บทความ

เรื่องของ TAXI ที่เราต้องเกี่ยว !


แทกซี หรือรถยนต์โดยสารรับจ้าง พาหนะคู่กายของชาวเมืองที่รักการเดินทางสบายๆ แม้แต่พวกมีรถ ก็อย่าคิดว่าไม่ต้องพึ่ง แทกซี อย่าลืมว่าราชสีห์ยังต้องพึ่งหนูเข้าสักวัน เช่น วันที่ไม่ค่อยสบาย ขี้เกียจขับรถ รถเสีย กระทั่งทะเลาะกับแฟนร้องไห้ฟูมฟาย ก็ต้องวิ่งโร่มาโบก แทกซี ซึ่งมีให้เห็นในหนัง และละครทีวีดาษดื่น

เห็นแล้วใช่ไหมว่า ถึงไม่ใช่ขาประจำ ก็ต้องมีเหตุให้ใช้บริการกันบ้างล่ะ

ฉะนั้น 8 หน้าถัดจากนี้เราจะช่วยให้คุณรู้จัก และเข้าใจ แทกซี มากขึ้น ขณะเดียวกันคนขับ แทกซี ก็จะเข้าใจคุณมากขึ้นเช่นกัน…

 

คอลัมน์ที่คุณกำลังอ่าน แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ นอกจากทุกเรื่องที่คุณควรจะรู้เกี่ยวกับ แทกซี ที่กำลังนำเสนอ “ฟอร์มูลา” ยังมีทีเด็ด จากผลการสำรวจทั้งผู้โดยสาร และคนขับ แทกซี ว่าชอบ หรือไม่ชอบ พฤติกรรมใดของกันและกันบ้าง มาก/น้อยแค่ไหน เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย

และ ขอโฆษณาหน่อยว่า คอลัมน์ “เกาะกระแส” ต่อท้ายจากนี้ เราจะอัพเดทค่าโดยสารใหม่ของ แทกซี และพิสูจน์ด้วยการลองนั่งโดยสารในสภาพการจราจรจริง เปรียบเทียบว่า ราคาจะแตกต่างจากที่เราคำนวณไว้ตามสูตรแค่ไหน

 

ย้อนรอย แทกซี ไทย

อันที่จริง แทกซี เป็นการพูดย่อๆ มาจาก แทกซี แคบ (TAXI CAB) ผู้ใช้คำนี้คนแรก คือ แฮร์รี เอน อัลเลน (HARRY N ALLEN) นักธุรกิจชาวเมืองนิวยอร์ค ที่นำเข้า แทกซี จากฝรั่งเศส คำว่า TAXI เป็นรากศัพท์ภาษาละตินในยุคกลาง มาจากคำว่า TAXA หรือ ภาษาอังกฤษก็ คือ TAX นั่นแหละ ซึ่งหมายถึง ภาษีหรือการคิดเงิน ส่วน CAB ย่อมาจากคำว่า CABRIOLET ซึ่งสมัยก่อนหมายถึง รถม้าลากจูง ส่วนสมัยนี้เอามาเรียกรถเปิดประทุน

 

“รถไมล์” ผู้บุกเบิก

ใครจะรู้บ้างว่า สมัยปี 246… ปลายๆ ชาวพระนคร (กรุงเทพ ฯ) เรียก แทกซี ว่า “รถไมล์” โดย พระยาเทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นผู้เริ่มนำรถ ออสติน 14 คัน ออกวิ่งรับจ้าง เหตุที่เรียกว่า รถไมล์ เพราะคิดค่าโดยสารเป็นไมล์ ตกไมล์ละ 15 สตางค์ ซึ่งนับว่าแพงมาก และขณะนั้นยังมี “รถเจ๊ก” หรือ รถลาก ที่ราคาถูกกว่าให้บริการ กิจการ รถไมล์ ที่ว่า จึงเจ๊งในที่สุด

 

สู่ยุค “รถ เรอโนลต์”

จนหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ราวปี 2490 ถึงมีผู้นำรถยนต์ เรอโนลต์ เครื่องวางท้าย คันเล็กๆ มาให้บริการ โดยคิดค่าโดยสาร กม. ละ 2 บาท ซึ่งได้รับความนิยมมาก จนต้องมีการจัดตั้งเป็นบริษัทเดินรถแทกซี ขึ้น

