บทความ

ทวีชัย กติกาวงศ์ขจร


ยาชิโยดา ดำเนินธุรกิจผลิตล้อแมกในประเทศไทยมากว่า 25 ปี จนชื่อเสียงคุ้นหูผู้บริโภคชาวไทยเป็นอย่างดี แต่ ทวีชัย กติกาวงศ์ขจร ผู้อำนวยการและผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริหาร บริษัท โคเซ่ ยาชิโยดา วีล จำกัด ก็ยังประกาศกับเราว่าจะเดินหน้ารุกตลาด สร้างบแรนด์ ยาชิโยดา ทั้งในและต่างประเทศต่อไป

 

4 WHEELS : บริษัท ฯ ก่อตั้งขึ้นในปีใด ?

ทวีชัย : โคเซ่ ยาชิโยดา วีล ฯ อยู่ในเครือของ บริษัท จันทร์เกษมอินเตอร์เนทชั่นแนล จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี 2526 มีโรงงานผลิตอยู่ที่ เขตนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จ. ปทุมธานี โดยเป็นโรงงานผลิตล้อแมกแห่งแรกของประเทศไทย เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท จันทร์เกษมอินเตอร์เนทชั่นแนล จำกัด และ KOSEI ALUMINUM CO., LTD. ประเทศญี่ปุ่น ดำเนินการผลิตล้อแมกอลูมินัม สำหรับรถเก๋งและพิคอัพ ที่ผ่านมามีการถ่ายโอนเทคโนโลยี รวมถึงการส่งบุคลากรไปเรียนรู้งานด้านการผลิตและการออกแบบ ที่ประเทศญี่ปุ่น

 

4 WHEELS : จุดเด่นของล้อแมก ยาชิโยดา คืออะไร ?

ทวีชัย : ล้อแมก ยาชิโยดา แบ่งเป็น รุ่น แมกซิมา (MAXIMA) สำหรับรถเก๋ง รุ่น เอกซ์ตรีม (XTREME) และครูเซอร์ (CRUISER) สำหรับรถพิคอัพ โดยบริษัท ฯ ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์มาก โดยเน้นเรื่องคุณภาพ มาตรฐาน ซึ่งผ่านการทดสอบจากสถาบัน TUV ประเทศเยอรมนี รวมทั้งได้รับมาตรฐาน JWL (JAPAN LIGHT ALLOY WHEEL)/JWL-T (JAPAN LIGHT ALLOY WHEEL TRUCK & BUS) จากประเทศญี่ปุ่น ความคงทนแข็งแรงของล้อ ดีไซจ์นที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย สวยงาม โดยพยายามเปลี่ยนลายล้อแมกใหม่ๆ อย่างน้อยเดือนละ 1 ลาย ส่งผลให้บแรนด์มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของลูกค้าตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน

 

4 WHEELS : วางแผนการตลาดในปัจจุบันอย่างไร ?

ทวีชัย : ที่ผ่านมา บริษัท ฯ เน้นทำตลาดในช่องทาง OEM เป็นหลัก ดังนั้นผู้บริโภคทั่วไปจึงไม่คุ้นเคยกับชื่อ ยาชิโยดา มากนัก ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัท ฯ เริ่มเน้นการทำตลาดในช่องทาง REM มากขึ้น จากนี้ไปจะมีการจัดกิจกรรมร่วมกับร้านค้าและผู้บริโภค รวมทั้งมีการทำโฆษณามากขึ้น เพื่อสร้างบแรนด์ ยาชิโยดา ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคให้มากกว่านี้ โดยเน้นเรื่องคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าเป็นตัวนำในการทำตลาด นอกจากนี้ จะขยายตลาดต่างประเทศให้มากขึ้น โดยร่วมออกบูธกับกรมส่งเสริมการส่งออก ล่าสุดบริษัท ฯ ได้จัดทำเวบไซท์เพื่อประชาสัมพันธ์บริษัท และผลิตภัณฑ์ คือ www.yachiyoda.com

ด้านช่องทางจัดจำหน่าย แบ่งเป็น OEM 70 % ปัจจุบันผลิตส่งให้กับค่ายรถยนต์ คือ โตโยตา ฟอร์ดและยางบริดจ์สโตน ช่องทาง REM 30 % มีจำหน่ายที่ศูนย์บริการคอคพิท และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายยางรถยนต์ทั่วประเทศ ประมาณ 200 แห่ง นอกจากนี้ยังส่งออกไปจำหน่ายในกว่า 10 ประเทศทั่วโลกอาทิ ประเทศแถบเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรป มีสัดส่วนการส่งออก 70 % และจำหน่ายในประเทศ 30 %

 

4 WHEELS : โรงงานมีกำลังการผลิตล้อแมกเท่าไร ?

ทวีชัย : เดือนนี้ (กย. 2551) โรงงานได้เพิ่มกำลังการผลิตเป็น 50,000 วง/เดือน จากเดิม 40,000 วง/เดือน เนื่องจากที่ผ่านมากำลังการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค นอกจากนี้ได้นำเข้าเครื่องจักรตัวใหม่สำหรับผลิตล้อแมกขนาด 24″ สำหรับรถขนาดใหญ่ เช่น โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์, โตโยตา แลนด์ ครูเซอร์ จากเดิมผลิตล้อแมกตั้งแต่ขนาด 15″-18″ ใช้งบลงทุนกว่า 50 ล้านบาท

 

4 WHEELS : วางเป้าหมายการเติบโตในปีนี้อย่างไร ?

ทวีชัย : แม้ว่าปัจจุบันมีปัจจัยลบทางด้านเศรษฐกิจมากมาย แต่บริษัท ฯ มั่นใจว่าจะมีอัตราการเติบโตประมาณ 15-20 % โดยที่ผ่านมา บริษัท ฯ เติบโต 10-20 % ต่อเนื่องทุกปี เนื่องจากลูกค้าให้การยอมรับในคุณภาพของสินค้า โดยปีที่ผ่านมา บริษัท ฯ มีรายได้ประมาณ 700 ล้านบาท

ทั้งนี้ การแข่งขันในปัจจุบันค่อนข้างรุนแรง มีล้อแมกยี่ห้อใหม่ๆ เกิดขึ้นมาก โดยเฉพาะการแข่งขันกับต่างประเทศ อาทิ จีน ซึ่งสินค้ามีราคาถูกกว่า อย่างไรก็ตาม บริษัท ฯ ใช้จุดแข็งด้านคุณภาพในการทำตลาด ขณะเดียวกันก็พยายามลดต้นทุนในการผลิตลง อาทิ ใช้แกสเอนจีวีเป็นเชื้อเพลิงในการหลอมอลูมินัม แทนการใช้แกสแอลพีจี โดยไม่ลดคุณภาพของสินค้า นอกจากนี้มองว่า ผู้ประกอบการผลิตล้อแมกในประเทศไทย ควรมีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อให้อุตสาหกรรมผลิตล้อแมกของไทย สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

นอกจากนี้ ที่ผ่านมา บริษัท ฯ เจอปัญหาสินค้าลอกเลียนแบบบ่อยมาก ส่วนใหญ่มักลอกเลียนแบบลายล้อแมก ซึ่งวิธีสังเกตล้อแมก ยาชิโยดา ของแท้ คือ สังเกตปั๊มนูนตรา YACHIYODA ที่ด้านในของล้อแมก และควรเลือกซื้อจากร้านค้าตัวแทนจำหน่ายของบริษัท ฯ เท่านั้น



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ/นาทลดา ทองมาก
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กันยายน ปี 2551
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/mJxUg
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th