บทความ

อี 85: วาระแห่งชาติ หรือ วาระแห่งท่าน


เท่าที่จำความได้ คำว่า “วาระแห่งชาติ” เพิ่งจะเริ่มใช้กันเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง แต่ปัจจุบันกลายเป็นคำฮิท แค่จะยกเลิกพาสสปอร์ทของผู้ต้องหาหลบหนีคดี ยังต้องเป็น “วาระแห่งชาติ”

 

จริงๆ แล้ว คำนี้ไม่ควรพ่นออกมาพล่อยๆ ตรงกันข้าม เรื่องที่จะยกระดับขึ้นเป็น “วาระแห่งชาติ” ได้ ต้องผ่านการปรึกษาหารือ จนเห็นพ้องต้องกันของทุกฝ่าย และต้องเป็นวาระที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่คนส่วนใหญ่อย่างแท้จริง

 

ดังนั้น เรื่องของน้ำมัน อี 85 จึงไม่ใช่ “วาระแห่งชาติ” แต่เป็น “วาระส่วนตัว” ของนายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีพลังงาน เพียงสองท่านเท่านั้น

 

ขณะที่ฝ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ หรือผู้ค้าน้ำมัน ต่างมึนงงกับ “วาระแห่งท่าน”

 

เท่าที่ผมทราบ ผู้ผลิตรถยนต์แต่ละเจ้าเขาจะมีแผน นโยบาย และความถนัดในการผลิตเครื่องยนต์ เพื่อใช้พลังงานทดแทนแตกต่างกัน บ้างถนัดแกส ไฮบริด ไฟฟ้า ไปจนถึง ไฮโดรเจน การจะให้ทุกเจ้าลงทุนผลิตเครื่องเบนซิน เพื่อรองรับ อี 85 จึงเป็น “ตลกร้าย” ที่อาจต้องหัวเราะทั้งน้ำตา เช่นเดียวกับบริษัทน้ำมันที่ต้องดันทุรังเปิดปั๊ม อี 85 เพื่อสนองตัณหาท่าน ทั้งๆ ที่ยังไม่มีรถ อี 85 วิ่งบนท้องถนนแม้แต่คันเดียว

 

ยิ่งกว่านั้น หลายกระทรวงยังแสดงท่าทีอึดอัดใจกับ “วาระแห่งท่าน” เริ่มจากคลังต้องพยายามกำหนดพิกัดอัตราภาษีของรถ อี 85 ให้แตกต่างจากรถ อี 20 ที่เพิ่งเคาะออกมาหยกๆ ที่สำคัญคือ มันทำท่าจะกระทบกับพิกัดของ อีโคคาร์ ที่บีโอไอให้การส่งเสริมผู้ผลิตไปแล้ว 6 ราย เจ้ากระทรวงอุตสาหกรรมคนก่อน เลยพยายามจะรวม อี 85 เข้าไปในสเปค อีโคคาร์ ด้วย โชคดีที่ไม่สำเร็จ แต่แค่มีเรื่องยุ่งๆ ผู้ผลิตที่ได้รับการส่งเสริมบางรายก็เตรียมระงับการลงทุนกันแล้ว เกรงออกตัวไปจะได้ไม่คุ้มเสีย

 

กระทรวงเกษตร ฯ ก็ป่วนไม่แพ้กัน เพราะต้องหาทางเพิ่มผลผลิตอ้อย และมันสำปะหลัง ให้เพียงพอสำหรับการผลิตแอลกอฮอล ซึ่งป่านนี้ยังไม่เห็นมีแผนการใดออกมา นอกจากบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง

 

ไม่ห่วงได้อย่างไร ในเมื่อไทยไม่ใช่บราซิล ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำตาลอันดับ 1 ของโลก จึงมีกากน้ำตาลเหลือทิ้งมากมายมหาศาล แล้วเขาก็เอาของเหลือทิ้งนี่แหละไปผลิตแอลกอฮอล ต่างจากบ้านเราที่ต้องใช้อ้อยและมันไปผลิตกันสดๆ จึงยากมากที่จะเพิ่มปริมาณแอลกอฮอลให้เพียงพอแก่ความต้องการ โดยไม่สูญเสียบางสิ่งแลกมา เช่น ปริมาณการผลิตน้ำตาล ซึ่งไทยส่งออกมากเป็นอันดับ 3 (แต่ห่างจากบราซิลมาก) และความอุดมสมบูรณ์ของหน้าดินจากการโดน “ข่มขืน” ด้วยปุ๋ยเคมี เพื่อเร่งผลผลิต

 

น่าแปลกที่ปัจจัยหลายอย่าง รัฐควรห่วงกลับไม่ห่วง แต่ดันไปห่วงคนที่ไม่น่าห่วง เช่น เจ้าของโรงงานผลิตแอลกอฮอล ถึงขนาดต้องสร้าง “ดีมานด์” ขึ้นรองรับ “ซัพพลาย” ที่จะออกมา ทั้งๆ ที่ถ้าแอลกอฮอลมันจะเหลือกินเหลือใช้จริงๆ ก็สามารถส่งออกได้อยู่แล้ว

 

ผมไม่อยากกล่าวหาว่ามีขบวนการ “ทุจริตเชิงนโยบาย” อยู่เบื้องหลัง “วาระแห่งท่าน” แต่อยากมองเป็นเรื่องของความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งยังสามารถกลับตัวกลับใจได้

 

ผมเห็นว่า นโยบายพลังงานของเรา ไม่ควรผูกพันกับพลังงานประเภทใดประเภทหนึ่งมากเกินไป เพื่อป้องกันความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ผสมแอลกอฮอลในน้ำมัน ต้องไม่เกินระดับ อี 20 ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่า อนาคตพลังงานไทยไปขึ้นอยู่กับการผลิตแอลกอฮอลภายในประเทศ ซึ่งยังไม่มีแผนระยะยาวที่ยั่งยืนมารองรับ

 

ฉะนั้น จึงน่าจะชอบครับ ที่ “วาระแห่งชาติ” ด้านพลังงานจะกำหนดให้พึ่งพาและส่งเสริมเชื้อเพลิงหลายประเภทพร้อมๆ กัน เพื่อให้เกิดทางเลือกที่หลากหลาย

 

และหวังว่า อี 85 จะเป็นเพียง “วาระแห่งท่าน” ที่ผ่านมาแล้วผ่านไป เหมือนเรื่องเพ้อฝันอื่นๆ ที่เราได้ฟังทุกเช้าวันอาทิตย์



------------------------------
เรื่องโดย : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2551
คอลัมน์ : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/XlP4P

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
25 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th