บทความ

สาละวันเตี้ยลง


ถึงเริ่มจะมีข่าวดีเข้ามาบ้างในช่วงเดือนกรกฎาคม แต่ก็ยังไม่ส่งผลให้เห็นเป็นรูปธรรมเท่าใดนัก สำหรับการซื้อขายรถยนต์ใหม่แกะกล่อง เรียกว่ายังเป็นโรคเหงาซึมเศร้าต่อเนื่องมาจากเดือนมิถุนายน

 

อย่างไรก็ตาม คาดว่ายาหอมที่รัฐบาลควักจ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ โดยหวังให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้ออะไรต่อมิอะไรได้ง่ายขึ้น น่าจะเริ่มออกฤทธิ์ตั้งแต่เดือนสิงหาคม เป็นต้นไป โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ เช่น การปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ส่งผลให้ราคาเชื้อเพลิงปรับตัวลดลง สอดคล้องกับตลาดโลก ท่ามกลางปัญหาในเรื่องการปรับราคาจำหน่าย แอลพีจี ยังคาราคาซังหาข้อยุติไม่ได้ และมาตรการที่เข้มงวดสำหรับควบคุมความปลอดภัยกับรถยนต์ที่ติดตั้งระบบ แอลพีจี ไม่ให้เป็นที่หวาดวิตกของเพื่อนร่วมทางอื่นๆ ที่หลายต่อหลายคนเรียกกันเสียน่ากลัวว่า คาร์บอมบ์เคลื่อนที่

 

ในเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์ที่ยังมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่าเดือนกรกฎาคม ปีก่อนหน้า ยังคงเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล และรถอเนกประสงค์ หรือ เอมพีวี แต่จำนวนหน่วยการเติบโตที่เพิ่มมากขึ้นของรถยนต์ทั้ง 2 ประเภท ก็ไม่สามารถร่วมกันเป็นแนวต้านในการต่อสู้กับการถดถอยของรถยนต์ประเภทอื่นๆ ที่มีจำหน่ายอยู่ โดยเฉพาะรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ เช่น รถพิคอัพ 1 ตัน ที่เป็นตลาดซึ่งกินส่วนแบ่งของตลาดรถยนต์ทุกประเภทมากที่สุด

 

แม้รถยนต์นั่งส่วนบุคคลในเดือนกรกฎาคม มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 4,091 คัน เอมพีวี เพิ่มขึ้น 51 คันเมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม ปีที่แล้ว แต่รถพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ ตลาดเดียว กลับมียอดจำหน่ายที่ลดลงถึง 8,696 คัน ฉะนั้นเมื่อรวมตลาดอื่นๆ เข้าไปอีก จึงส่งผลให้ยอดจำหน่ายรถยนต์รวมทุกประเภทเดือนกรกฎาคม 2551 ปรับตัวลดลงไปถึง 12.5 % โดยยอดจำหน่ายรวมทุกประเภทอยู่ที่ 44,772 คัน

 

ในท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงในทางที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โตโยตา ก็ยังยืนหยัดเป็นตัวเลือกอันดับ 1ในใจของผู้บริโภค ที่มีความต้องการจะออกรถยนต์ใหม่ป้ายแดงในเดือนกรกฎาคม อย่างเหนียวแน่นถึงแม้เมื่อเทียบกับรถยนต์จากค่ายอื่นๆ แล้ว ปรากฏว่า รถยนต์ โตโยตา มียอดจำหน่ายลดลงมากที่สุคือ ลดลงไปถึง 4,906 คัน จากเดือนกรกฎาคม ปีที่แล้ว เดือนกรกฎาคมนี้ โตโยตา จำหน่ายรถยนต์ทุกโมเดลไปได้ทั้งสิ้น 20,335 คัน แต่ก็ยังมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดอยู่ที่ 45.4 %

 

อีซูซุ เป็นอีกบแรนด์หนึ่งที่มียอดจำหน่ายสูงสุดเป็นอันดับที่ 2 และมียอดจำหน่ายลดลงมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ด้วยเช่นกัน เดือนนี้ อีซูซุ แตกต่างจากเดือนกรกฎาคม ปี 2550 ถึง 2,256 คันทำยอดจำหน่ายเดือนกรกฎาคม 2551 ได้ 8,735 คัน แตกต่างจากปีที่แล้วถึง 20.5 % แต่ก็ยังได้ส่วนแบ่งตลาดไป 19.5 %

 

สำหรับอันดับที่ 3 ยังคงเป็น ฮอนดา ที่ทั้ง แจซซ์ ใหม่ และ แอคคอร์ด ยังเป็นตัวทำตลาดด้วยความสดใหม่ได้เป็นอย่างดี ทำให้มียอดจำหน่ายรวมสูงกว่าเดือนกรกฎาคม ปีที่แล้ว ที่เปลี่ยนแปลงมากขึ้น24.4 % โดยจำหน่ายไปได้ทั้งสิ้น 6,724 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 15.0 %

 

ขณะที่ นิสสัน ที่ยิงสปอทโมษณาทั้งทางโทรทัศน์ และสื่อสิ่งพิมพ์ให้เห็นกันถี่ยิบ กลับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 4 อีกครั้งหนึ่ง ด้วยยอดจำหน่ายรวม 2,151 คัน ถึงจะสู้ยอดจำหน่ายในเดือนนี้ของปีที่แล้วไม่ได้แต่ก็ยังพอถูไถอยู่ ได้ส่วนแบ่งตลาดไป 4.8 %

 

เช่นเดียวกับ เชฟโรเลต์ ที่ถือว่าเป็นเจ้าแรก ที่ดันรถยนต์นั่ง และกระบะติดตั้งแกสจากโรงงาน ก็จำหน่ายขายดีมากยิ่งขึ้น กลับเข้ามาอยู่ใน 5 อันดับรถยนต์ขายดีประจำเดือนอีกครั้ง เชฟโรเลต์ อยู่ในอันดับที่ 5ด้วยยอดจำหน่าย 1,704 คัน สูงขึ้นกว่าช่วงเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว 6.2 % คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 3.8 %

 

สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ปโรตอน สายเลือดมาเลเซีย ที่ใช้เทคโนโลยีของสปอร์ทคาร์ โลทัสประเทศอังกฤษ เริ่มออกฤทธิ์มากขึ้น สามารถสอดแทรกแหวกขาเก่าเจ้าประจำเข้ามาอยู่ในชาร์ท5 รถยนต์นั่งขายดิบขายดี ประจำเดือนกรกฎาคม ได้อย่างสวยงาม ถึงแม้ว่าจะติดเข้ามาในอันดับที่ 5ก็ตามที ซึ่งรถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั้ง 5 บแรนด์ ล้วนแล้วแต่ทำยอดจำหน่ายได้เป็นกอบเป็นกำมีตัวเลขเป็นบวกเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันนี้ของปี 2550 ทั้งสิ้น

 

ยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ทุกบแรนด์ทุกโมเดล มียอดจำหน่ายรวมกันที่ 18,677 คัน เติบโตสูงขึ้น 28.0 % โดยใน 5 อันดับแรกหัวขบวนถือธงนำหน้ามา เป็นรถยนต์นั่งจากค่าย โตโยตา มียอดจำหน่ายรวมทุกโมเดล 9,087 คัน เติบโตสูงขึ้น 16.0 % คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 48.7 % ตามด้วยรถยนต์นั่งจากค่าย ฮอนดา ที่มียอดจำหน่ายทุกโมเดล 6,189 คัน จำหน่ายได้มากขึ้น 31.4 % ส่วนแบ่งตลาด 33.1 %

 

ขณะที่เก๋งติดแกส และไม่ติดแกสของ เชฟโรเลต์ ก็ยังยืนหยัดอยู่ในอันดับที่ 3 คงเดิม ด้วยยอดจำหน่าย1,204 คัน ทำให้มีผลการปรับตัวสูงมากขึ้นถึง 136.1 % มีส่วนแบ่งตลาด 6.4 % ส่วนรถยนต์นั่งของนิสสัน ก็มียอดจำหน่ายรวมกันทุกโมเดล 617 คัน เติบโตสูงขึ้น 10.0 % ได้ส่วนแบ่งตลาดไป 3.3 %

 

