม (D PLATFORM) เครื่องยนต์ขยายขนาดจาก 2.3 เป็น 2.5 ลิตร และน่าจะมี เครื่องยนต์ขนาด 3.5 ลิตร มาให้เป็นตัวเลือก เพื่อท้าชนกับ โตโยตา แคมรี 3.5 ลิตร โดยเฉพาะ

บีเอมดับเบิลยู
ซีรีส์ 7 ไม่มีพลาด

หลังจากผู้ผลิตได้ทยอยปล่อยภาพถ่าย และรายละเอียดของ ซีรีส์ 7 (7-SERIES) รถยนต์หรูรุ่นสูงสุดของค่าย บีเอมดับเบิลยู สู่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง ก่อนกำหนดเปิดตัวที่ยุโรปในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ในบ้านเราจึงมีการกำหนดฤกษ์เปิดตัวในปีนี้ ซึ่งอาจเป็นช่วงปลายไตรมาสที่ 2

ซีรีส์ 7 มีรูปทรงเพรียว และพลิ้วไหวกว่ารุ่นก่อน ทั้งได้รับการยืนยันจาก บีเอมดับเบิลยู ว่า เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 3.0 ลิตร และ เบนซิน 3.0 และ 4.4 ลิตร ซึ่งได้รับการปรับปรุงใหม่ จะทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงมาก และสะอาดขึ้นกว่าเดิม รวมถึงยังเต็มไปด้วยระบบช่วยเหลือ และความปลอดภัยที่ ไฮเทคยิ่งขึ้น

ฟอร์ด
จาก เวิร์ฟ สู่ ฟิเอสตา

รอมานาน ตั้งแต่ปลายปี 2550 ที่ ฟอร์ด กับ มาซดา ออกมาประกาศว่าจะขึ้นสายการผลิตรถยนต์นั่งขนาดคอมแพคท์ ที่ยึดตามแบบรถแนวคิด เวิร์ฟ (VERVE) โดยจะขยายโรงงาน ออโตอัลลายแอนซ์ (AAT) ที่ระยอง เพื่อดำเนินการประกอบรถยนต์รุ่นนี้ โดยเฉพาะ และจะพร้อมเดินสายการผลิตได้ราวต้นถึงกลางปีที่ผ่านมา

เราเคยคาดว่า อย่างเร็วที่สุด ฟิเอสตา (FIESTA) น่าจะเริ่มทำตลาด หรือไม่ก็นำรถตัวอย่างมาโชว์ได้ช่วงปลายปี 2551 ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 25” ซึ่งน่าจะเป็นจังหวะที่พอเหมาะ เพราะทิ้งระยะจากการฟาดฟันกันระหว่างฮอนดา แจซซ์ ใหม่ และ โตโยตา ยารีส มาแล้ว แต่ด้วยการเปิดตัวของ ฮอนดา ซิที ใหม่ที่ร้อนแรง จึงน่าจะเป็นวิธีคิดที่เหมาะ ที่ ฟอร์ด ขออุบไต๋ และทอดเวลาไปถึงราวไตรมาส 3 เพื่อเปิดตัว ฟิเอสตา ทั้งแฮทช์แบค และ ซีดาน

มาซดา
รหัส 2 คลานตามกันมา

มาซดา 2 หรือ เดมีโอ (DEMIO) ในญี่ปุ่น น่าจะมีกำหนดการเปิดตัว ในช่วงเดียวกันกับญาติสนิท ฟอร์ด ฟิเอสตา ในตลาดโลก มีเครื่องยนต์เบนซิน MZR 1.3 ลิตร 75-84 แรงม้า ขณะที่ในยุโรป จะใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 103 แรงม้า และยังมีเครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล MZ-CD 1.4 ลิตร 68 แรงม้า เพิ่มเข้าไปเป็นทางเลือกด้วย ซึ่งเหมาะสมกับน้ำหนักไม่ถึงตันดี

ส่วนในบ้านเรา มาซดา น่าจะเลือกใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร แต่ก็ยังต้องลุ้นกับเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล 1.4 แรงม้า ที่น่าสนใจ จึงยังไม่สามารถฟันธงได้ว่า มาซดา จะเลือก แฮทช์แบค หรือ ซีดาน มาทำตลาดก่อน

