บทความ

เคนจิ โอตะกะ ประธาน บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด


ราคาน้ำมันที่ลดลง ส่งผลให้ยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งเติบโตเป็นบวก สวนทางกับตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์ เคนจิ โอตะกะ ประธาน บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ถึงกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของ ฮอนดา รวมทั้งความเห็นเกี่ยวกับทิศทางพลังงานทางเลือกในประเทศไทย

 

ฟอร์มูลา : มองสถานการณ์ตลาดรถยนต์ในปีนี้อย่างไร ?

โอตะกะ : ปัจจุบัน ตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นมาก สวนทางกับตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ที่มียอดจำหน่ายลดลง ซึ่งเป็นผล การลดอัตราภาษีสรรพสามิตของรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน อี 20 ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมา ค่ายรถยนต์หลายค่าย ได้มีการเปิดตัวรถยนต์นั่งรุ่นใหม่ หลายรุ่น นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดีเซลที่สูงเกินน้ำมันเบนซินในช่วงที่ผ่านมา ก็มีส่วนทำให้ผู้บริโภคที่ซื้อรถพิคอัพเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน หันมาซื้อรถยนต์นั่งขนาดเล็กเพิ่มขึ้น คาดว่าจนถึงสิ้นปี ยอดจำหน่ายรถยนต์รวมน่าจะอยู่ที่ 650,000 คัน เป็นยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งกว่า 200,000 คัน และรถเพื่อการพาณิชย์กว่า 400,000 คัน

สำหรับยอดจำหน่ายรถยนต์ ฮอนดา 8 เดือนแรกของปีนี้ มียอดจำหน่ายรวม 55,890 คัน เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ร้อยละ 33.7 โดย ฮอนดา ได้ประกาศปรับเป้าหมายยอดจำหน่ายเพิ่มเป็น 85,000 คัน

เนื่องจากการเติบโตที่เพิ่มขึ้นของรถยนต์นั่งขนาดเล็ก อาทิ ฮอนดา ซีวิค/แจซซ์ ส่วน ซีที ที่เพิ่งเปิดตัวไป ก็คาดว่าจะมีส่วนสำคัญในการผลักดันยอดจำหน่าย ซึ่งคาดว่าจะมีส่วนแบ่งการตลาดในปีนี้ ที่ร้อยละ 13 เป็นอันดับ 3 ของตลาด

 

ฟอร์มูลา : วางนโยบายการตลาดไว้อย่างไร ?

โอตะกะ : บริษัท ฯ และบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น มีนโยบายหลักในการดำเนินธุรกิจเหมือนกันว่า ต้องการเป็นบริษัทที่สังคมให้เราดำรงอยู่ โดยการดำเนินธุรกิจจะต้องควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคม ที่ผ่านมา ฮอนดา ได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ กิจกรรมปลูกป่า ล่าสุดกับการจัด โครงการ HONDA GREEN WAY เพื่อรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับการประหยัดน้ำมัน นอกจากนี้จะดำเนินธุรกิจ โดยคำนึงถึงผู้บริโภคมากที่สุด นั่นคือ การสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า ด้วยการบริการที่ดี สินค้าที่มีคุณภาพ

 

ฟอร์มูลา : มีแผนเปิดตัวรถรุ่นใหม่อีกหรือไม่ ?

โอตะกะ : ปีนี้ บริษัท ฯ ได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ 3 รุ่น คือ ฮอนดา ซีวิค/แจซซ์ และล่าสุด ซีที โดยรถทุกรุ่นสามารถใช้น้ำมัน อี 20 ได้ โดยบริษัท ฯ วางกลยุทธ์หลักในการทำตลาด ด้วยรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ซึ่งกำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในปัจจุบัน

 

ฟอร์มูลา : ปัจจุบัน ฮอนดา มีกำลังการผลิตเท่าไร ?

