บทความ

อาการเริ่มเซ


เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์เดือน ตุลาคม ปี 51 กับ 50

ตลาดโดยรวม ลด 15.4 %
รถยนต์นั่ง เพิ่ม 21.8 %
รถกระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ ลด 33.2 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) ลด 23.3 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) ลด 4.9 %

เปรียบเทียบยอดจำหน่ายรถยนต์ เดือน มกราคม-ตุลาคม ปี 51 กับ 50

ตลาดโดยรวม ลด 0.2 %
รถยนต์นั่ง เพิ่ม 29.4 %
รถกระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ ลด 13.4 %
รถอเนกประสงค์ (MPV) ลด 8.9 %
รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) ลด 0.6 %

ไหนใครบอกว่าเศรษฐกิจเมืองไทย ยังไม่ถึงเวลาเผาจริง จะเผาจริงกันก็เป็นปีหน้าโน่น แต่ปรากฏว่ายอดการขายประจำเดือนตุลาคม หรือเดือน 10 ของปี ในช่วงไตรมาสสุดท้าย มันตกพรวดพราด หล่นจากตัวเลขของปีก่อนถึง 15.4 % แต่ยังดีที่ยอดรวมได้ตัวเลขสะสมตั้งแต่ต้นปี ทำเอาตัวเลขรวมไล่เลี่ยกับปีก่อน น้อยกว่าแค่ 0.2 % เท่านั้นเอง

สภาพเหตุการณ์บ้านเมืองที่ยุ่งเหยิง โดยเฉพาะทางการเมือง ยิ่งเป็นตัวซ้ำเติมยอดการขายรถยนต์ เพราะบรรดานักลงทุนทั้งหลาย เริ่มไม่มั่นใจในเหตุการณ์บ้านเมือง ชะลอการลงทุนทั้งที่ลงมือกันไปแล้ว เพียงแต่ยังไม่เป็นข่าวออกมาเท่านั้น

คอยดูปลายปีหน้า 2552 เชื่อขนมกินได้เลยว่า ถ้าการเมืองยังวุ่นวายอยู่อย่างนี้ อีโคคาร์ ท่าทางจะคลอดยาก ครั้นจะบอกว่าถึงกับแท้ง ก็ขอคอยดูการแก้ปัญหาของผู้ใหญ่ในชาติบ้านเมืองกันก่อน แต่ในส่วนของคนที่เขาเตรียมจะลงทุนน่ะ ข่าวว่าแทบจะถอดใจลากลับบ้าน แต่ไหนๆ ก็เดินหน้าไปเยอะแล้ว เพียงแค่ชะลองานเอาไว้ก่อน จนกว่าฟ้าจะใสไม่มีเมฆหมอก

มาคุยเรื่องที่เกี่ยวกับรถยนต์ดีกว่า เรื่องการเมืองมันเรื่องยุ่ง เรื่องเศรษฐกิจยิ่งยุ่งเข้าไปอีก ไม่รู้ว่าท่าน บก. จะเห็นฟอร์เวิร์ดเมล์บ้างหรือเปล่า เรื่องค่าตกใจ 54 เดือน แถวสำโรงน่ะ มันหอมหวนยวนใจอย่างไรก็ไม่รู้ ท่าน บก. แน่จริงลองประกาศแถวนี้ดูมั่งสิ

คุยกันเรื่องแรก เป็นเรื่องของกรมการขนส่งทางบก เตรียมให้โรงเรียนสอนขับรถเอกชน ที่กรมให้การรับรอง ติดตั้งระบบ E-EXAM และทดสอบข้อเขียนแทนกรมด้วยระบบอีเลคทรอนิคส์ เพื่อให้สามารถทดสอบข้อเขียนในมาตรฐานเดียวกันได้เอง

โดยการพัฒนาโพรแกรมคอมพิวเตอร์ดังกล่าวจะแล้วเสร็จประมาณต้นปี 2552 โดยหลังจากระบบเสร็จสมบูรณ์ โรงเรียนสอนขับรถเอกชนที่ติดตั้งระบบการทดสอบแบบ E-EXAM จะสามารถทดสอบข้อเขียน แทนกรมการขนส่งทางบกได้