เมื่อใช้ เรอโนลต์ เป็น แทกซี เกือบทั้งหมด คนกรุงเทพ ฯ จึงเรียกรถ แทกซี ว่า “รถ เรอโนลต์” ไปโดยปริยาย แถมยังเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วไป เนื่องจากสะดวก และรวดเร็วกว่ารถจักรยาน 3 ล้อถีบ ยุคนั้นใครนั่ง หรือ ขับ แทกซี จะถือว่าดูดีมาก

 

เจ้ายุ่น ครองตลาด

หลังจากรถ เรอโนลต์ เสื่อมสภาพไปตามกาล วงการก็เริ่มเปลี่ยนมานิยมใช้รถญี่ปุ่น ที่นิยมในอดีต เช่น ดัทสัน บลูเบิร์ด มิตซูบิชิ แชมพ์ โตโยตา โคโรลลา ตั้งแต่รุ่น เหลี่ยมสัน เป็นต้นมา เนื่องจากราคาถูก ดูแลง่าย อะไหล่ไม่แพง และตระกูลเหล่านี้ ก็ยังนิยมใช้มาจนถึงปัจจุบัน

 

แทกซี มิเตอร์ มาแล้ว

จริงๆ แล้ว ตั้งแต่ ปี 2501 มีความพยายามนำ แทกซี มาติด มิเตอร์ เป็นครั้งแรก และกำหนดอัตราค่าโดยสารกลางไว้ด้วย แต่ไม่ได้มีการบังคับใช้จริง เพราะสำรวจแล้วไม่ได้รับความนิยม ทั้งจากผู้ให้บริการ และผู้โดยสาร จึงใช้วิธีการต่อรองค่าโดยสารกันตามเดิม

แต่ต่อมา เมื่อรถเพิ่มปริมาณมากขึ้น เกิดปัญหาจราจร กรมการขนส่งทางบก เห็นว่า การจอดรถข้างทางนั้นเสียเวลาต่อรองราคา สูญเสียช่องจราจร มีส่วนทำให้รถติด จึงให้มีศึกษาถึงระบบการต่อรองค่าโดยสารกับการใช้ มิเตอร์ ที่มีการกำหนดอัตราค่าโดยสารกลางไว้ เพื่อความยุติธรรมและช่วยแก้ปัญหาการจราจร

จนปี 2535 จึงได้มี แทกซี มิเตอร์ มาวิ่ง 16 ปีให้หลัง จึงได้ขยับค่าโดยสารตามระยะทางกันใหม่ เร็วๆ นี้เอง

 

มีอะไรอยู่ใน แทกซี

1. มิเตอร์

บนมาตรจะบอก ระยะทางที่วิ่ง เวลาที่ใช้ และค่าโดยสาร หลังออกรถอย่าลืมดูว่า คนขับกดมิเตอร์แล้วหรือยัง ถ้ายัง ด้วยลืม หรือตั้งใจก็ตาม บอกให้กดซะ ไม่ต้องเกรงใจ

2. วิทยุสื่อสาร

มีไว้สำหรับติดต่อกับศูนย์วิทยุ แทกซี ที่สังกัด ในกรณีแจ้งข่าว เรียก และตอบรับเวลาที่มีผู้โดยสารโทรศัพท์เรียก แทกซี ให้ไปรับ

3. จีพีเอส

จีพีเอส บน แทกซี ไม่เหมือนที่รถบ้านใช้กัน เพราะใช้นำทางไม่ได้ แต่ใช้สำหรับแจ้งข่าวสารจากศูนย์วิทยุ ประสานกับโครงการ แทกซี อัจฉริยะ และติดตามว่ารถอยู่ตรงจุดไหน

4. ป้ายบัตรประจำตัวผู้ขับขี่

ติดตั้งอยู่บนคอนโซลด้านซ้ายมือ ถือเป็นจุดสำคัญที่ต้องจดจำ โดยเฉพาะชื่อ และนามสกุล ว่าตรงกับผู้ขับจริงหรือไม่ ถ้าไม่ตรงให้ดูป้ายทะเบียนในรถ เผื่อเกิดเรื่องไม่ดี ไม่ชอบมาพากลกับเรา

5. เกียร์ธรรมดา

พระเอกของเจ้าของ อู่ แทกซี คือรถเกียร์ธรรมดา นี่แหละ ตอนซื้อก็ถูกกว่า ประหยัดน้ำมัน (แกส) กว่า แถมบำรุงรักษาง่าย

6. ป้ายทะเบียนในรถ

เป็นอีกจุดที่ต้องจำ โดยเฉพาะหากคนขับไม่ใช่คนเดียวกันกับในป้ายบัตรประจำตัวผู้ขับขี่ ป้ายนี้เป็นสีเหลือง ตัวเลขจะเหมือนกับทะเบียนรถทุกประการ ติดไว้บริเวณประตูทั้ง 4 บาน

