บทความ

CONNECTED DRIVE โครงข่ายการสื่อสารในรถ จาก บีเอมดับเบิลยู


น่าเสียดายกับคนไทย เพราะรถหลายรุ่น มีเทคโนโลยีการสื่อสารมากมาย แต่พอเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทย ต้องถอดออกซะงั้น

ในยุโรป เขามีการพัฒนาเครือข่ายการสื่อสารเกี่ยวกับระบบจราจรมานานแล้ว เพื่อรองรับการจราจรที่เพิ่มขึ้น จนกลายเป็นปัญหามากขึ้นทุกวัน การวางเครือข่ายการสื่อสาร จะใช้ข้อมูลจากหลายๆแหล่ง ซึ่งข้อมูลที่สำคัญ ก็คือ ข้อมูลจากการขับขี่จริง และการทำให้ได้มาซึ่งข้อมูลจริงนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ก็แค่ใช้คอมพิวเตอร์ประจำรถที่ออกแบบมาเพื่อบันทึกสภาพการขับขี่นั่นแหละส่งข้อมูลไปยังศูนย์ หรือรถคันที่วิ่งสวนมา

ข้อมูลดังกล่าวจะบันทึกจากความเร็วเฉลี่ยที่ใช้ ลักษณะการใช้คันเร่ง, เบรค, การใช้ที่ปัดน้ำฝน,ไฟหน้า และเวลาในการเดินทาง อย่างค่าย บีเอมดับเบิลยู (BMW) เริ่มใช้การสื่อสารระหว่างตัวรถก่อน โดยการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน เมื่อมีรถที่ติดระบบนี้วิ่งสวนมา จากนั้นข้อมูลก็จะแสดงผลให้ผู้ขับขี่ทราบว่า เส้นทางที่กำลังมุ่งไปนั้นจะพบเจออะไรบ้าง นับว่าเป็นการเริ่มต้นของการสื่อสารที่ได้ประโยชน์กับผู้ขับขี่มากเลยทีเดียว

ปัจจุบันนี้ บีเอมดับเบิลยู ได้พัฒนาเรื่องของการสื่อสารให้ทันสมัยมากขึ้น ซึ่งเป็นโครงข่ายระหว่างรถยนต์, ศูนย์บริการ และศูนย์จราจร ถ้าใครเคยดูหนังเรื่อง DIE HARD 4.0 คงจะเห็นการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่ และศูนย์บริการในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

ศูนย์บริการจะทราบได้ตลอดเวลา เช่น กรณีรถเกิดอุบัติเหตุ หรือถูกโจรกรรม ข้อมูลต่างๆจะถูกส่งไปยังศูนย์บริการเพื่อคอยให้ความช่วยเหลือผู้ขับขี่ โดยหลังจากที่ บีเอมดับเบิลยูได้พัฒนาระบบ ไอดไรฟ (IDRIVE) ขึ้นมา ก็มีการปรับปรุง และเพิ่มฟังค์ชันการทำงานที่หลากหลายขึ้น

ปัจจุบันมีระบบ บีเอมดับเบิลยู คอนเนคท์ ดไรฟ (BMW CONNECTED DRIVE) เพิ่มความสามารถในการสื่อสารกับภายนอกให้ทันสมัยขึ้น เพราะในปัจจุบันเรื่องการสื่อสาร ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากทั้งฟังค์ชันของโทรศัพท์ การสื่อสารผ่านอินเตอร์เนท โดยอาศัยสัญญาณของโทรศัพท์มือถือเป็นส่วนสำคัญ โดยใช้เทคโนโลยี EDGE (ENHANCED DATA RATED FOR GSM EVOLUTION)เทคโนโลยีนี้มีความสามารถในการรับส่งข้อมูลเร็วกว่าเดิม 3-4 เท่าตัว

ระบบที่ว่าเป็นการรวมเอาระบบสื่อสารต่างๆ เข้ากับระบบนำทาง และระบบมัลทิมิเดียทั้งยังมีฟังค์ชันย่อยๆ แตกออกไปอีก

เริ่มจาก บีเอมดับเบิลยู ออนไลน์ (BMW ONLINE) เป็นการเชื่อมต่อกับระบบอินเตอร์เนทรองรับการสื่อสาร และใช้งานด้านนี้โดยเฉพาะ

ฟังค์ชัน บีเอมดับเบิลยู แอสซิสต์ (BMW ASSIST) เป็นระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ และผู้โดยสารไม่ว่าจะกรณีรถเสีย หรือเกิดอุบัติเหตุ โดยอาศัยสัญญาณจากระบบต่างๆ เช่น ตรวจจับการทำงานของถุงลมนิรภัย เป็นต้น โดยระบบจะส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปยังศูนย์บริการพร้อมกับแจ้งตำแหน่งของรถไปด้วย เพื่อรอรับการช่วยเหลือ

ฟังค์ชัน บีเอมดับเบิลยู เทเลเซอร์วิศ (BMW TELESERVICE) ช่วยลดเวลาในการตรวจเชคตามระยะ หรือกรณีรถบกพร่อง โดยในยุคแรกๆ บีเอมดับเบิลยู ออกแบบการบันทึกการใช้งานและความบกพร่องไว้ที่กุญแจ เมื่อเข้ารับบริการ เพียงแต่ยื่นกุญแจให้พนักงานเท่านั้น ข้อมูลต่างๆก็จะถูกส่งไปยังแผนกซ่อมบำรุง แต่ระบบนี้จะส่งข้อมูลการใช้งาน และความบกพร่องของตัวรถไปยังศูนย์บริการแบบออนไลน์ เมื่อคุณต้องการเข้ารับบริการ เพียงแค่เลือกฟังค์ชันนัดหมายระบบก็จะทำการจองเวลาเข้าบริการโดยอัตโนมัติ เมื่อนำรถเข้ารับบริการก็ไม่ต้องเสียเวลาในการแจ้งข้อมูลอีก

อีกฟังค์ชันที่น่าสนใจ คือ บีเอมดับเบิลยู ทแรคิง (BMW TRACKING) เป็นระบบติดตามรถกรณีเกิดการสูญหาย หรือถูกโจรกรรม ซึ่งจะช่วยให้การติดตามรถทำได้ง่ายขึ้น

อย่าตกใจ ! และไม่ต้องคิดไกลครับ ระบบไม่ได้ติดตามคุณผู้ชายตลอดเวลา ใช้เฉพาะในกรณีรถถูกโจรกรรมเท่านั้นเอง



------------------------------
เรื่องโดย : พหล ฯ 30
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มกราคม ปี 2552
คอลัมน์ : เทคนิคตีนโต
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/HNVce
อัพเดทล่าสุด
10 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
524,000
2.
599,000
3.
3,599,000
5.
2,090,000
6.
2,229,000
7.
779,000
8.
3,590,000
10.
1,316,000
11.
1,749,000
12.
1,699,000
14.
3,299,000
15.
5,399,000
16.
6,799,000
17.
3,249,000
18.
4,980,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th