โรงเรียนเอกชนนี้ ผู้ฝึกสอนจะต้องผ่านการอบรม และได้รับใบอนุญาต ทั้งนี้ในปัจจุบันการทดสอบข้อเขียน จะส่งเจ้าหน้าที่ไปทดสอบให้ยังโรงเรียนดังกล่าว ใช้ชุดข้อสอบแบบกระดาษคำตอบ ซึ่งต้องใช้เจ้าหน้าที่ในการตรวจข้อสอบ ทำให้เกิดความไม่สะดวก จึงได้พัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อให้สามารถทดสอบข้อเขียนระบบ E-EXAM ในโรงเรียนสอนขับรถเอกชนที่มีความพร้อมได้

ปัจจุบัน มีโรงเรียนสอนขับรถยนต์เอกชนได้รับ การรับรอง จำนวน 15 แห่ง และอยู่ระหว่างการพิจารณาให้การรับรองอีก จำนวน 5 แห่ง โดย มีเป้าหมายให้มีโรงเรียนสอนขับรถเอกชนที่ได้มาตรฐาน อยู่ทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถผลิตผู้ขับรถที่ดีมีคุณภาพออกสู่ท้องถนนได้มากยิ่งขึ้น

งานที่ทำอยู่น่ะ ไม่ได้คิดจะตำหนิท่านที่ทำงานกัน แต่ลองออกมาขับรถบนท้องถนน ในชีวิตจริงกันบ้าง ลงมาจากหอคอยงาช้างหน่อยได้ไหมครับ ว่าบนท้องถนนจริงๆ น่ะ ประชาชนเขาขับรถกันอย่างไร ยิ่งการจราจรติดขัดแบบนี้ แทบจะเรียกได้ว่า มีแต่คนไม่มีน้ำใจ แถมบรรดารถใหม่ ป้ายแดง ก็ติดสติคเกอร์หลังรถว่า “ขออภัย มือใหม่” มันไม่ใช่ยันต์กันอุบัติเหตุได้เลย มีแต่จะทำให้การจราจร
ติดขัดมากขึ้นไปอีก

ที่เมืองนอกเขายังสอบใบขับขี่กัน โดยให้ผู้สอบออกขับบนถนนจริง สภาพการจราจรจริง มีครูคุมสอบนั่งไปข้างๆ คอยดูวิธีการขับขี่ การปฏิบัติตามป้ายจราจรอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่สนามที่ปิดไม่มีการจราจรรอบด้าน ครูคุมสอบก็ยืนอยู่บนถนน ไม่ได้นั่งข้างๆ คอยดูอากัปกิริยาแต่อย่างใดทำไมไม่ลองคิดจะเอาเรื่องพวกนี้มาประยุกต์ใช้ เพื่อที่บรรดามือใหม่ทั้งหลาย จะได้ไม่ต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงกับอุบัติเหตุบนท้องถนน เพื่อนร่วมทางจะได้เป็นสุขมากกว่านี้

กลับมาเรื่องมาตรวัดของเราที่ว่า อาการเริ่มเซ เพราะยอดขายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เหลือเพียง 48,942 คัน น้อยกว่าปีก่อน 15.4 % แต่ยังดีที่ยอดรวมสะสมมีของเก่าอยู่เยอะ เลยใกล้เคียงกัน 10 เดือนขาย 508,184 คัน มากกว่านิด 0.2 %

ตำแหน่งแชมพ์การขายยังเหมือนเดิม โตโยตา ขาย 20,5315คัน ลดลง 20.5 % ส่วนแบ่งตลาด 41.9 % อันดับที่สอง อีซูซุ ขาย 10,282 คัน ลดลง 29.5 % ส่วนแบ่ง 21.0 % อันดับที่สามฮอนดา เพิ่มขึ้นเยอะ 57.1 % ขายได้ 8,201 คัน ส่วนแบ่ง 16.8 % อันดับที่สี่ มิตซูบิชิ ขายเพิ่ม 2,300 คัน เพิ่ม 25.1 % ส่วนแบ่ง 4.7 % และอันดับที่ห้า นิสสัน ขาย 2,276 คัน ลดเยอะ 40.2% ส่วนแบ่ง 4.7 %

