บทความ

มิดไนท์ ฟอร์มูลา วัน


ปล่อยให้คู่รักคู่แค้นอย่างมาเลเซีย กอบโกยรายได้และชื่อเสียงจากการจัดแข่งขันรถสูตร 1 ล่วงหน้าไปหลายปี ที่สุดสิงคโปร์ก็สามารถจัดแข่ง ฟอร์มูลา วัน ในประเทศได้สำเร็จ เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา แถมยังยิ่งใหญ่กว่าที่เซปัง เซอร์กิทหลายเท่า ด้วยเหตุผลหลายประการ

ประการแรก SINGAPORE GRAND PRIX ซึ่งเป็นรายการชิงแชมพ์โลกประจำปี 2008 สนามที่ 15 จัดประลองความเร็วกันบนถนนในเมืองแบบที่เรียกว่า STREET CIRCUIT เช่นเดียวกับ MONACO GRAND PRIX อันเลื่องชื่อ รวมถึง EUROPEAN GRAND PRIX ซึ่งเพิ่งย้ายจากสนามนืร์บวร์กริง ในเยอรมนี ไปแข่งกันกลางเมืองวาเลนซีอา ประเทศสเปน เป็นปีแรก

สรุปแล้ว สิงคโปร์เป็น 1 ใน 3 สนาม จากจำนวนทั้งหมด 18 สนาม ของปีนี้ ที่จัดแบบ STREET CIRCUIT โดยใช้พื้นที่บริเวณ MARINA BAY และถนนในเมืองสิงคโปร์เป็นสังเวียนแข่งขัน ตัวทแรคมีความยาวต่อรอบรวม 5.1 กิโลเมตร หรือ 3.15 ไมล์ ทิวทัศน์บริเวณอ่าวมีส่วนคล้ายกับสนามมนเต การ์โล ในโมนาโค งานออกแบบทั้งหมดเป็นฝีมือของ HERMANN TILKE

พิทของทีมต่างๆ จะอยู่ตรงพื้นที่ว่างของ REPUBLIC BOULEVARD และด้านข้างของ SINGAPORE FLYER จากพิทตรงออกไปลอดใต้สะพาน BENJAMIN SHEARES ตามถนน REPUBLIC BOULEVARD จากนั้นเลี้ยวโค้งตรง RAFFLES BOULEVARD เข้าสู่ทางตรงที่ NICOLI HIGHWAY, STAMFORD ROAD และ ST. ANDREW’ S ROAD ผ่านหน้าศาลาว่าการเมือง มุ่งหน้าต่อไปยังสะพาน ANDERSON ผ่านโรงแรม FULLERTON เข้าโค้งซ้ายแคบๆ ไปยัง ESPLANADE DRIVE ข้างสวนสาธารณะ MERLION จากนั้นวนกลับมาเข้ามายัง RAFFLES BOULEVARD อีกครั้ง และตัดเข้าทางขวาผ่านไปด้านหน้าของ MARINA BAY FLOATING STADIUM ตรงนี้จะมีทางชั่วคราวสำหรับเลี้ยวเข้าพิท และวนรอบ SINGAPORE FLYER

ใครไปสิงคโปร์บ่อยๆ คงพอนึกภาพออกนะครับ ว่าการขับเคี่ยวครั้งนี้จะน่าตื่นเต้นขนาดไหน แต่ที่เร้าใจไปกว่านั้น SINGAPORE GRAND PRIX เป็นการชิงชัย เอฟ 1 รายการแรก ที่จัดในเวลากลางคืน !

แน่นอน มันย่อมจะต้องมีสิ่งที่เป็น “ครั้งแรก” เกิดขึ้นอีกหลายอย่าง เช่น การใช้ธงแบบ DIGIFLAG ในการช่วยเหลือและติดต่อกับนักแข่งในระหว่างการแข่งขัน ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติวงการธงสัญญาณที่อยู่คู่การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ทมานานกว่า 5 ทศวรรษ

ความจริงแล้วรูปทรงของ DIGIFLAG มีลักษณะเหมือนกระดานมากกว่า คือ เป็นบอร์ดสี่เหลี่ยมคล้ายบอร์ดแจ้งหมายเลขนักฟุตบอล เมื่อต้องการเปลี่ยนตัวผู้เล่นในสนาม แต่มีความไฮเทคกว่า เพราะใช้เทคโนโลยีการแจ้งสัญญาณแบบเดียวกับที่ใช้ในสนามบิน จึงสามารถส่องแสงเป็นสีต่างๆ แบบเดียวกับธงสัญญาณด้วยประสิทธิภาพการส่องสว่างที่ยอดเยี่ยม เพื่อให้นักแข่งที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วระดับ 200-300 กม./ชม. ในช่วงเวลากลางคืนมองเห็นได้อย่างชัดเจน

นอกจากธงดิจิทอลแล้ว ระบบไฟส่องสว่างในสนามก็สำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการแข่งตอนกลางคืน และรถสูตร 1 ก็ไม่มีไฟหน้าเสียด้วย

ผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ได้แก่ VALERIO MAIOLI SPA บริษัทที่เคยรับหน้าที่พัฒนาระบบไฟส่องสว่างในสนามแข่งขันชั้นนำของยุโรปมานานกว่าทศวรรษ

รายการนี้มีการติดตั้งโพรเจคเตอร์เพื่อให้แสงสว่างจำนวน 16 แผงบริเวณทางตรงระยะทาง 64 เมตรของ ST. ANDREW’ S ROAD ด้านหน้าของ PADANG ซึ่งเป็นจุดที่รถแข่งแต่ละคันจะวิ่งเข้ามาด้วยความเร็วในระดับ 260 กม./ชม. พร้อมดวงไฟโพรเจคเตอร์อีกเกือบ 1,500 ดวง กระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ของสนาม โดยรับกระแสไฟฟ้าจากตัวปั่นไฟแบบ TWIN-POWER จำนวน 12 ตัว ระดับการส่องสว่างของแสงไฟเฉลี่ย 3000 LUX ซึ่งสว่างกว่าแสงไฟในสนามฟุตบอลเกือบ 4 เท่า มากพอที่จะถ่ายทอดสัญญาณภาพระดับ HIGH DEFINITION ของโทรทัศน์ได้อย่างสบาย

ขอขอบคุณบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ที่ทำให้ผมได้ไปนั่งเชียร์ เจนสัน บัททัน และรูเบนส์ บาร์ริเชลโล สองนักแข่งทีม ฮอนดา ถึงสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่แฟนๆ ฟอร์มูลา วัน ทั่วโลกสมควรต้องอิจฉา

เพราะมันคือ มิดไนท์ ฟอร์มูลา วัน ครั้งแรกของโลก !



------------------------------
เรื่องโดย : สายยศ สุวรรณหงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2551
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/rhJQw

Follow autoinfo.co.th