7. ประตูหลังขวา

ประตูนี้มักถูกทำให้เปิดไม่ได้ ไม่ใช่เสีย แต่เพราะต้องการให้ผู้โดยสารเปิดประตูลงเฉพาะด้านซ้าย เพื่อความปลอดภัย แต่ก็ต้องระวังเปิดชนรถจักรยานยนต์ที่แทรกมาอยู่ดี

8. กระจกใส

กระจก แทกซี ทุกคันใสปิ๊ง เพราะกรมการขนส่ง ฯ ไม่อนุญาตให้ติดฟีล์มกรองแสง เมื่อมองจากภายนอก จะเห็นภายในห้องโดยสารได้อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันอันตรายจากการจี้ ปล้น

9. ลอคประตู

แม้รถที่ซื้อมาจะมี เซนทรัล ลอค มาให้ แต่ก็ต้องจำใจถอดออก เพราะ กรมการขนส่ง ฯ ไม่อนุญาตให้ใช้ ปลดลอคใคร ปลดลอคมัน

10. เบาะ

เพราะมีผู้โดยสารมากหน้าหลายตา เกือบร้อยทั้งร้อย แทกซี จึงใช้ไวนิล หุ้มเบาะ และกรุพื้นรถ เพราะทำความสะอาดง่าย ไม่อมฝุ่น และกลิ่น แถมราคาไม่แพงด้วย

 

คำถาม 2 โหล เกี่ยวกับ แทกซี

แทกซี เป็นพาหนะโดยสารที่ขนส่งแบบใกล้ชิด ตัวต่อตัว กับผู้โดยสาร ไม่ใช่ขนส่งคนมากมายอย่างรถเมล์ การกำกับดูแลของกรมการขนส่งทางบกจึงต้องเข้มข้น เพื่อให้ แทกซี อยู่กับร่องกับรอย กฎระเบียบจึงมีมากมาย อีกทั้งพฤติกรรมของคนขับ ที่เราต้องใกล้ชิด ก็มีหลายรูปแบบ ฉะนั้นจึงมีหลายสิ่งหลายอย่าง ที่ชวนสงสัยเกี่ยวกับ แทกซี อย่าง 24 คำถาม ดังต่อไปนี้…

1. แทกซี มีกี่คัน ?

แทกซี บ้านเรา มีประมาณ 96,600 คัน หลักๆ แทกซี แบ่งได้ 2 ประเภท คือ แทกซี บุคคล ราว 32,800 คัน กับ แทกซี นิติบุคคล ราว 63,800 คัน แบ่งดำเนินการโดย สหกรณ์ 26 แห่ง หจก. 111 แห่ง และ บริษัท 322 แห่ง

2. รายได้ แทกซี ต่อปีเท่าไร ?

ถ้าคิดง่ายๆ เฉลี่ยแต่ละวัน แทกซีคันหนึ่งมีรายรับ 1,000 บาท หนึ่งปีจะมีรายรับ 365,000 บาท ถ้ารวมทั้งหมด 96,600 คัน จะมีเงินหมุนเวียนในระบบเฉพาะรายได้จากค่าโดยสารถึง 35,250,000,000 บาท ต่อปี

3. ใบขับขี่ แทกซี ทำยังไง ?

ใครอายุ 22 ปี ขึ้นไป อยากจะขับ แทกซี จะต้องมีใบขับขี่รถส่วนบุคคลก่อน ถึงจะทำ “ใบขับขี่รถโดยสารสาธารณะ” ได้ แต่ถ้ามีอยู่แล้ว ดำเนินการต่อได้ที่สำนักงานของกรมการขนส่ง ฯ ทั่วประเทศได้ทันที

4. เอาหลักฐานอะไรไปบ้าง ?

ถ้ามีใบขับขี่อยู่แล้ว ให้เขียนใบยื่นคำขอ แนบสำเนาใบขับขี่/สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน/สำเนาทะเบียนบ้าน/ใบรับรองแพทย์/รูปถ่ายครึ่งตัวหน้าตรง ขนาด 3×4 ซม. 2 รูป และ 5×6.5 ซม. 3รูป

5. เขาทดสอบอะไรกัน ?

หลังยื่นเอกสารเสร็จ จะทดสอบตาบอดสี ความไวประสาทสัมผัส และความกว้างซ้าย/ขวา ของสายตา ถ้าผ่าน จะนัดมาอบรมต่อ 1 วัน แล้วตรวจประวัติอาชญากร ทั้งหมดใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน ค่าใช้จ่ายรวม 450 บาท

6. ถ้าจะขับ เลือกส่วนบุคคล หรือ นิติบุคคล ดี ?

ใครรักอิสระ และบริหารเงินเก่ง ก็ขับส่วนบุคคล ซื้อเอง ผ่อนเอง ดูแลรักษาเอง ไม่ต้องจ่ายค่าเช่า ใครยังไม่มั่นใจว่าจะบริหารเงินได้ดี ก็เลือกขับของนิติบุคคล (อู่) ไปก่อน

7. ขับ แทกซี อู่ ต้องทำอย่างไร ?

ส่วนใหญ่ อู่ จะให้คุณวางเงินประกัน 3-5 พันบาท มีคนลงชื่อค้ำประกัน อยากขับกี่วันก็ได้ ถ้าเลิกขับ ไม่ได้เอารถไปเฉี่ยวชนกับใคร ก็รับเงินประกันคืน เลือกเหมาแบบ “ควง” ทั้งวัน ค่าเช่าตั้งแต่ 500-1200 บาท หรือแบ่งกะขับก็ได้ ค่าเช่าตั้งแต่ 250-600 รถยิ่งใหม่ ยิ่งแพง โพรโมชัน ที่นิยมมาก คือ ขับ…วันฟรี…วัน

8. แปลงรถธรรมดาให้เป็น แทกซี ต้องจ่ายเท่าไร ?

รวมแล้วไม่ควรเกิน 50,000 บาท (ไม่รวมติดแกส) ราคากลางๆ สำหรับแปลงกายมีดังนี้ ค่าจดทะเบียนเป็น แทกซี 3,000 บาท ค่าทำสี รวมติดตั้งโป๊ะไฟบนหลังคา 10,000-15,000 บาท ค่าหุ้มเบาะ รวมกรุพื้นด้วยไวนิล 3,000-5,000 บาท วิทยุสื่อสาร 15,000-20,000 บาท โดยผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ มักดิวกับ อู่ทำสี และติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้ไว้อยู่แล้ว

9. ซื้อ แทกซี กับอู่ ได้/ดีไหม ?

ได้ แต่ดีไหมต้องชั่งใจ ซื้อกับอู่ ขับเอง ผ่อนเอง อู่ดูแลรักษาให้ แต่ยังต้องปฏิบัติตัวตามกฎระเบียบของอู่ ถ้าใครบอกไม่เห็นเป็นไร ซื้อ แทกซี กับอู่ก็น่าสนใจเหมือนกัน แถมพอผ่อนหมดรถก็เป็นของเรา หรือจะเปลี่ยนสีขับเป็น แทกซี ส่วนบุคคลต่อก็ได้

10. สี แทกซี สำคัญยังไง ?

ที่ แทกซี ต้องมีหลากสี เพราะเป็นกฎที่กรมการขนส่ง ฯ กำหนด เขียว/เหลือง หมายถึง แทกซี ส่วนบุคคล ส่วนสีอื่นๆ หมายถึง แทกซี ของ อู่ ซึ่งตามกฎระบุว่า ใครที่ต้องการมีรถ แทกซี มากกว่า 1 คัน ต้องจดทะเบียนในรูปบริษัท หรือสหกรณ์ และให้กำหนดสีตัวรถ ไม่ให้ซ้ำกัน

11. แทกซี ใช้ประกัน ฯ ประเภทไหน ?

ส่วนใหญ่ออกรถใหม่ใช้ประเภท 3 กันเกือบหมด เกิดอุบัติเหตุก็เอาเงินประกันของคนขับ แทกซี มาซ่อม ส่วนประเภท 1 มีน้อย เว้นแต่จะออกรถกับลีซิงของบริษัทรถยนต์ เขาจะบังคับทำประกันประเภท 1 สำหรับแทกซี ส่วนบุคคล แล้วแต่จะเลือก อย่างไรก็ตาม ค่าเบี้ยประกันจะแพงกว่ารถส่วนบุคคลทั่วไปเกือบเท่าตัว

12. รถอะไรเป็น แทกซี มากสุด ?