โอตะกะ : โรงงาน ฮอนดา มีกำลังการผลิตรวม 120,000 คัน/ปี และสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ถึง 140,000 คัน/ปี โดยแบ่งเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายภายในประเทศร้อยละ 50 และผลิตเพื่อส่งออกร้อยละ 50 ส่วนโรงงานแห่งที่ 2 ที่เพิ่งเปิดดำเนินการในเดือนตค. ที่ผ่านมา มีกำลังการผลิตรวมปีละ 120,000 คัน จำหน่ายในประเทศร้อยละ 40 และส่งออกร้อยละ 60

 

ฟอร์มูลา :มีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับนโยบายด้านพลังงานของภาครัฐบาล ?

โอตะกะ : นโยบายของภาครัฐ ฯ ยังไม่มีความชัดเจน ซึ่งส่งผลกระทบต่อกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิตรถยนต์ ในการเลือกสินค้าที่จะทำตลาดในประเทศไทย โดยในช่วงที่ผ่านมา ภาครัฐ ฯ ได้แนะนำพลังงานทางเลือกที่หลากหลาย ทั้งเชื้อเพลิง เอธานอล ซีเอนจี ไฮบริด ผมมองว่า ภาครัฐ ฯ ต้องมีความชัดเจนในการตัดสินใจ ว่าพลังงานใดควรเป็นพลังงานทางเลือกที่เหมาะสมกับประเทศไทย เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อม จะเห็นได้ว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยมีน้ำมัน อี 20 จำหน่าย มีรถยนต์ที่สามารถใช้น้ำมัน อี 20 จำหน่ายในตลาดหลายรุ่น แต่มีสถานีบริการน้ำมันที่จำหน่ายน้ำมัน อี 20 ไม่มากนัก ทำให้ไม่ได้รับความสนใจจากประชาชนเท่าที่ควร

นอกจากนี้ ควรกำหนดอัตราภาษีสรรพสามิต ระหว่างรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน อี20/อี 85 และ รถยนต์ อีโคคาร์ ให้มีความเหมาะสม เพราะหากมีอัตราภาษีที่ใกล้เคียงกันมาก อาจส่งผลกระทบต่อโครงการผลิตรถยนต์ อีโคคาร์ ควรมีการพูดคุยร่วมกัน ระหว่างภาครัฐ ฯ และบริษัทผู้ผลิตรถยนต์

 

ฟอร์มูลา : ฮอนดา มีนโยบายด้านพลังงานทดแทนอย่างไร ?

โอตะกะ : ฮอนดา มีนโยบายด้านเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกที่หลากหลาย ตามทิศทางพลังงานของโลก อาทิ เทคโนโลยี ไฮบริด ปัจจุบันมีรุ่น ฮอนดา ซีวิค ไฮบริด และ ฮอนดา แอคคอร์ด ไฮบริด เทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซล ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการพัฒนา โดยในงานมหกรรมยานยนต์ฟรังค์ฟวร์ท ที่ผ่านมา ได้นำ ฮอนดา แอคคอร์ด ทัวเรอร์ คอนเซพท์ ไปร่วมแสดง เทคโนโลยีเอธานอล ปัจจุบันมีรุ่น ฮอนดา ซีวิค เอฟเอฟวี (FFV: FLEX FUEL VEHICLE) จำหน่ายในประเทศบราซิล

เทคโนโลยี ฟิวเอลเซลล์ (FUEL CELL) มีรุ่น ฮอนดา เอฟซีเอกซ์ คแลริที จำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ส่วนใหญ่จำหน่ายให้กับตลาดรถเช่า เทคโนโลยีแกสธรรมชาติ ปัจจุบันมีรุ่น ฮอนดา ซีวิค จีเอกซ์ จำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา

สำหรับตลาดในประเทศไท ปัจจุบัน ฮอนดา มีรถยนต์ที่สามารถใช้น้ำมัน อี 20 จำหน่ายเท่านั้น ซึ่งการพิจารณาผลิตหรือนำเข้ารถรุ่นใดนั้น ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของภาครัฐบาล ในการให้การสนับสนุน

 

ฟอร์มูลา : การบริหารงานของคุณ ในประเทศไทย ประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงไร ?

โอตะกะ : ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นยอดจำหน่ายรถยนต์ที่เติบโตขึ้นค่อนข้างมาก ส่วนแบ่งทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น หรือการสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า ถือว่าประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ทุกด้าน



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ/นาทลดา ทองมาก
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2551
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/bEsH1

Follow autoinfo.co.th