บทความ

ทาคูมะ อาโอกิ นักแข่งผู้ไม่ยอมแพ้โชคชะตา


“เอเชีย ครอสส์คันทรี แรลลี 2008″ เป็นสังเวียนแข่งรถ 4×4 ทางฝุ่นที่ใหญ่ที่สุดรายการหนึ่งในเอเชีย มีนักแข่งเข้าร่วมชิงชัยกันอย่างคับคั่ง รวมถึง ทาคูมะ อาโอกิ อดีตนักแข่งรถจักรยานยนต์ WORLD MOTOR GP และแชมพ์รถจักรยานยนต์ ออลล์ เจแปน ที่ประสบอุบัติเหตุจนขาพิการแต่ใจสู้ไม่ถอย

4 WHEELS : ขอทราบประวัติส่วนตัว และแรงบันดาลใจในการเข้ามาแข่งขัน ?

อาโอกิ : ผมหลงใหลการแข่งรถมาตั้งแต่อายุ 17 ปี โดยเข้าร่วมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ระดับWORLD MOTOR GP และคว้าแชมพ์การแข่งขันรถจักยานยนต์ รายการ ALL-JAPAN CHAMPIONSHIP ROAD RACE SUPER BIKE CLASS ปี 1995-1996 และ THE WORLD GRAND PRIX RACER จากนั้นในปี 2541 ผมประสบอุบัติเหตุขณะฝึกซ้อม บาดเจ็บบริเวณเส้นประสาทที่
กระดูกสันหลัง ทำให้เป็นอัมพาตครึ่งตัวจากเอวลงไป ไม่สามารถเดินได้ จากนั้นด้วยความมุ่งมั่นที่จะเดินตามฝันตัวเอง จึงได้ตัดสินใจเข้าร่วมแข่งขันครอสส์คันทรี แรลลี เพราะได้ยินชื่อเสียงมานาน และรู้สึกว่าเป็นการแข่งขันที่ดีมาก และต้องการพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นว่า อุปสรรคทางร่างกายไม่ได้บั่นทอนความสามารถและจิตใจ หากเรายังมีแรงที่จะสู้

4 WHEELS : ประสบการณ์และความรู้สึกในการแข่งขันระหว่าง MOTOR GP กับ ครอสส์คันทรีต่างกันอย่างไร ?

อาโอกิ : แตกต่างมากเลยครับ เพราะ WORLD MOTOR GP นั้นเป็นการแข่งในสนามแข่งมาตรฐานและพื้นถนนลาดยาง และนักแข่งสามารถรู้ได้ว่าเส้นทางข้างหน้าเป็นอย่างไร แต่การแข่งขันครอสส์คันทรี จะให้ความรู้สึกที่ต่างกันมากๆ เพราะเราไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร มีอุปสรรคอะไรขวางอยู่ เพราะฉะนั้นต้องขับรถไปโดยไม่รู้จุดหมายปลายทางว่าจะเจออะไรบ้าง มันทำให้ตื่นเต้นมากคาดการณ์อะไรไม่ได้เลย ต้องอาศัยใบนำทาง และต้องใช้สมาธิความระมัดระวังเป็นพิเศษ เป็นเหมือนกับการผจญภัย เป็นการแข่งขันที่ชอบมาก

4 WHEELS : สิ่งที่ยากที่สุด และง่ายที่สุด สำหรับการเป็นนักแข่ง คืออะไร ?

อาโอกิ : สิ่งที่ง่ายที่สุด คือ ความอยากเป็นนักแข่ง และสิ่งที่ยากที่สุด คือ การที่จะประสบความสำเร็จในการแข่งขัน ยิ่งเป็นการแข่งขันรถยนต์ทางฝุ่นระยะทางไกลๆ ยิ่งยาก และสิ่งที่ยากอีกอย่าง คือ การประสานงานกับทีมงาน เพราะอุปสรรคข้างหน้าเรามองไม่เห็น ถ้าพลาดก็ต้องออกจากการแข่งขัน ซึ่งผมก็ไม่อยากเป็นอย่างนั้น ทุกครั้งที่ลงแข่งขัน นอกจากจะต้องใช้เทคนิคในการขับแล้ว ยังต้องใช้สมองในการตัดสินกับเส้นทางข้างหน้า

4 WHEELS : ทำไมถึงเลือก อีซูซุ ดี-แมกซ์ เป็นรถแข่งในครั้งนี้ ?

อาโอกิ : ผมเข้าร่วมแข่งขันครอสส์คันทรีตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ไม่ชนะ ผู้ที่ชนะเขาใช้รถ อีซูซุ ดี-แมกซ์ เห็นแล้วรู้สึกประทับใจมาก ผมมองรถด้วยความเสียดายว่า ถ้าเลือกรถ อีซูซุ ตั้งแต่ปีที่แล้ว ผมคงได้แชมพ์มาครองเหมือนกัน ปีนี้จึงเลือกรถ อีซูซุ ดี-แมกซ์ แคบโฟร์ แอลเอส และก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ปีนี้ผมได้แชมพ์มาครองในรุ่น โพรดัคชันคาร์ หรือ รถมาตรฐานโรงงาน ผมชอบในรูปทรงของรถ ไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไปกำลังพอดี สมรรถนะแข็งแกร่ง ผมจึงมั่นใจ และรถคันนี้ยังมีความเร็วสูงมาก ทำให้ผ่านอุปสรรคต่างๆ ได้ และการทรงตัวดี ไม่โคลง เกาะถนนดี