โตโยตา โคโรลลา โดยทำสถิติยอดจดทะเบียน 5 อันดับแรกใน 5 ปีที่ผ่านมา 47,336 คัน, อันดับ 2 มิตซูบิชิ แลนเซอร์ 1,031 คัน, อันดับ 3 นิสสัน ซันนี และ ทิอิดา 486 คัน, อันดับ 4 อีซูซุ (ไทยรุ่ง ฯ) แอดเวนเจอร์ 259 คัน และอันดับ 5 มาซดา 323 และ 3 ขายได้ 94 คัน

13. รถใช้ทำ แทกซี “ซีซี” เกี่ยวไหม ?

เกี่ยว และสำคัญด้วย เพราะตามกฎหมาย รถที่สามารถจดทะเบียนเป็น แทกซี ได้ ต้องมีความจุกระบอกสูบไม่ต่ำกว่า 1,500 ซีซี มาจากโรงงาน เพราะกรมการขนส่ง ฯ บอกว่า อยากให้ผู้โดยสารนั่งรถคันใหญ่สบายๆ

14. บริษัทรถยนต์ ขายรถอะไรให้ แทกซี ใช้ ?

ใครสังเกตดีๆ จะรู้ว่า บริษัทรถยนต์หลายเจ้าตั้งใจผลิตรุ่นเฉพาะขึ้นมาเพื่อทำ แทกซี โดยเฉพาะ เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ชอบใช้รถที่ซ้ำกับที่ แทกซี ขับ อย่าง 3-4 ปีก่อน โตโยตา มีรุ่น ลีโม ส่วนปัจจุบัน นิสสัน เริ่มรุกตลาดด้วยรุ่นมาตรฐาน ของ ทิอิดา ลาทิโอ

15. แทกซี 1 คัน ใช้ทำมาหากินได้นานแค่ไหน ?

เดิมกฎหมายกำหนดให้รถแทกซีใช้งานได้ 12 ปี ต่อมาได้มีการแก้ไขกฎกระทรวง ลดอายุการใช้งานลงเหลือ 9 ปี ถ้าต้องการนำรถไปใช้งานเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลต่อ จะต้องแก้ไขสีของตัวรถ ถอดโป๊ะไฟหลังคา ถึงจะนำไปจดทะเบียนได้

16. รถ แทกซี ต้องตรวจสภาพไหม บ่อยแค่ไหน ?

บ่อยกว่ารถบ้านเยอะเลย รถอายุไม่เกิน 7 ปี ต้องนำรถเข้าตรวจสภาพปีละ 2 ครั้ง ส่วนรถที่มีอายุเกิน 7 ปี แต่ไม่เกิน 9 ปี ต้องนำรถเข้าตรวจสภาพปีละ 3 ครั้ง หากไม่นำรถเข้าตรวจสภาพ เสียค่าปรับ ครั้งละ 1,000 บาท ส่วนถ้าอายุเกิน 9 ปีแล้ว ไม่อนุญาตให้วิ่งต่อ ปลดระวางได้เลย

17. แทกซี ใช้แกส แอลพีจี หรือ ซีเอนจี ?

ตอนนี้ใช้ทั้ง 2 แบบ แต่ยังเป็น แอลพีจี มากกว่า ซีเอนจี (เอนจีวี) เนื่องจาก อู่ แทกซี ส่วนใหญ่บอกว่า ราคาติดตั้งถูก ดูแลรักษาง่าย วิ่งได้ไกล มีปั๊มเยอะ เหมาะกับการใช้งานกับ แทกซี กว่า ซีเอนจี ด้วยประการทั้งปวง

18. แล้วในอนาคตล่ะ ?

ปลายปี 2550 ภาครัฐ กำหนดให้รถยนต์ แทกซี ที่วิ่งอยู่ และจะจดทะเบียนใหม่ ต้องใช้ ซีเอนจี เท่านั้น สมาคมผู้ประกอบการรถยนต์รับจ้าง เลยยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ สร้างความเดือดร้อน เพราะเปลี่ยนไปใช้ ซีเอนจี แล้วหาที่เติมไม่ได้ ปัจจุบันศาลปกครองคุ้มครอง โดยการชะลอการบังคับใช้กฎนี้ออกไปก่อน แต่ในอนาคตหากปั๊ม ซีเอนจี มาก และเพียงพอจริง จะนำกลับมาพิจารณาใหม่

19. ปุ่มกดเรียก แทกซี อัจริยะ ใช้ได้จริงไหม ?