มิตซูบิชิ
แลนเซอร์ ใหม่…รอจนหลับ

คงเป็นเพราะวิกฤติทางการเงินของบริษัทแม่ในญี่ปุ่น และความไม่พร้อมบางประการของ มิตซูบิชิ ประเทศไทย ที่ทำให้แฟนๆ แลนเซอร์ (LANCER) ต้องรอแล้วรอเล่า จนโมเดลที่กำลังจะใหม่ในบ้านเราแทบจะกลายเป็นของเก่าในประเทศที่ขายไปแล้วหลายปี

ปีนี้เอาอย่างนี้แล้วกัน เราขอระบุว่า อย่างเร็วที่สุดน่าจะได้เห็น แลนเซอร์ รุ่นที่ 8 รหัส CY4A รถรุ่นหนึ่งในโครงการ GS41 ที่ใช้พื้นตัวถังร่วมกันกับอีกหลายรุ่น (GLOBAL PLATFORM) ที่ประกอบในเมืองไทย ได้ฤกษ์เบิกขายกันในไตรมาส 4 ของปีนี้ เพราะขนาดที่ว่าโฉมปัจจุบันที่ขายกันมา 8 ปี มิตซูบิชิ ยังนำมาติดแกสขายแก้ขัดไปก่อนเลย

วันนี้จึงยังไม่มีความชัดเจนว่า แลนเซอร์ บ้านเราจะใช้เวอร์ชันใด ระหว่างสหรัฐอเมริกา กับญี่ปุ่น ที่ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อเป็น กาแลนท์ ฟอร์ทิส (GALANT FORTIS) แต่ที่ชัดเจนแล้ว คือ เครื่องยนต์ใหม่ ที่ขยับขึ้นไปใช้ขนาด 1.8 ลิตร และ MIVEC 2.0 ลิตร เหมือนตลาดโลก

กระบะ และ พีพีวี

เชฟโรเลต์
โคโลราโด ตู้กับข้าว

เชฟโรเลต์ โคโลราโด (CHEVROLET COLORADO) ได้รับการไมเนอร์เชนจ์ ล่าสุดไปเมื่อปลายปี ‘50 ด้วยการปรับเปลี่ยนภายในใหม่ เพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และที่สำคัญ คือ เปลี่ยน “ลุค” ด้วยการ “ยกหน้า” จากที่เคยคมเข้มสุดๆ ด้วยกระจังหน้า 2 ชั้น ซึ่งเป็นสไตล์เอกลักษณ์ และเป็นจุดขายของ เชฟวี ทรัค แท้ๆ กลายเป็นลดดีกรีความดุดัน ด้วยกระจังหน้า และโคมไฟแบบเรียบง่าย สไตล์ใกล้เคียงรถหลายรุ่นของ โฮลเดน ค่ายพันธมิตร (รถยนต์) จากออสเตรเลีย

การเปลี่ยนแปลงที่ว่าไม่เป็นดังหวัง เพราะยอดขายในประเทศกลับลดลงพอควร ซึ่งอาจมีปัจจัยอื่นๆ เป็นตัวแปรอีก เช่น คู่แข่งออกรถรุ่นใหม่ๆ มาต่อกร และราคาดีเซลแพง เมื่อเป็นเช่นนั้น เชฟโรเลต์ จึงต้องเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส ด้วยการประกาศตัวว่าเป็นพิคอัพรายแรกที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซล และซีเอนจี ร่วมกันได้ โดยติดตั้งมาให้จากโชว์รูม พร้อมการรับประกันเหมือนรถใหม่ทุกประการ ซึ่งได้ผลดีทีเดียว

มาปีนี้ ที่รถพิคอัพแคบ (CAB) เปิดได้ หรือที่เรียกกันว่า “ประตูตู้กับข้าว” ครองเมือง เชฟโรเลต์ จึงไม่รอช้า เตรียมวางแผนขึ้นสายการผลิตรถพิคอัพแคบเปิดได้กับเขาบ้าง และคงจะมีการแต่งหน้าทาปากอีกเล็กน้อย เพื่อให้สมกับการรอคอยของแฟนๆ เชฟวี ทรัค ชาวไทย