อันดับ 5 เป็นของหน้าใหม่ ปโรตอน ที่นำรถยนต์นั่งออกมาสู่ตลาดรถยนต์ในเมืองไทย 3 โมเดลด้วยกันมียอดจำหน่ายรวมกัน 378 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 2.0 % ซึ่งคาดว่าในเดือนสิงหาคม ปโรตอน ก็น่าจะยังอยู่ในตำแหน่งนี้เหมือนเดิม เพราะดูจากบแรนด์อื่นๆ ที่เคยผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาอยู่ใน 5 อันดับรถยนต์นั่งขายดี ในแต่ละเดือนอย่าง มาซดา ถึงจะมีการขยายแคมเปญพิเศษออกไป แต่ก็ยังทำยอดจำหน่ายไม่ถึงหลัก 300 คัน แม้ในช่วงที่แคมเปญกำลังฮอท

 

ส่วน มิตซูบิชิ มีการออกเวอร์ชันใหม่ของ แลนเซอร์ เป็นการปรับแต่งจากโมเดลเดิมที่อยู่ในตลาดมาช้านาน ก็ไม่อาจสร้างความหวือหวาอะไรได้มากมายนัก น่าจะแตะอยู่ในระดับ 200 กว่าคันเช่นเดิม ส่วนรถหรูอย่าง เมร์เซเดส-เบนซ์ ช่วงหลังนี่เริ่มแผ่วไปบ้าง ทำให้ยังน่าจะเป็นเวลาของ ปโรตอน อยู่

 

ส่วนรถพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ ยังคงซบเซาอยู่ต่อไป โดยเฉพาะพวกเครื่องยนต์ดีเซล ถึงแม้ผู้บริโภคเริ่มมีความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น จากข่าวสารข้อมูลที่ออกมา ทั้งจากสื่อมวลชนระดับกูรู และตัวผู้ผลิตเอง ที่ย้ำหนักแน่นว่าเครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เป็นเครื่องยนต์ที่มีเทคโนโลยีสูงสุด ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากที่สุด ทนทานมากที่สุดอยู่แล้ว แต่ก็คงต้องใช้เวลาให้ผู้บริโภคหายตกอกตกใจกับราคาน้ำมันดีเซลที่เคยเกินลิตรละ 45 บาท อีกสักระยะหนึ่ง โดยยอดจำหน่ายของกระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ รวมกันอยู่ที่ 19,203 คัน สำหรับในเดือนกรกฎาคมนี้ ลดลง 31.2 % เมื่อเทียบกับเดือนกรกฏาคม ปีที่แล้ว

 

ในปัจจุบันมีรถพิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 2 ล้อ ออกจำหน่ายทั้งสิ้น 9 บแรนด์ โดยบแรนด์ที่ 8 มาจากประเทศอินเดีย ทาทา เป็นหนึ่งเดียวที่ยอดจำหน่ายไม่มีผลเป็นลบเนื่องจากเพิ่งมาออกตัวในกลางปีที่ผ่านมา ปีที่แล้วยังไม่มียอดจำหน่าย ส่วนอีก 8 บแรนด์ที่เป็นหน้าเก่าในตลาด มียอดจำหน่ายที่ปรับตัวลดลงทั้งนั้น

 

โตโยตา มียอดจำหน่ายเดือนกรกฎาคม อยู่ที่ 8,210 คัน ติดลบไปถึง 5,119 คัน หรือคิดเป็น 38.4 %อีซูซุ จำหน่ายได้ 7,940 คัน ลดลง 1,467 คัน นิสสัน 1,303 คัน ติดลบ 440 คัน มิตซูบิชิ 546 คันติดลบ 671 คัน มาซดา 411 คัน ลดลง 201 คัน ฟอร์ด 406 คัน ลดลง 436 คัน และ เชฟโรเลต์ 362 คันลดลง 387 คัน เรียกว่าเป็นยอดจำหน่ายที่ลดลงอย่างพร้อมเพรียง เป็นระเบียบดีมาก ไม่มีใครแตกแถว

 

เช่นเดียวกับ พิคอัพ 1 ตัน ขับเคลื่อน 4 ล้อ มียอดจำหน่ายรวมกัน 7 บแรนด์ที่ 1,377 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคม ปีก่อน 38.6 % ไม่มีบแรนด์ใดแตกแถว มียอดจำหน่ายเป็นลบเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

 