ใช้ได้จริงตั้งแต่ปี 2548 แล้ว แต่หากดูจากสถิติคนกดเรียก 1.8 แสนครั้ง มี แทกซี และผู้โดยสารที่เป็นคนกด ได้รับ/ให้บริการกันเพียง 7.3 หมื่นครั้ง จึงอนุมานได้ว่า คนทั่วไปมักกดปุ่มเล่น หรือ กว่าที่ แทกซี ในเครือข่าย จะมาถึง ผู้โดยสารก็สามารถเรียก แทกซี คันอื่นที่วิ่งผ่าน ได้ก่อนแล้ว

20. เรียก แทกซี ที่ไหน ต้องจ่ายเพิ่ม ?

ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ต้องจ่ายเพิ่มแพงไปหน่อย คือ 50 บาท และหากโทรศัพท์เรียกรถจากศูนย์ แทกซี ที่ใดก็ตาม จ่ายเพิ่มนิดหน่อย 20 บาท โดย 2 ที่นี้ แทกซี สามารถเรียกเก็บเงินเพิ่มได้ไม่ผิดกฎหมาย (ให้จ่ายที่คนขับ แทกซี) แลกกับความสะดวกสบายของผู้โดยสาร

21. อัตราค่าโดยสาร แทกซี ใช้ในขอบเขตแค่ไหน ?

เฉพาะในเขตกรุงฯ เท่านั้น ซึ่งกำหนดเขตสื้นสุดไว้ชัดเจนในถนนสายหลักแต่ละทิศ อยากรู้ทุกสาย แนะนำให้เปิดเวปไซท์ของกรมการขนส่งทางบกตามลิงค์ www.dlt.go.th/taximiter/ru.ehtm กรณีการจ้างนอกขอบเขตการใช้อัตราค่าโดยสาร จะตกลงราคา หรือเก็บตามมิเตอร์ก็ได้

22. TAXI METER แปลว่าอะไร ?

ถกเถียงกันมากมาย กับศัพท์บัญญัติภาษาอังกฤษ ที่บ้านเรานำมาใช้ผิดๆ คล้ายกับกรณี “คาร์ดโฟน-โฟนคาร์ด” เพราะที่ถูกควรจะเป็น METERED TAXI ที่แปลว่า “แทกซี ที่ติดตั้งมาตรวัด” (เติม ED เพราะติดตั้งแล้ว) แต่คำว่า TAXI METER ที่บ้านเราใช้กันแปลว่า “มาตรวัดที่ติดตั้งใน แทกซี” อย่างไรก็ตาม สังเกตดีๆ บนโป๊ะไฟ แทกซี จะเขียนว่า TAXI-METER (มีขีดคั่น) ซึ่งน่าจะมาจากการที่ก่อนหน้าใช้คำว่า TAXI เฉยๆ พอมีมิเตอร์เข้ามาภายหลัง เลยเอาขีดมาคั่นตรงกลาง แล้วเติมคำว่า METER ต่อท้ายเข้าไป

23. คนต่างจังหวัด กับคนกรุงเทพ ฯ ใครขับ แทกซี มากกว่ากัน ?

จากการสำรวจของเรา กลุ่มตัวอย่าง 100 คน มีคนขับ แทกซี ที่เป็นคนกรุงเทพ ฯ โดยกำเนิดเพียง 4 คน อีก 96 คนเป็นคนต่างจังหวัด แบ่งเป็นภาคอีสาน 92 คน ภาคเหนือ 4 คน ฉะนั้น ถ้าดูจากผลสำรวจดังกล่าว พอจะบอกได้ว่า คนขับ แทกซี ส่วนใหญ่เป็นคนต่างจังหวัดแน่ๆ

24. ถ้าอยากร้องเรียน แทกซี มีหมายเลขติดต่อไหม ?

หมายเลข 4 หลักจำง่าย 1584 แจ้งได้ตลอด 24 ชั่วโมง แถมสอบถามหมายเลขอู่ แทกซี มากมาย ที่สามารถโทรศัพท์เรียกให้มารับได้ ส่วนมาตรการลงโทษ คือ เรียกมาตักตือน และปรับตั้งแต่ 500-1,000 บาท และมีแนวโน้มว่าในอนาคต จะมีการพิจารณาลงโทษด้วยการยกเลิกป้ายทะเบียน หรือ บัตรประจำตัวผู้ขับขี่ด้วย

 

แบบสำรวจ ชวนรู้

ด้วยความอยากรู้อยากเห็น และเพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างผู้โดยสาร และ คนขับ แทกซี เราจึงจัดทำแบบสำรวจเพื่อถาม แทกซี 100 คน และถามผู้โดยสาร 100 คน ในประเด็นความพึงพอใจซึ่งกันและกัน แบ่งออกเป็น 2 ตอน

ตอนที่ 1 เราคัดพฤติกรรมที่คาดว่าน่าเบื่อหน่าย ซึ่งแต่ละฝ่ายมักกระทำเป็นประจำ แล้วถามว่าเคย “พบ” พฤติกรรมใดบ้าง ?