ฟอร์ด
พี่น้อง “ยกหน้า” เรนเจอร์/เอเวอเรสต์

ตั้งแต่ เรนเจอร์ (RANGER) รุ่นปัจจุบันเปิดตัวเมื่อ 2 ปีก่อน ก็ไม่ได้มีการไมเนอร์เชนจ์อีก นอกจากผลิตรุ่นตกแต่งพิเศษ ไวลด์ทแรค ปีนี้จึงคาดการณ์ว่า เรนเจอร์ ใหม่ น่าจะมาในรูปแบบ บิกไมเนอร์เชนจ์ “ยกหน้า” ใหม่ลดเหลี่ยมสัน แต่ยังคงความดุดันไว้เช่นเดิม โดยรายละเอียดต่างๆ น่าจะไม่ผิดกับรถพิคอัพแนวคิด ที่เผยโฉมในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 25“ มากนัก

โครงสร้างตัวถังยังคงเดิม ส่วนรายละเอียดที่เปลี่ยนไป คือ กระจังหน้า กันชนหน้า/หลัง ชุดโคมไฟหน้า/หลัง ฝากระโปรง แก้มข้าง กระทะล้อ และอุปกรณ์ภายในห้องโดยสาร ซึ่งน่าจะทำให้มีหน้าตาแตกต่างไปจากรุ่นปัจจุบันมากพอสมควร

เมื่อ เรนเจอร์ เปลี่ยนไป มีหรือ เอเวอเรสต์ (EVEREST) ที่ใช้พื้นฐานเดียวกัน จะไม่เปลี่ยนแปลง ฉะนั้น เชื่อว่า สาวก เอเวอเรสต์ คงต้องเตรียมหยอดกระปุกรอซื้อรุ่นใหม่ที่ สวย ดุ และหรูขึ้นได้เลย

อีซูซุ
ดี-แมกซ์ ตู้กับข้าว (ด้วยคน)

อดีตผู้ครองบัลลังก์แชมพ์ยอดขายรถพิคอัพมายาวนานอย่าง อีซูซุ (ISUZU) เมื่อวันนี้ต้องเผชิญกับ ตำแหน่งแชมพ์ยอดขายรายเดือน ที่สลับไปมาระหว่างลูกหม้อ ดี-แมกซ์ (D-MAX) กับคู่แข่ง โตโยตา ไฮลักซ์ วีโก (TOYOTA HILUX VIGO) ทำให้ อีซูซุ จำเป็นต้องปรับทัพ พลิกเกมการตลาดรายวัน เพื่อรั้งตำแหน่งแชมพ์นี้ไว้ให้ยาวนานที่สุด

ผ่านมาไม่นานนี้ อีซูซุ พยายามสร้าง “ไอดอล” คนใหม่ๆ ระหว่าง 2 กลุ่มเป้าหมาย คือ 1. กลุ่มวิถีชีวิตในเมือง ซึ่งใช้นักร้องดังอย่าง มอส ปฏิภาณ ปฐวีกานต์/ปีเตอร์ คอร์พ ไดเรนดัล และ โดม ปกรณ์ ลัม กับ 2. กลุ่มวิถีชีวิตต่างจังหวัด ซึ่งใช้ ก๊อต จักรพันธ์ ครบุรีธีรโชติ มาเป็นพรีเซนเตอร์ เพื่อให้ครอบคลุมลูกค้าผู้มุ่งหวังได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย

เป็นที่รู้กันว่า อีซูซุ กับ เชฟโรเลต์ เป็นญาติสนิท อยู่ในเครือ จีเอม (GM) เหมือนกัน และใช้โครงสร้างหลักของรถแบบเดียวกัน เมื่อมีโครงการทำรถพิคอัพประตูตู้กับข้าว แน่นอน ทั้ง อีซูซุ ดี-แมกซ์ และ เชฟโรเลต์ โคโลราโด ก็ต้องมีรถในรูปแบบนี้ออกมาเหมือนกัน แต่คาดว่า อีซูซุ ในฐานะที่อาวุโสกว่าในตลาดบ้านเรา คงได้อานิสงส์ เปิดตัวแคบเปิดได้ในปีนี้ก่อน โคโลราโด สักระยะหนึ่ง ฉะนั้นจึงเหลือเพียง มิตซูบิชิ ทไรทัน (MITSUBISHI TRITON) เจ้าเดียว ที่ยังมีขายแต่แคบแบบปกติ

ต้องลุ้น

เลกซัส
อาร์เอกซ์ ทันหรือไม่ปีนี้

อาร์เอกซ์ (RX) เป็นเอสยูวี อารมณ์เก๋ง ที่หรูหรา และโฉบเฉี่ยว หนึ่งเดียวจาก เลกซัส (LEXUS) ฝาแฝดของ โตโยตา แฮร์ริเออร์ (TOYOTA HARRIER) ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในบ้านเรา และทั่วโลกมาตั้งแต่โฉมแรก จนถึงโฉมปัจจุบัน ทำตลาดหลักโดย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ทั้งยังมีผู้นำเข้าอิสระหลายราย ที่นำเข้ามาขายได้อย่างเทน้ำเทท่า

ปลายปีที่ผ่านมา อาร์เอกซ์ ใหม่ ถูกคลุมผ้าอำพราง วิ่งทดสอบที่สนามนืร์บวร์กริง ในเยอรมนี (NURBURGRING RACE TRACK) ต่อมาไม่นาน ก็มีการเผยภาพโบรชัวร์ ตีพิมพ์เป็นภาษาญี่ปุ่นของรถรุ่นนี้ ซึ่งเผยให้เห็นภาพรถทั้งภายนอก และภายใน แทบทุกซอกทุกมุม และชัดเจนว่า มันมีรูปทรงหลักใกล้เคียงกับรถแนวคิด แอลเอฟ-เอกซ์เอช ไฮบริด (LF-XH HYBRID) ที่เคยโชว์ตัวในมหกรรมยานยนต์โตเกียว เมื่อปลายปี 2550 อย่างไรก็ตาม อาร์เอกซ์ ใหม่ ได้เปิดตัวไปแล้วในมหกรรมยานยนต์ลอสแองเจลิส เมื่อปลายพฤศจิกายน ที่ผ่านมา

เราเชื่อว่าด้วยยอดจำหน่าย ที่แทบไม่มีรายการค้างสตอคในประเทศไทย ปีนี้คงจะเป็นฤกษ์งามยามดีที่เศรษฐีบ้านเราจะได้เป็นเจ้าของ เลกซัส อาร์เอกซ์ ใหม่ กันอย่างแน่นอน

เมร์เซเดส-เบนซ์
จีแอลเค คู่ชก เอกซ์ 3

น่าลุ้นเหลือเกินกับ จีแอลเค (GLK) เอสยูวีขนาดเล็กของ เมร์เซเดส-เบนซ์ (MERCEDES-BENZ) เพราะช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด มีแนวคิด และทำจริง ด้วยการยกทัพบรรดา เอมพีวี และ เอสยูวี ที่มีอยู่ในตลาดโลก มาทำตลาดในบ้านเราแทบทั้งหมด จะขาดก็แต่เพียง จี-คลาสส์ เอสยูวี รุ่นอนุรักษนิยม กับ จีแอลเค เอสยูวี ร่างเล็ก คู่ปรับ เอกซ์ 3 (X3) ที่ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด นำเข้ามาทำตลาดล่วงหน้าไปแล้ว

โวลโว
แพคคู่ เอกซ์ซี 60/เอกซ์ซี 70

เอกซ์ซี 60 (XC60) ก็เช่นกัน เป็นเอสยูวี กระดูกมวยเดียวกับ เมร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลเค และ บีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 3 โดยในบ้านเรา บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ทำตลาด เอกซ์ซี 90 (XC90) เอสยูวี ขนาดกลาง มาหลายปี กับยอดขายเรื่อยๆ มาเรียงๆ ถ้าตัดสินใจนำ เอกซ์ซี 60 ที่มีรูปทรงทันสมัย มาทำตลาด เอสยูวี ของ โวลโว ก็น่าจะมีโอกาสไปได้สวยอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมี เอกซ์ซี 70 (XC70) โฉมใหม่ รถครอสส์โอเวอร์ แบบสเตชันแวกอน โครงสร้างเดียวกับ วี 70 (V70) ที่มีแววว่าจะนำกลับมาขายทดแทนโฉมเดิม