โตโยตา เบอร์ 1 ของตลาด มียอดจำหน่ายลดลง 24.9 % จำหน่ายไปได้ 1,021 คัน มีส่วนแบ่งตลาด74.1 % ตามด้วย อีซูซุ ลดลง 52.6 % จำหน่ายได้ 203 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 14.7 % อันดับ 3เป็นของ นิสสัน ที่ยอดจำหน่ายลดลง 47.7 % มียอดจำหน่ายในเดือนนี้ 91 คัน ส่วนแบ่งตลาด 6.6 %มิตซูบิชิ อยู่ในอันดับที่ 4 ลดลง 74.5 % มียอดจำหน่าย 25 คัน ส่วนแบ่ง 1.8 % อันดับที่ 5 ฟอร์ดยอดหายไป 75.9 % จำหน่ายได้เพียง 19 คัน ส่วนแบ่งตลาด 1.4 % มาซดา หายไปน้อยหน่อย 9.1 %ยอดจำหน่าย 10 คัน คิดเป็น 0.7 % ของตลาด และ เชฟโรเลต์ ลดลง 91.2 % ยอดจำหน่าย 8 คันส่วนแบ่งตลาด 0.6 %

 

9.2 เป็นตัวเลขเปอร์เซนต์ที่ปรับตัวสูงขึ้นของตลาดรถเอมพีวี เป็นที่น่ายินดีปรีดาของผู้ค้าขายรถยนต์ประเภทนี้ หลังจากปีที่แล้วซบเซามาทั้งปี เดือนกรกฎาคม มียอดจำหน่ายรวม 603 คัน แบ่งเป็นของโตโยตา มากที่สุด 440 คัน กินส่วนแบ่งตลาดมากถึง 73.0 % ตามมาด้วย มิตซูบิชิ 89 คัน ส่วนแบ่งตลาด 14.8 % ซูซูกิ 49 คัน ส่วนแบ่งตลาด 8.1 % เกีย 12 คัน ส่วนแบ่งการตลาด 2.0 % ซังยง 11 คันส่วนแบ่งตลาด 1.8 % และ ซีตรอง กับ เมร์เซเดส-เบนซ์ บแรนด์ละ 1 คัน ส่วนแบ่งตลาด 0.2 %

 

สำหรับรถเอสยูวี มียอดจำหน่ายรวมกันที่ 1,477 คัน ปรับตัวลดลง 43.9 % เป็นอีกตลาดหนึ่งที่เกือบทุกบแรนด์ทำยอดจำหน่ายได้น้อยลงกว่าเดือนกรกฎาคม ปีที่แล้ว

 

โตโยตา มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 632 คัน ส่วนแบ่งตลาด 42.8 % ลดลง 42.0 % ฮอนดา 535 คัน ส่วนแบ่งตลาด 36.2 % ลดลง 23.1 % เชฟโรเลต์ 130 คัน ส่วนแบ่งตลาด 8.8 % ปรับตัวลดลง 48.8 % ฟอร์ด 63 คัน ส่วนแบ่งตลาด 4.3 % ลดลง 42.2 % และ อีซูซุ จำหน่ายได้ 51 คัน ส่วนแบ่งตลาด 3.5 % ลดลง 86.2 %

 

เดือนหน้าต่อเนื่องไปจนถึงเดือนกันยายน ภาพโดยรวมของตลาดรถยนต์ในบ้านเรา คงจะกลับมากระชุ่มกระชวยขึ้นได้บ้างไม่มากก็น้อย เพราะ 2 ยักษ์ใหญ่ โตโยตา และ ฮอนดา ขยับตัวกันอีกแล้วต้องรอดูว่าจะสร้างความคึกคักให้กับตลาดรถพิคอัพ 1 ตัน เอสยูวี และรถยนต์นั่ง ได้มากน้อยเพียงไร



------------------------------
เรื่องโดย : ขุนสัญจร
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2551
คอลัมน์ : วิถีตลาดรถยนต์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/FW7BS

บทความที่เกี่ยวข้อง

มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
อัพเดทล่าสุด
22 Aug 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
609,000
2.
469,000
3.
469,000
5.
1,239,000
6.
1,399,000
7.
640,000
8.
3,090,000
9.
2,160,000
10.
2,120,000
11.
2,269,000
12.
2,980,000
13.
2,318,000
14.
6,899,000
15.
4,299,000
16.
3,629,000
17.
3,429,000
18.
2,229,000
19.
12,399,000
20.
8,399,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th