ตอนที่ 2 จากพฤติกรรมทั้งหมดใน ตอนที่ 1 ถ้าหากได้พบ จะรู้สึกอย่างไร มี 5 ข้อให้เลือก ได้แก่ ดีเสียอีก/เฉยๆ/ไม่ชอบ/ไม่ชอบมาก และ เกลียดที่สุด ?

ขอทิ้งท้ายคอลัมน์ ด้วยผลการสำรวจ ดังต่อไปนี้

 

กราฟแสดงความพึงพอใจของผู้โดยสารที่มีต่อคนขับ แทกซี (ถามผู้โดยสาร)

1. ปฏิเสธไม่ไปส่งด้วยเหตุผลสารพัด 75 คน เคยพบ
ตอบ “เกลียดที่สุด “ มากที่สุด 36 คน

2. เงียบนิ่งไม่คุยอะไรเลย 72 คน เคยพบ
ตอบ “ดีเสียอีก และ เฉยๆ“ มากที่สุดเท่ากัน 45 คน

3. ขับรถคะนอง ไม่มีมารยาท 72 คน เคยพบ
ตอบ “เกลียดที่สุด“ มากที่สุด 39 คน

4. ชวนคุยเรื่องการเมือง 69 คน เคยพบ
ตอบ “เฉยๆ“ มากที่สุด 45 คน

5. ชวนคุยสัพเพเหระไม่มีหยุด 66 คน เคยพบ
ตอบ “เฉยๆ“ มากที่สุด คน 48 คน

6. ไม่ยอมทอนเศษเงิน 60 คน เคยพบ
ตอบ “ไม่ชอบ“ มากที่สุด 39 คน

7. เป็น แทกซี แท้ๆ แต่ไม่รู้ทาง 57 คน เคยพบ
ตอบ “ไม่ชอบ“ มากที่สุด 39 คน

8. รถสกปรก แถมเหม็นอีก 48 คน เคยพบ
ตอบ “เกลียดที่สุด“ มากที่สุด 45 คน

9. สภาพรถโทรมมาก 45 คน เคยพบ
ตอบ “ไม่ชอบมากๆ“ มากที่สุด 39 คน

10. อวดรู้ทาง ไม่ฟังคุณเลย 45 คน เคยพบ
ตอบ “ไม่ชอบ“ มากที่สุด 48 คน

11. รถหอมจริงแต่คุณไม่ชอบกลิ่น 42 คน เคยพบ
ตอบ “เฉยๆ“ มากที่สุด 39 คน

12. ขับรถช้าเต่าเรียกพี่ 39 คน เคยพบ
ตอบ “ไม่ชอบ“ มากที่สุด 42 คน

13. เปิดเพลงดัง ฟังแต่สถานีที่ชอบ 36 คน เคยพบ
ตอบ “ไม่ชอบ“ มากที่สุด 42 คน

14. เล่าเรื่องลามก 30 คน เคยพบ
ตอบ “เกลียดที่สุด“ มากที่สุด คน 57

15. แวะเติมแกส ทั้งที่คุณนั่งอยู่ทนโท่ 27 คน เคยพบ
ตอบ “ไม่ชอบ และ ไม่ชอบมากๆ“ มากที่สุดเท่ากัน 27 คน

16. ให้คุณลงกลางทาง ด้วยข้ออ้างเพียบ 24 คน เคยพบ
ตอบ “เกลียดที่สุด“ มากที่สุด 69 คน

17. พูดจาหยาบคาย 24 คน เคยพบ
ตอบ “เกลียดที่สุด“ มากที่สุด 48 คน

18. พฤติกรรมไม่น่าไว้ใจ คล้ายอาชญากร 24 คน เคยพบ
ตอบ “เกลียดที่สุด“ มากที่สุด 60 คน