ฮอนดา
2 พี่น้อง เอมพีวี สตรีม/ออดิสซีย์

หลังปล่อยให้คู่แข่งอย่าง โตโยตา วิช (TOYOTA WISH) ผู้มาทีหลัง แย่งลูกค้ากลุ่ม เอมพีวี ขนาดคอมแพคท์ ของ สตรีม ไป (รวมถึง เชฟโรเลต์ ซาฟีรา (CHEVROLET ZAFIRA) ด้วย) จนต้องมีการ บิกไมเนอร์เชนจ์ แก้เกมโต้กลับกันไปในโฉมที่แล้ว แต่สุดท้ายวันนี้ ผู้มาวิน ก็คือ วิช และเป็นเจ้าเดียวที่ทำตลาดอยู่ ทว่ายอดขายไม่ค่อยหวือหวาเท่าไร เนื่องจากโฉมนี้ทำตลาดมานานแล้ว ปีนี้จึงน่าจะเป็นโอกาสเหมาะเหม็ง ที่ ฮอนดา (HONDA) จะสร้างความโดดเด่น นำ สตรีม (STREAM) โฉมใหม่ ประกอบในอินโดนีเซีย เข้ามาจำหน่าย อย่างไรก็ตาม ยังมี เอมพีวี ขนาดกลาง อย่าง ออดิสซีย์ (ODYSSEY) ที่เปลี่ยนโฉมใหม่ในญี่ปุ่นไปแล้ว แม้ในบ้านเรา ยอดขายที่ผ่านมาจะไม่สวยนัก แถมยังมีผู้นำเข้าอิสระร่วมแชร์ส่วนแบ่งด้วย แต่ที่ผ่านมา ฮอนดา ไม่เคยพลาดที่จะนำเข้า ออดิสซีย์ สักรุ่น แม้จะขายได้แบบเรื่อยๆ ก็ตาม ธรรมเนียมนี้จะยังคงเดิมหรือไม่ ต้องจับตา

ฮันเด
โซนาตา หน้า “แคมรี”

โซนาตา (SONATA) ซีดานขนาดกลาง ของค่ายโสม ฮันเด (HYUNDAI) ผลิตในเมืองไทย ที่โรงงานธนบุรีประกอบรถยนต์ ตั้งแต่ขายในบ้านเรามา 2 ปีกว่า ยอดขายพอไปได้แต่ต้องใจเย็นๆ วันนี้ในตลาดโลก โซนาตา ไมเนอร์เชน ไปแล้ว 1 ครั้ง โดยเปลี่ยนหน้ากระจัง กันชนหน้า และภายใน แถม บิก ไมเนอร์เชนจ์ อีกที ด้วยการ “ยกหน้า” และเปลี่ยนทรงบั้นท้ายครั้งล่าสุดไปอีกคราวแล้ว ผู้จำหน่าย ฮันเด บ้านเราจะว่าอย่างไร ?

การ “ยกหน้า” ครั้งล่าสุด หลายคนที่ได้เห็นภาพต่างเห็นพ้องว่า คล้าย โตโยตา แคมรี มาก ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และภายใน จึงเป็นการบ้านครั้งใหญ่ที่ บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จะต้องนำกลับไปทบทวนว่าจะทำ ไมเนอร์เชนจ์ กับเขาด้วยหรือไม่ ถ้าตัดสินใจทำ เพื่อกระตุ้นตลาด จะต้องรับฟังเสียงวิจารณ์มากมายจากนักเลงรถยนต์ชาวไทย ว่าลอกแบบ แคมรี รถขายดีมาหรือเปล่า ?



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการบทความและสารคดี
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มกราคม ปี 2552
คอลัมน์ : พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/9BnV2
อัพเดทล่าสุด
16 Aug 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,590,000
2.
1,316,000
3.
1,749,000
4.
1,699,000
6.
3,299,000
7.
5,399,000
8.
6,799,000
9.
3,249,000
10.
4,980,000
11.
53,500,000
13.
3,600,000
14.
4,539,000
15.
13,339,000
16.
2,999,000
17.
1,749,000
18.
1,800,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

IAM BANGKOK 2018 รวมรถตกแต่งหลากหลายสไตล์ จัดเต็มแน่นห้าง ZPELL!
สื่อสากล แฟมิลี แรลลี ครั้งที่ 13 “หอบความสุข ไปแบ่งปัน”
ALL-NEW HONDA CR-V
TOKYO AUTO SALON 2017 งานชุมนุมรถแต่ง สุดขั้ว !