แยกประเภทเป็นรถยนต์นั่ง ที่ตัวเลขวิ่งลิ่วขึ้นมาทุกเดือน ขายได้เพิ่มขึ้น 21.8 % จำนวน 18,030 คัน ขณะที่รวม 10 เดือน ก็ยังเพิ่มอยู่ 29.4 % ขายได้ 178,643 คัน

เอาแล้ว ! ตำแหน่งแชมพ์เกือบถูกเปลี่ยนมือ ได้แก่ โตโยตา ขายเลขสวย 7,777 คัน ลดลง 0.4 %ส่วนแบ่ง 43.1 % ที่สอง ฮอนดา ขาย 7,731 คัน เพิ่มขึ้น 65.5 % ส่วนแบ่ง 42.9 % ที่สามนิสสัน ขาย 610 คัน เพิ่ม 29.8 % ส่วนแบ่ง 3.4 % ที่สี่พอน้ำมันถูก เชฟโรเลต์ เลยขายรถติดแกสได้ 430 คัน ลดลง 25.2 % ส่วนแบ่ง 2.4 % และอันดับห้า เข้าอันดับเป็นครั้งแรก ได้แก่ ปโรตอน ขาย 402 คัน ส่วนแบ่ง 2.2 %

ผู้ชำระค่าภาษีสูงสุด เบนท์ลีย์ ขายได้ 1 คัน แจกวาร์ ขาย 6 คัน และ โพร์เช ขาย 6 คัน โห่ !

ประเภทรถกระบะ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ ร่วงระนาว เดือนนี้เป็น โตโยตา ขาย 8,895 คัน ลด 32.7 % ส่วนแบ่ง 40.2 % อันดับสอง อีซูซุ ขาย 8,840 คัน ลด 29.7 % ส่วนแบ่ง 39.9 % ที่สามนิสสัน ขาย 1,498 คัน ลด 46.9 % ส่วนแบ่ง 6.8 %

รถอเนกประสงค์ หรือ เอมพีวี ขายลดลง 23.3 % กับ 398 คัน รวม 6 เดือน ลดลง 8.9 % ขาย 5,957 คัน มี โตโยตา นำโด่ง 3,935 คัน

นั่นคือความเป็นไปของตลาด ในขณะที่เหตุการณ์บ้านเมืองไม่ได้อยู่ในสภาพที่ให้ความมั่นใจกับนักลงทุนแต่ประการใด และมีข่าวมาตลอดถึงการลดกำลังการผลิต การปลดคนงาน การชะลอการทำงาน ต่างๆ นานา ทำให้เริ่มไม่มั่นใจในช่วง 2 เดือนที่เหลือปีนี้ แถมบรรดาเกจิอาจารย์ต่างพากันนิ่งเงียบ ไม่ออกความเห็นแต่ประการใด

แต่ที่นี่บอกได้คำเดียวว่า ต้องเดือนธันวาคม นั่นแหละ ตัวเลขถึงจะกระเตื้อง เพราะผู้บริโภครอแคมเปญจาก ”มหกรรมยานยนต์” กันอยู่ ถึงจะยอมควักกระเป๋า

หรือใครว่าไม่จริง



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มกราคม ปี 2552
คอลัมน์ : มาตรวัดตลาดรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/mw9TR
อัพเดทล่าสุด
10 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
524,000
2.
599,000
3.
3,599,000
5.
2,090,000
6.
2,229,000
7.
779,000
8.
3,590,000
10.
1,316,000
11.
1,749,000
12.
1,699,000
14.
3,299,000
15.
5,399,000
16.
6,799,000
17.
3,249,000
18.
4,980,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th