19. รถไม่ติดก็จะขึ้นทางด่วน 21 คน เคยพบ
ตอบ “ไม่ชอบ“ มากที่สุด 36 คน

20. ไม่กดมิเตอร์ 21 คน เคยพบ
ตอบ “เกลียดที่สุด“ มากที่สุด 36 คน

21. ไปใกล้ๆ แต่จะใช้ราคาเหมา 18 คน เคยพบ
ตอบ “เกลียดที่สุด“ มากที่สุด 45 คน

22. กินอาหารไปด้วยขับรถไปด้วย 18 คน เคยพบ
ตอบ “ไม่ชอบมากๆ“ มากที่สุด 30 คน

23. แต่งซิ่ง โหลดเตี้ย ท่อไอเสียดัง 12 คน เคยพบ
ตอบว่า “เฉยๆ“ มากที่สุด 45 คน

24. สูบบุหรี่ในรถ 9 คน เคยพบ
ตอบ “เกลียดที่สุด“ มากที่สุด 69 คน

25. เรียกค่าโดยสารเพิ่มจากมิเตอร์ 9 คน เคยพบ
ตอบ “เกลียดที่สุด“ มากที่สุด 69 คน

26. เปิดกิจการขายตรง 6 คน เคยพบ
ตอบ “เกลียดที่สุด“ มากที่สุด 39 คน

 

กราฟแสดงความพึงพอใจของคนขับ แทกซี ที่มีต่อผู้โดยสาร (ถามคนขับ แทกซี)

1. ไม่เตรียมเงินจ่ายก่อนลงรถ 66 คน เคยพบ
ตอบ “ไม่ชอบ” มากที่สุด 50 คน

2. กรูกันขึ้นรถเยอะเกินไป 60 คน เคยพบ
ตอบ “ไม่ชอบ” มากที่สุด 36 คน

3. โบกรถในที่ไม่เหมาะ จอดรับยาก 60 คน เคยพบ
ตอบ “ไม่ชอบ” มากที่สุด 49 คน

4. เอาอาหารมากินบนรถ 60 คน เคยพบ
ตอบ “ไม่ชอบ” มากที่สุด 52 คน

5. เมาหลับ 58 คน เคยพบ
ตอบ “ไม่ชอบ” มากที่สุด 40 คน

6. จ่ายเงินแบงค์ใหญ่ 56 คน เคยพบ
ตอบ “ไม่ชอบ” มากที่สุด 48 คน

7. รถติดแค่ไหนก็ไม่ขึ้นทางด่วน 52 คน เคยพบ
ตอบ “ไม่ชอบ” มากที่สุด 42 คน

8. สูบบุหรี่บนรถ 50 คน เคยพบ
ตอบ “ไม่ชอบมากๆ” มากที่สุด 36 คน

9. อวดรู้ทาง 46 คน เคยพบ
ตอบ “เฉยๆ” มากที่สุด 47 คน

10. เอาของเหม็นขึ้นรถ 40 คน เคยพบ
ตอบ “เกลียดที่สุด” มากที่สุด 46 คน

11. เลือกโบกแต่รถใหม่ 38 คน เคยพบ
ตอบ “ไม่ชอบ” มากที่สุด 50 คน

12. ชวนคุยเรื่องการเมือง 30 คน เคยพบ
ตอบ “เฉยๆ” มากที่สุด 61 คน

13. ไม่จ่ายค่าโดยสาร 30 คน เคยพบ
ตอบ “เกลียดที่สุด” มากที่สุด 49 คน

14. จ่ายเงินไม่ครบ ต่อรองเศษสตางค์ 30 คน เคยพบ
ตอบ “ไม่ชอบ” มากที่สุด 40 คน

15. ชวนคุยตลอดทาง 28 คน เคยพบ
ตอบ “ดีเสียอีก” มากที่สุด 47 คน

16. ทำหยิ่ง ยกตนเหนือกว่า 28 คน เคยพบ
ตอบ “เกลียดที่สุด” มากที่สุด 34 คน

17. ขนของขึ้นรถเยอะมาก 26 คน เคยพบ
ตอบ “ไม่ชอบ” มากที่สุด 37 คน

18. เนื้อตัวสกปรก เหยียบขี้หมาขึ้นรถ 24 คน เคยพบ
ตอบ “เกลียดที่สุด” มากที่สุด 52 คน

19. ต่อรองค่าโดยสาร 20 คน เคยพบ
ตอบ “เฉยๆ” มากที่สุด 38 คน

 

20. เปิดกิจการขายตรงบนรถ 18 คน เคยพบ
ตอบ “เฉยๆ” มากที่สุด 61 คน

21. ตำหนิการขับรถของคุณ 16 คน เคยพบ
ตอบ “เฉยๆ” มากที่สุด 40 คน

22 เสนอบริการอื่นแทนค่าโดยสาร 16 คน เคยพบ
ตอบ “เฉยๆ” มากที่สุด 39 คน



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการบทความและสารคดี
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2551
คอลัมน์ : พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/LOKcU

Follow autoinfo.co.th