บทความ

ฮัมเมอร์ เอช 3 ที (2009)


ฮัมเมอร์ เอช 3 (HUMMER H3) เปิดตัวไม่ค่อยสวยนัก ด้วยขุมพลัง 5 สูบ ที่ไม่สามารถให้พลังขับเคลื่อนได้เพียงพอ ทั้งยังขาดระบบดิฟฟ์ลอค ซึ่งมีบทบาทสำคัญสำหรับการลุยในเส้นทางทุรกันดาร

 

จากนั้นไม่นาน จึงได้พัฒนาต่อ จนมี เอช 3 อัลฟา (H3 ALPHA) ที่ใช้เครื่องยนต์ วี 8 สูบ 5.3 ลิตร พร้อมระบบดิฟฟ์ลอค แต่ก็ยังต้องการยางใหญ่ขึ้น และระบบลอคเฟืองขับหน้า เพื่อความสมบูรณ์แบบ และยังไม่มีเครื่องยนต์ดีเซลให้เลือก

 

ฮัมเมอร์ เอช 1 และ เอช 2 มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ตามความต้องการ ทั้ง ฮาล์ฟ-แคบ (HALF-CAB) ครูว์-แคบ (CREW-CAB) และอีกหลายแบบ ก่อนที่จะมี เอช 3 ในรูปแบบเอสยูวีปัจจุบันนี้

 

ฮัมเมอร์ เอช 3 ที รถลุยพันธุ์แท้ ผลิตออกมา 5 คัน และส่งให้ทำการทดสอบ 4 คัน แต่ยังคงพรางตาด้วยผ้าใบคลุมรถ นั่นคือ ภายนอกที่เห็น ก่อนจะพบกับบททดสอบสุดโหด

 

เอช 3 ที ขยายความยาวออกไปอีก 584 มม. มีฐานล้อยาวขึ้นเป็น 3,409 มม. สามารถตอบสนองการขับขี่ แตกต่างจาก เอช 3 อย่างชัดเจน และยังให้การทรงตัวที่มั่นคง ในระหว่างใช้ความเร็ว และสมรรถนะที่ดี ในการปีนป่ายเนินสูงชัน

 

เครื่องยนต์ 5.3 ลิตร มีพละกำลังสูงถึง 309 แรงม้า ที่ 5,200 รตน. และแรงบิด 44.2 กก.-ม. ที่ 4,000 รตน. ให้พลังในการฉุดลากอย่างพอเพียง ในขณะที่เครื่องยนต์ 5 สูบแถวเรียง ต้องใช้รอบเครื่องสูง และต้องเลือกเกียร์ต่ำ เพื่อให้มีแรงบิดมากพอ ที่จะข้ามผ่านเนินต่างๆ ไปได้

 

การเดินทางในป่า ด้วยฐานล้อที่ยาวถึง 3,409 มม. อาจสร้างปัญหาเรื่องวงเลี้ยว แต่ทีมวิศวกรของ ฮัมเมอร์ ได้แก้ไขอัตราทดเฟืองระบบบังคับทิศทาง ให้มีอัตราทดที่สูงขึ้น จนสามารถทำวงเลี้ยวได้ใกล้เคียงกับ เอช 3 เดิม

 

จากการเพิ่มความยาวฐานล้อ ทำให้มุม แรมพ์โอเวอร์ (RAMPOVER) แคบลง โดยทางโรงงานได้ติดตั้งสกิดพเลท ชนิดทนทานพิเศษ จึงไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดความเสียหายกับชิ้นส่วนใต้ท้องรถ การปีนขึ้นที่สูงชัน ให้ความมั่นใจได้ด้วยชุดลอคเฟืองขับหน้า/หลัง พร้อมชุดเกียร์ทรานสเฟอร์ มีอัตราทด 2.64 และเฟืองขับอัตราทด 4.1 ช่วยให้ เอช 3 ที สามารถผ่านอุปสรรคไปได้อย่างสะดวกสบาย โดยไม่ต้องรอลุ้น

 

ในการทดสอบพบว่า ประตู และกรอบประตู มีโอกาสถูกกระแทกกับอุปสรรคบ่อยครั้ง ทางโรงงานน่าจะติดตั้งการ์ดกันกระแทก หรือเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับชิ้นส่วนมากขึ้น เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

 

ต่อไปในอนาคต จะมีการนำน้ำมันชีวภาพมาใช้ ด้วยทีมพัฒนาในบราซิล ที่ทำให้ เอช 22 สามารถใช้น้ำมันชีวภาพได้ในปี 2552 และ เอช 3 ในปี 2553

 

ฮัมเมอร์ เอช 3 ที ยังคงเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ ไม่ว่าระบบด้านความบันเทิง แอร์แบก หรือแม้แต่ระบบดูแลเด็กผ่านดาวเทียม และภายใต้ฝากระโปรง คือ ขุมพลังของสัตว์ร้ายที่เปี่ยมพละกำลังในการปีนป่ายข้ามสิ่งกีดขวาง ถึงแม้บรรทุกสัมภาระเต็มกระบะด้านท้าย นับว่า เอช 3 ที คือ ความเพียบพร้อมที่มีให้อย่างครบถ้วนภายในรถคันเดียว

 

สำหรับรถพวงมาลัยขวา ถ้าอยากมี เอช 3 ที อยู่ในโรงรถ คงต้องรอก่อน เพราะขณะนี้ยังไม่มีแนวคิดสำหรับระบบพวงมาลัยขวา แต่สำหรับ เอช 3 อัลฟา เครื่องยนต์ วี 8 สูบ แล้วจะมีรุ่นพวงมาลัยขวาออกมาอย่างรวดเร็วปลายปีนี้ และอาจได้เห็นบนท้องถนนในปี 2552

 

พร้อมกันกับเครื่องยนต์ดีเซล พวงมาลัยขวา ในปี 2552 และจะเพิ่มเครื่องยนต์น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ อี 85 ในเวลาต่อมา



------------------------------
เรื่องโดย : อกนิษฐ์ ทัพภะสุต
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กันยายน ปี 2551
คอลัมน์ : ผลทดสอบต่างแดน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/nAlrO
อัพเดทล่าสุด
10 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
524,000
2.
599,000
3.
3,599,000
5.
2,090,000
6.
2,229,000
7.
779,000
8.
3,590,000
10.
1,316,000
11.
1,749,000
12.
1,699,000
14.
3,299,000
15.
5,399,000
16.
6,799,000
17.
3,249,000
18.
4,980,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th