บทความ

บารมีพระมากพ้นรำพัน


บารมีพระมากพ้น  รำพัน
พระพิทักษ์ยุติธรรม์  ถ่องแท้
บริสุทธิ์ดุจดวงตะวัน ส่องโลก ไซร้แฮ
ทวยราษฎร์รักบาทแม้ ยิ่งด้วยบิตุรงค
(พระราชนิพนธ์นิทราชาคริต – ร.5)

คนที่ติดตามเหตุการณ์บ้านเมืองทั่วไปคงได้ยิน และเห็นบ้างว่า พระบรมรูปทรงม้านั้น ปีนี้ท่านมีอายุครบ 100 ปีแล้ว

ทุกปีที่วันที่ 23 ตุลาคม เวียนมาบรรจบครบรอบวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระราชนิพนธ์โคลงข้างบนนี้ หรือทุกครั้งที่ผ่านพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบรมรูปทรงม้า นอกจากจะรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณเหมือนคนไทยที่จงรักภักดีทั่วไปแล้ว ยังอดที่จะคิดถึงครั้งยังเป็นนิสิตที่ไปหมอบกราบกับพื้นด้วยความซาบซึ้งเต็มตื้นใจทุกครั้งมิได้ ซาบซึ้งที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณทั้งโดยตรง และโดยอ้อม

และรู้สึกไม่สบายใจทุกครั้งเมื่อมีใครเรียกด้วยคำไม่เหมาะไม่ควรว่า “เสด็จพ่อ ร.5” พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นที่รักของประชาชนมาก จนกระทั่งได้รับพระราชสมัญญานามว่า “พระปิยมหาราช” (พระมหาราชผู้ทรงเป็นที่รักยิ่ง) ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองสิริราชสมบัติยาวนานที่สุดถึง 42 ปี (ทั้งก่อน และหลังพระองค์ ก่อนจะมาถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ซึ่งครองราชย์เป็นปีที่ 62 แล้ว) ทั้งที่เมื่อพระองค์เสด็จสวรรคตนั้นทรงมีพระชนมายุเพียง 58 พรรษาเท่านั้น ถ้าทรงมีพระชนมายุยิ่งยาวนานเฉกเช่นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ประเทศเราคงจะก้าวหน้ากว่านี้ไม่รู้กี่เท่า

พระราชกรณียกิจที่พระทรงบำเพ็ญนั้นมากมายยิ่งนัก น่าชื่นใจที่มีผู้นำพระราชนิพนธ์ “ไกลบ้าน” มาทำสารคดีตามรอยพระบาท แม้เป็นเพียงเสี้ยวเล็กๆ ในพระราชนิพนธ์ และพระราชภาระมากมายมหาศาลที่พระองค์ทรงเปิดประเทศสยามสู่โลกภายนอก และนำเรื่องทันสมัยจากโลกภายนอกมาทำความเจริญให้สยามก้าวไกลเกินคาดคิด

รวมทั้งที่ทรงมอบหมายพระราชภาระให้พระบรมวงศานุวงศ์ (โดยเฉพาะพระราชโอรสทั้งหลาย) และข้าราชบริพารที่ทรงเห็นแววว่าจะช่วยชาติบ้านเมืองได้ ออกไปศึกษาหาความรู้จากต่างประเทศเพื่อนำมารับใช้ประเทศชาติบ้านเมืองนั้น ช่างมากมายมหาศาลสุดประมาณ แม้เรื่องพระราโชบายในการเลิกทาส ก็เป็นสิ่งที่เลิศยิ่งในพระวิสัยทัศน์ของพระองค์

ทั้งๆ ที่เมื่อทรงเริ่มครองราชย์นั้น พระองค์มีพระชนมายุเพียง 15 พรรษา ยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะ พระราชสมภพเมื่อวันอังคารที่ 20 กันยายน 2396 (สีประจำวันพระราชสมภพจึงเป็นสีชมพู และกลายมาเป็นสีประจำจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากนั้นวันที่ 20 กันยายน ยังเป็นวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทางราชการจึงกำหนดให้เป็นวันเยาวชนแห่งชาติด้วย) พระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2411 จนต้องมีสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ด้วยเป็นที่รักยิ่งของพสกนิกร และทรงมีพระวิสัยทัศน์กว้างไกล จนเป็นที่มาของพระบรมราชานุสาวรีย์คือ พระบรมรูปทรงม้า (ซึ่งคติโบราณไม่นิยมให้สร้างเมื่อยังทรงมีพระชนมชีพอยู่) แต่พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สร้างเมื่อพระองค์ทรงมีพระชนมายุ 21 พรรษา โดยโปรดเกล้า ฯ ให้หล่อพระบรมรูปทรงม้าครั้งแรกที่ประเทศอังกฤษ โดยช่างประจำห้าง ฮันต์ แอนด์ โรสเกลล์ (MESSRE HUNT AND ROSKELL) แต่พระบรมรูปองค์แรกนั้น ไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหนในปัจจุบัน

ต่อมาเมื่อจะมีงานพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก (ทรงครองราชย์นานกว่าทุกรัชกาลแต่ก่อนมา เป็นครั้งแรก) ประกอบงานสมโภชสิริราชสมบัติที่ทรงครองราชย์ครบ 40 ปี ในปีพศ. 2451 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้หล่อพระบรมรูปทรงม้าอีกครั้ง โดยพระองค์ได้เสด็จประทับเป็นแบบให้นายช่างปั้นหุ่นชื่อ จอร์จ เซาโล (G SAULO) ปั้นเมื่อ 22 สิงหาคม 2450 และได้เสด็จไปตกลง และทรงเลือกชนิดโลหะด้วยพระองค์เอง ที่โรงหล่อของพี่น้องตระกูล ชุส เซอ ฟเรส ฟองแดร์ (SUS SEFRES FONDEURS) ที่กรุงปารีส

พระบรมรูปเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อย ส่งเข้ามาถึงกรุงเทพ ฯ ทันพิธีรัชมังคลาภิเษก และพระองค์ได้เสด็จทำพิธีเปิดพระอนุสาวรีย์ด้วยพระองค์เองเมื่อ 11 พฤศจิกายน 2451 ดังนั้นพระบรมรูปทรงม้าจึงมีอายุได้ 100 ปีในปีนี้ (ข้อมูลละเอียด ท่านที่สนใจจะหาอ่านได้จากหนังสือ “พระบรมรูปทรงม้า 100 ปี พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสามเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” ซึ่งผู้เขียนขอขอบคุณ พลาดิสัย สิทธิธัญกิจ ผู้เรียบเรียง และบางส่วนจาก คอลัมน์ “สยามอัศจรรย์” โดย ตาแหลม-โพสต์ทูเดย์ 16 พฤศจิกายน 2551)

เป็นเรื่องที่น่าชื่นใจยิ่งนักที่คนรุ่นเราทราบว่า งบประมาณในการสร้างพระบรมรูปทรงม้านั้นมาจากการเรี่ยไร “โดยไม่ต้องมีบังคับ ให้เป็นความสมัครใจ” จากน้ำใจของปวงชนทุกหมู่เหล่าในราชอาณาจักร เมื่อสร้างเสร็จแล้ว ยังมีเงินเหลือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชโอรส ทรงดำเนินตามพระราชประสงค์ของพระราชบิดา โดยทรงใช้ในการสถาปนาโรงเรียนข้าราชการพลเรือนเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในกาลต่อมา

ข้าพเจ้าได้เขียนรำลึกพระมหากรุณาธิคุณทั้ง 2 พระองค์ ให้คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี นำไปอ่านสดุดีในวาระครบรอบ 70 ปีของคณะไว้ว่า

ทวิมหาราชสดุดี (สัททุลวิกกีฬิตฉันท์ 19)

น้อมบังคมทวิราชประศาสนจุฬา-/ลงกรณ์มหาวิท-/ทยาลัย//เก้าสิบสามสิริศกสถาปนสมัย/ด้วยเดชพระทรงชัย//ยุคล/สืบสานราชปณิธานตระการมิติสกล/ศึกษิตพิสิฐชน/สยาม//เท่าทันอารยรัฐประวรรตวิริยะตาม/เกริกเกียรติพระเกี้ยววาม/วิไล//หลายหลากราชกรณียกิจชรไม/สร้างสรรค์ประเทศไทย/พิพิธ//สมศักดิ์ศรีวรชาติประกาศนวนิมิต/ไพบูลยสรรพกิจ/ประชา//ยังราชการพลเรือนทหารสหนรา/ด้วยเดชพระคุณา-/นุคุณ//น้อมเศียรเกล้าสดุดีทวีกิติมนุญ/เทิดท้นอธิกสุน-/ทรา//สองบรมบพิตรสฤษฏ์สรวปรา-/กฎก้องพระกรุณา/นิรันดร์ ฯ

ส่วนที่ใครๆ เรียกพระองค์ท่านว่า “เสด็จพ่อ ร.5” นั้นเป็นคำเรียกที่ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง เพราะพระองค์ คือ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ซึ่งพระราชฐานันดรศักดิ์ (ทั้งโดยกำเนิดและแต่งตั้ง) สูงกว่า “เสด็จ” ซึ่งมีฐานันดรศักดิ์ระดับ “พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้า” ซึ่งเป็นขั้นพระราชโอรสพระราชธิดา (ของพระองค์) ระดับรองลงมาจากชั้น “สมเด็จเจ้าฟ้า” ที่พระองค์ทรงมีมาแต่กำเนิดด้วยซ้ำ การเรียกว่า “เสด็จพ่อ” จึงเป็นการลดพระราชฐานันดรศักดิ์ของพระองค์ลงมาหลายระดับ แล้วยังเทียบเท่า เจ้าในศาลเพียงตา (เสด็จพ่อ) โดยคนไม่เข้าใจนำไปเทียบคำว่า “เสด็จเตี่ย” (ตามคนจีน) เท่าพระนามพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระราชโอรสของพระองค์เอง

หากต้องการเรียกพระนามอย่างสั้นๆ ขอเชิญชวนให้เรียกว่า “สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง”หรือ “พระพุทธเจ้าหลวง” อย่างที่ผู้คนในสมัยรัชกาลของพระองค์และต่อๆ มาเรียกกัน น่าจะสมพระเกียรติมากกว่าไปลดชั้นพระองค์ลงมาเป็นเพียงเจ้าในศาลเพียงตา



------------------------------
เรื่องโดย : ประยอม ซองทอง
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มกราคม ปี 2552
คอลัมน์ : ชีวิตคือความรื่นรมย์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/aHAOi
อัพเดทล่าสุด
16 Aug 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,590,000
2.
1,316,000
3.
1,749,000
4.
1,699,000
6.
3,299,000
7.
5,399,000
8.
6,799,000
9.
3,249,000
10.
4,980,000
11.
53,500,000
13.
3,600,000
14.
4,539,000
15.
13,339,000
16.
2,999,000
17.
1,749,000
18.
1,800,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง