บทความ

มีอะไรในรถหรูล่าสุด


เดือนนี้ผมขอพักเรื่องเชื้อเพลิงไว้ก่อนครับ เพราะยิ่งเขียนก็ยิ่งหดหู่ทั้งผู้เขียนและผู้อ่าน ในความโลเลเลื่อนลอย ขาดความจริงใจ ใช้วิธีถ่วงเวลาสร้างภาพลวงโลกไปวันๆ ของหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบเรื่องนี้ แต่ถึงเบื่อและไม่ชอบ ก็ต้องพยายามเข้าใจและรู้ทันคนพวกนี้ครับ

เรามาดูเรื่องเบาๆ สบายๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีของอุปกรณ์ในรถหรูรุ่นล่าสุด ทั้งด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบาย ในระดับที่เมื่อสัก 30-40 ปีที่แล้ว ไม่มีใครเชื่อว่าจะเป็นจริงได้เลย ผมคงต้องยกตัวอย่างรถจริง ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าในระดับสุดยอดของโลกเป็นรถเยอรมันเท่านั้น และทั้ง 3 ตราอยู่ในระดับเดียวกันด้วย คือ เมร์เซเดส-เบนซ์ บีเอมดับเบิลยู และ เอาดี ส่วน เลกซัส จากญี่ปุ่นถึงรถที่วางขายอยู่ จะอยู่ในระดับใกล้เคียง แต่ด้านนวัตกรรมยังอยู่ในระดับ “ผู้ตาม” ครับ ไม่เป็นพวกบุกเบิกเหมือนเยอรมัน เลยขอเลือก ซีรีส์ 7 ใหม่ ของ บีเอม ฯ ซึ่งกำลังจะมีขายในเวลาอีกไม่นาน มาเป็นตัวอย่าง

ช่วงล่าง หรือระบบรองรับ ถูกออกแบบใหม่หมด ชิ้นส่วนเกือบทั้งหมดทำจากอลูมิเนียมเพื่อลดน้ำหนักทั้งที่อยู่ในกลุ่มมวลใต้สปริง อย่างปีกนกหรือแขนยึดล้อ และกลุ่มมวลเหนือสปริง ที่แม้จะไม่ต้อง “เต้น” ขึ้นลงตามล้อรถ ไม่มีผลโดยตรงต่อความนุ่มนวลของช่วงล่าง แต่หวังผลในด้านลดน้ำหนักของตัวรถ ซึ่งก็จะมีผลต่อความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง การเกาะถนนทรงตัวอีกต่อหนึ่ง ด้านหน้าเป็นแบบปีกนกสองชั้น อำลาแมคฟอร์สันสตรัท ที่แฟน บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์ 7 กลุ่มที่สนใจเทคนิค เอือมระอากันเต็มทนแล้ว เพราะถึงจะดีพอ แต่ไม่ได้ดีจริงสมกับจะใช้กลับรถหรูระดับโลก

เนื่องจากแมคฟอร์สันสตรัท ทำงานแบบชิ้นเดียวเหมาหมดทุกหน้าที่ ตั้งแต่รับน้ำหนักของตัวรถ ส่งแรงบิดไปเลี้ยงล้อ รักษามุมแคมเบอร์ของล้อ หน้าที่หลังสุดนี้แหละครับ ที่ทำให้กระบอกชอคอับ ฯ ต้องรับแรงดัด และเกิดแรงเสียดทานระหว่างแกนและกระบอกชอคอับ ฯ เป็นตัวบั่นทอนความนุ่มนวล เวลาขับบนถนนผิวเรียบ มีแต่ความขรุขระแบบละเอียด มองไปที่ช่วงล่างใหม่ด้านหน้าของรถนี้แล้ว แทบไม่มีอะไรต่างจากของ เมร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาสส์ ที่ใช้มาหลายรุ่นแล้ว

จะอยากหรือตั้งใจเลียนแบบหรือไม่นั้น คงตัดสินลำบากครับ ถึงจะไม่ต้องการเลียนแบบ ก็ไม่มีทางออก เพราะน่าจะเป็นแบบที่ดีที่สุดแล้ว คือ แบบปีกนกสองชั้น ตัวบนอยู่สูงเหมือนของ เบนซ์ ฯ อยู่ห่างจากแกนล้อหน้า จึงรับแรงปฏิกิริยาน้อยมาก หน้าที่หลักคือ ควบคุมศูนย์ล้อ ให้มีค่าแคมเบอร์และแคสเตอร์เหมาะสมต่อการยุบตัวของล้อในระดับต่างๆ ปีกนกล่างเป็นแบบสองแขนรับแรงต่างๆ ของล้อหน้าเกือบทั้งหมด และทุกแนว กระบอกชอคอับ ฯ และเบ้าสปริง อยู่ร่วมแกนกัน รับแรงแนวดิ่งอย่างเดียว จึงไม่มีแรงเสียดทานมาทำให้เกิดความกระด้าง ช่วงล่างหลังยึดอยู่กับ “ซับเฟรม” อีกทีหนึ่ง ระหว่างซับเฟรมและตัวถัง ใช้ยางรูปแบบต่างๆ กรองความสั่นสะเทือน ให้ไปสู่ตัวถังน้อยที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดเสียงรบกวน

ซับเฟรมทั้งชุดทำจากอลูมิเนียมเพื่อลดน้ำหนัก นอกจากจะยึดช่วงล่างหลัง ซึ่งเป็นแบบมัลทิลิงค์ไว้ทั้งหมดแล้ว ซับเฟรมยังยึดเฟืองท้ายไว้ทั้งลูกด้วย เพราะเฟืองท้ายเป็นต้นกำหนดเสียงรบกวนที่กำจัดยากอย่างหนึ่งเหมือนกัน ความหนืดของชอคอับ ฯ ปรับได้แบบอัตโนมัติ โดยปกติจะถูกเลือกสัดส่วนความหนืด ระหว่างจังหวะยืดและจังหวะหด ไว้เป็นค่าตายตัว แล้วมีลิ้นควบคุมขนาดช่อง ที่ให้น้ำมันในกระบอกชอคอับ ฯ อยู่ช่องเดียว

แต่ใน ซีรีส์ 7 รุ่นใหม่ ใช้ลิ้นปรับความหนืดอัตโนมัติ 2 ตัว แยกกันอย่างอิสระสำหรับจังหวะยืดและจังหวะหด ที่คอนโซลในห้องโดยสาร มีปุ่มเลือกความนุ่มหรือความแข็งของชอคอับ ฯ 4 ระดับ คือ แบบสบาย แบบปกติ แบบสปอร์ท และแบบสปอร์ทพลัส หรือสปอร์ทบวก ซึ่งก็คือแบบแข็งที่สุดนั่นแหละครับ ไม่ใช่แค่ปรับความแข็งของชอคอับ ฯ อย่างเดียว แต่การเลือกความแข็งแต่ละระดับของชอคอับ ฯ มีผลไปถึงการตอบสนองของเครื่องยนต์ต่อคันเร่ง ความเร็วและความนุ่มนวลของการเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติ การผ่อนแรงของพวงมาลัย รวมไปถึงระบบรักษาเสถียรภาพของรถแบบอัตโนมัติ ซึ่ง บีเอม ฯ ตั้งชื่อไว้จนลูกค้าคุ้นเคยแล้วว่า ดีเอสซี

ผมว่าการพ่วงระบบต่างๆ ให้สัมพันธ์กันแบบนี้ นี่แหละครับ ที่เป็นจุดอ่อนของรถระดับนี้มาตลอด
แล้วโรงงานก็ไม่ยอมเรียนรู้เสียที ลูกค้าที่ชอบให้ชอคอับ ฯ ค่อนข้างแข็ง ไม่จำเป็นต้องชอบพวงมาลัยหนักขึ้น หรือเกียร์ที่เปลี่ยนกระด้างขึ้นด้วย

ระบบบังคับเลี้ยวแบบอัตราทดแปรผันอัตโนมัติ โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าช่วย ต้องเพิ่มเงินเป็นพิเศษ ไม่ใช่ของใหม่สำหรับรถตรานี้ เพราะมีให้เลือกสั่งใน ซีรีส์ 5 ปัจจุบัน แต่ของ ซีรีส์ 7 แถมระบบเลี้ยวล้อหลังอัตโนมัติให้ด้วย ซึ่งก็ไม่ใช่ของใหม่ครับ เพราะเป็นที่รู้จักกันมาเมื่อประมาณ 10 กว่าปีก่อน แล้วเงียบหายไป รุ่นนี้ของ บีเอม ฯ ทำงานโดยมอเตอร์ไฟฟ้า ถ้าความเร็วต่ำกว่า 60 กม./ชม. ล้อหลังจะเลี้ยวสวนทางกับล้อหน้า เพื่อให้วงเลี้ยวแคบขณะจอด และช่วยให้เกิดความคล่องตัวในเมือง ชุดบังคับล้อจะปรับให้ล้อเลี้ยวได้ไม่เกิน 3 องศา มากน้อยตามความเร็วและมุมเลี้ยวของล้อหน้า และถ้ารถเร็วเกิน 60 กม./ชม. จะเปลี่ยนทิศทางของล้อหลัง ให้เลี้ยวไปในทิศเดียวกับล้อหน้า ได้ไม่เกิน 3 องศาเหมือนกัน รถสามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวาง หรือเปลี่ยนลู่ที่ความเร็วสูง โดยไม่ต้องเปลี่ยนแนวของตัวถังกลับไปกลับมา ทำให้การทรงตัวดีขึ้นมาก

ลองนึกภาพเรากำลังเลี้ยวรถไปทางขวาเพื่อแซงรถคันหน้า พอเริ่มหมุนพวงมาลัยให้รถเลี้ยวขวา แรงหนีศูนย์ก็จะทำให้รถเอียงซ้าย พอหมุนพวงมาลัยกลับมาในแนวตรงขณะกำลังแซง ตัวถังรถก็จะโยกกลับมาเอียงขวา และถ้าอยู่ในจังหวะเดียวกับที่เรากำลังหมุนพวงมาลัยไปทางซ้ายเพื่อกลับเข้าลู่เดิม รถก็จะเอียงขวามากขึ้นไปอีก พอเข้ามาในลู่เดิม เราก็หมุนพวงมาลัยไปทางขวา ตัวรถก็จะโยกโคลงไปทางซ้าย แล้วพอคืนพวงมาลัยไปแนวตรง ก็จะโคลงกลับมาทางขวาอีก แต่ถ้าให้ล้อหลังเลี้ยวทิศเดียวกับล้อหน้า ตัวรถจะเปลี่ยนแต่แนวที่แล่น แต่เกือบจะไม่เปลี่ยนทิศของตัวรถกลับไปกลับมา รถจะโคลงน้อยลง ให้ความรู้สึกดีกว่ามาก ทั้งกับคนขับและคนนั่ง การเกาะถนนทรงตัวก็ดีกว่า และปลอดภัยกว่า จากงานการการทดสอบรถต้นแบบระยะสุดท้ายก่อนผลิต ระบบเลี้ยวล้อหลังอัตโนมัติทำงานได้ดีจริง ไม่ได้เป็นเพียงทฤษฎี

เครื่องยนต์ทุกรุ่นสำหรับ ซีรีส์ 7 ใหม่ เน้นความจุน้อยแต่กำลังสูง เพื่อประหยัดเชื้อเพลิง โดยใช้เทอร์โบช่วย รุ่น 730 ดี เป็นเครื่องดีเซลใช้เสื้อสูบอลูมิเนียมเพื่อลดน้ำหนักความจุ 3 ลิตร ใช้เทอร์โบตัวเดียวปรับครีบป้อนไอเสียใส่กังหัน ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าควบคุมด้วยอีเลคทรอนิคส์ ลดความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยได้ 10 % เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม

ถัดมาเป็นรุ่น 740 ไอ ความจุ 3 ลิตร เหมือนกัน แต่เป็นเครื่องเบนซิน ใช้เทอร์โบ 2 ตัว เป็นเครื่องระดับเพชรน้ำเอกของ บีเอม ฯ ที่ใช้อยู่กับรุ่น 335 ไอ เพิ่มกำลังจากเดิมอีก 20 แรงม้า เป็น 326 แรงม้า ความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย ลดจากรุ่นเดิมราวๆ 10 % เหมือนกัน