4 WHEELS : อีซูซุ ดี-แมกซ์ ที่ใช้แข่งขัน มีการปรับปรุง หรือมีอุปกรณ์พิเศษที่ช่วยในการขับขี่อย่างไรบ้าง ?

อาโอกิ : เนื่องจากร่างกายส่วนล่างผมใช้ไม่ได้เลย ไม่สามารถใช้ขาบังคับ คันเร่ง เบรค คลัทช์ ได้ จึงได้นำอุปกรณ์พิเศษที่ใช้มือบังคับมาติดตั้งแทน รถคันนี้สามารถเข้าแข่งประเภทโพรดัคชันคาร์ได้ เพราะไม่ได้ปรับแต่งส่วนอื่นของรถเลย

4 WHEELS : มีเทคนิคอย่างไรในการแข่ง ?

อาโอกิ : รถคือสิ่งสำคัญที่จะพาเราไปให้ถึงจุดหมายปลายทาง ผมไม่ต้องการออกจากการแข่งขันเพราะรถไปไม่ถึงจุดหมาย ดังนั้นต้องเลือกรถที่ถูกต้อง บึกบึนแข็งแกร่ง ไม่พังระหว่างทาง เพราะถึงแม้เราจะเก่งอย่างไร ถ้ารถพังก็ไปไม่ถึงจุดหมายได้ อีซูซุ จึงเป็นคำตอบสำหรับผม และผมต้องมีทีมเวิร์คที่ดีด้วย

4 WHEELS : ผลที่ออกมาคุณพอใจมากน้อยแค่ไหน และจะต้องปรับปรุงพัฒนาอะไรเพิ่มเติม ?

อาโอกิ : ปีนี้ผมชนะเลิศในรุ่นโพรดัคชันคาร์ เท่านั้น แต่ผู้ที่ชนะเลิศในรุ่นโอเวอร์ออลล์ เป็นคนไทยที่ใช้รถ อีซูซุ เหมือนกัน ผมก็จะลงแข่งขันครอสส์คันทรีอีกครั้ง และจะคว้าแชมพ์ในรุ่นโอเวอร์ออลล์ ให้ได้ด้วยรถ อีซูซุ ดี-แมกซ์

4 WHEELS : สิ่งที่ประทับใจที่สุดในการแข่งขันครอสส์คันทรีครั้งนี้ ?

อาโอกิ : ผมประทับใจหลายอย่าง โดยเฉพาะเส้นทางแข่งขัน ซึ่งเป็น 5 วันที่ยาวนานสำหรับผม เพราะต้องขับรถกว่า 2,400 กิโลเมตร และแต่ละวันสภาพเส้นทางก็ไม่ซ้ำกัน ทำให้รู้สึกประทับใจ และที่สำคัญ คือ ตลอดระยะทางที่แข่งขันมันทำให้จิตใจผมเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ และบางครั้งผมขับผ่านโรงเรียน ก็มีเด็กนักเรียนตัวเล็กๆ มาล้อมรอบรถของผม มาดูผม ทำให้รู้สึกดีมากๆ เลยครับ

4 WHEELS : คุณชื่นชอบหรือประทับใจสภาพเส้นทางแบบไหน และเมื่อรถเกิดอุปสรรค ที่จำเป็นจะต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือภายนอก เช่น วินช์ มีการประสานงานกันอย่างไร ?

อาโอกิ : สำหรับ เอเชีย ครอสส์คันทรี แรลลี ในครั้งนี้ ตลอดเส้นทางการแข่งขันก็มีอุปสรรคธรรมชาติต่างๆ มากมาย อาทิ โคลน ลูกรัง ทราย หรือข้ามแม่น้ำ ป่าเขา จึงต้องใช้เทคนิคการควบคุมรถเป็นอย่างดี และสภาพเส้นทางที่ผมชอบที่สุด คือ ทางทราย ส่วนเรื่องที่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือภายนอกเมื่อรถเจออุปสรรคนั้น ก็ได้ผู้นำทางเป็นผู้ช่วย โดยสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ

4 WHEELS : เป้าหมายสูงสุดของการเป็นนักแข่งรถของคุณ คืออะไร ?

อาโอกิ : ความฝันของผมลำดับต่อไป คือ การเป็นแชมพ์ เอเชีย ครอสส์คันทรี แรลลี รุ่นโอเวอร์ออลล์ในปีหน้า และอยากพัฒนาความสามารถของตัวเองให้มากยิ่งขึ้น เพราะผมอยากเข้าร่วมแข่งขัน ดาการ์ แรลลี นั่นคือความฝันสูงสุด

4 WHEELS : อยากทราบทัศนคติของคุณต่อวงการมอเตอร์สปอร์ทเมืองไทย ?

อาโอกิ : เนื่องจากผมเคยเป็นนักแข่งมอเตอร์ไซค์ จีพีมาก่อน ก็ได้รู้จักนักแข่งชาวไทยหลายท่าน ได้เห็นศักยภาพความสามารถของนักแข่งในเมืองไทย ต่อมาก็เห็นการแข่งขันครอสส์คันทรี ผมมีความรู้สึกว่ากีฬามอเตอร์สปอร์ทในเมืองไทย จะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ และมาตรฐานการแข่งขันจะเทียบเท่ามาตรฐานโลกในไม่ช้า



------------------------------
เรื่องโดย : ถาวร พรมพิทักษ์
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2551
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/g1oZq
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
5,399,000
2.
3,299,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th