ส่วนรุ่นใหญ่ใช้ชื่อ 750 ไอ ลดความจุเครื่องยนต์จาก 4.8 เหลือ 4.4 ลิตร ใช้เทอร์โบเพิ่มกำลังแทนความจุ ได้มา 407 แรงม้า เพิ่มขึ้น 40 แรงม้า ไม่ทราบเหมือนกันว่ารุ่นเครื่องเบนซินทั้ง 2 รุ่น จะใช้แกสโซฮอลสารพัดสูตรของรัฐบาลเจ้าเล่ห์ได้หรือไม่เมื่อประกอบขายในไทย

ยังไม่มีความแน่นอนว่า จะมีรุ่นเครื่อง 12 สูบ ให้ลูกค้าเลือกหรือไม่ครับ เพราะมีความขัดแย้งกันอยู่ระหว่างเหตุผลสองด้าน คือ ภาพลักษณ์ของรถหรูระดับโลก กับยุคประหยัดเชื้อเพลิงและลดคาร์บอนไดออกไซด์

ระบบนำร่องก็ถูกปรับปรุงให้สะดวกขึ้นหลายอย่าง แผนที่เป็นแบบภาพ 3 มิติ มีข้อมูลรายละเอียดที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในยุโรป ถึงจะไม่มีความพร้อม แต่ผู้จำหน่ายในไทยน่าจะให้โอกาสลูกค้าได้ใช้ระบบนี้กัน จากซอร์ฟแวร์ที่คุณภาพสูงพอบ้างนะครับ

อุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่ผมชอบมากคือกล้องถ่ายภาพกลางคืน ที่ทำงานด้วยรังสีความร้อน ภาพจะปรากฏบนจอกลางแผงหน้าปัด เน้นการเตือนเมื่อมีคนเดินอยู่ริมถนน โดยจะเตือนเมื่อระบบนี้วิเคราะห์รูปร่างและการเคลื่อนไหวว่าเป็นคนจริงๆ ถ้าใช้ในเมืองไทยควรจะตัดระบบวิเคราะห์นี้ทิ้งครับ เพราะอาจเป็นคนขี่จักรยาน หรือจักรยานยนต์ไม่เปิดไฟ วัว ควาย และมากที่สุดคือหมาข้างถนน

อีกระบบที่ดีมาก คือ ระบบเตือนเมื่อมีรถขับอยู่ด้านข้าง และอยู่ในมุมบอด มองไม่เห็นในกระจกเงาด้านข้าง ซึ่งก็คือเมื่อกันชนหน้าของรถคันนั้นอยู่ประมาณกึ่งกลางของรถเรา เรดาร์ของระบบนี้จะรับรู้ แล้วเตือนเราด้วยรูปสามเหลี่ยมเล็กๆ เรืองแสง ที่มุมล่างของกระจกเงาด้านข้าง พวกเราที่ไม่มีระบบนี้ อย่าลืมหันหน้าตรวจสอบก่อนเปลี่ยนลู่ทุกครั้งนะครับ ไม่ต้องหันมากครับ เดี่ยวคอเคล็ด ใช้วิธีชำเลืองตาช่วยด้วย เสร็จแล้วต้องรีบหันกลับมามองด้านหน้าต่อทันที จึงจะไม่เสี่ยงต่อการชนท้ายคันหน้า



------------------------------
เรื่องโดย : เจษฎา ตัณฑเศรษฐี
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2551
คอลัมน์ : รอบรู้เรื่องรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/k4SfJ
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

น้ำแข็งแห้ง ไม่ใช่สารพิษ แต่ใช้ผิดอาจถึงตาย
เคล็ดลับขับเร็ว แต่ตายช้า
เมืองทันสมัยที่ยังป่าเถื่อน (จบ)
สื่อสิ่งพิมพ์ไม่มีวันตาย
มีรถดี...ต้องใช้
ทดลองขับ ก่อนเลือกซื้อรถ
ทดลองขับ ก่อนเลือกซื้อรถ