บทความ

รีโมท-กันขโมย


รถหาย…เป็นเรื่องที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเรา และคนรอบข้างแน่ๆ เพราะรถเดี๋ยวนี้ราคาถูกๆ มีที่ไหน อย่างรถเล็กรุ่นใหม่ๆ อย่างน้อยราคาเกินครึ่งล้านบาทกันหมดแล้ว การติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันขโมย จึงเป็นเรื่องที่เจ้าของรถให้ความสำคัญอันดับต้นๆ อุปกรณ์ยอดนิยมที่ต้องติดตั้ง คือ รีโมท พร้อมระบบกันขโมย

 

เอ้า !…ใครที่ซื้อรถใหม่ป้ายแดง ต้องเชคกันให้ดีนะครับ ว่ารีโมทที่ให้มานั้น มาพร้อมกับระบบกันขโมยหรือแค่มีหน้าที่ลอค และปลดลอคประตูเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ในการป้องกัน หรือถ่วงเวลาขโมยเลย

 

ในรถรุ่นใหม่ๆ ราคาเกินกว่าล้านบาทขึ้นไป มักจะมีระบบลอค และปลดลอค พร้อมระบบกันขโมยที่ทันสมัย ติดตั้งมาให้ด้วย อย่างเช่น ระบบสมาร์ท เอนทรี (SMART ENTRY) ที่คุณไม่ต้องกดปุ่มลอคหรือปลดลอคที่ตัวรีโมท เพียงแค่มีกุญแจ หรือตัวรีโมทอยู่ในระยะที่กำหนด ก็สามารถดึงที่มือเปิดประตูได้ทันที

 

บางยี่ห้ออาจออกแบบให้ตอนเปิดประตูสามารถเปิดได้เลย แต่ตอนจะลอคต้องกดปุ่มเล็กๆ ที่มือจับประตูแต่บางยี่ห้อก็ออกแบบให้ลอคได้เลย เพียงเอามือไปแตะที่มือจับ ซึ่งแต่ละรุ่นก็จะแตกต่างกันออกไปจำเป็นจะต้องศึกษาเรื่องการใช้งานของแต่ละยี่ห้อให้ถี่ถ้วน ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นความสับสนซึ่งอาจก่อปัญหาในการใช้งานได้ภายหลัง

 

บางครั้งอุปกรณ์ที่มาจากโรงงาน ก็ก่อให้เกิดปัญหาได้ แต่ปัญหาส่วนใหญ่มักไม่ได้มาจากความบกพร่องของระบบ แต่มาจากความบกพร่องด้านอื่นๆ มากกว่า ทั้งที่เป็นเรื่องเล็กๆ ที่ทำให้เสียเวลาได้เป็นวันๆแถมต้องมานั่งสมเพชตัวเองอีก

 

ระบบกันขโมย และระบบลอค และเปิดลอคประตูด้วยรีโมทนั้น หลายคนมักเข้าใจผิดคิดว่าเป็นระบบเดียวกันมานานแล้ว เป็นผลมาจากการโฆษณา ที่ทำให้หลายๆ ท่านเข้าใจผิดคิดว่า เมื่อมีรีโมทต้องมีระบบกันขโมยมาด้วย ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า “รีโมท” กับ “ระบบกันขโมย” นั้นทำงานแยกหน้าที่กันนะครับ

 

ไอ้เจ้า “รีโมท” ตัวนี้ มีหน้าที่ลอค และปลดลอคประตู โดยทำงานร่วมกับระบบเซนทรัลลอค(หรือภาษาไทยแท้เรียกว่า “ลั่นดานรวม” นั่นแหละ) เป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อให้เจ้าของรถได้รับความสะดวกสบายในการใช้งานมากขึ้น ไม่ต้องไขกุญแจให้เสียเวลา จะเปิด/ปิดก็กดปุ่มเท่านั้นมันจึงกลายเป็นอุปกรณ์ที่เจ้าของรถส่วนใหญ่ต้องการ ซึ่งรถรุ่นกลางๆ ถึงรุ่นทอพ มักให้มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ส่วนรุ่นล่างๆ นั้นเจ้าของรถจะต้องไปหามาติดตั้งเอง ไม่อย่างนั้นก็มักจะได้รับเป็นของแถมจากโชว์รูมที่ซื้อ

 

เมื่อรู้ว่าหน้าที่ของ “รีโมท” มีไว้ทำอะไร ก็ต้องเรียนรู้อีกว่ารีโมทที่ได้มาพร้อมกับรถตอนออกจากห้างนั้นมันเป็นรีโมทโรงงาน หรือรีโมทที่ทางโชว์รูมติดตั้งให้เองทีหลัง ตรงนี้สำคัญมาก ถ้าเป็นรีโมทโรงงานจะมีระบุอยู่ในแคทาลอก และคู่มือการใช้งาน เวลามีปัญหาก็สามารถเคลมได้ แต่รีโมทแถม แม้จะออกมาพร้อมตัวรถ บางครั้งก็มีการสกรีนโลโกของยี่ห้อรถมาด้วย แต่เวลามีปัญหา ทางศูนย์บริการจะไม่สามารถเคลมให้ได้ เพราะเป็นของที่ติดตั้งให้ภายหลัง กรณีนี้ต้องเคลมจากตัวแทนจำหน่ายรีโมทซึ่งมักจะหาผู้รับผิดชอบไม่ได้ เนื่องจากส่วนใหญ่ร้านติดตั้งจะซื้อเหมาๆ มา ติดแล้วติดเลย ถ้ามีปัญหาส่วนใหญ่เจ้าของรถต้องไปเสียเงินถอดออก และติดตั้งใหม่เองซะงั้น

 

หน้าที่ของระบบ “กันขโมย” ชื่อมันบอกอยู่แล้วว่ากันขโมย แต่ในทีนี้ต้องดูรายละเอียดปลีกย่อยอีกว่าระบบที่ติดตั้งมาให้นั้นมันมีหลักการทำงาน และมีคุณสมบัติอย่างไร ?

 

สำหรับระบบกันขโมยที่ติดตั้งมาจากโรงงานในรถรุ่นใหม่ๆ นั้นมักจะมาพร้อมกับระบบอิมโมบิไลเซอร์(IMMOBILIZER) ด้วย ซึ่งเดี๋ยวจะพูดถึงอีกที ระบบกันขโมยที่ติดตั้งมาจากโรงงานนั้น ไม่ค่อยมีอะไรยุ่งยากซับซ้อน เพราะออกแบบมาสำหรับรถรุ่นนั้นโดยเฉพาะ สิ่งที่ต่างไปจากระบบกันขโมยตามร้านติดตั้งทั่วไป ก็คือ เรื่องของไซเรน หรือเสียงเตือนหวอๆ หรือปี๊บๆ แบบแสบแก้วหูที่เราคุ้นกัน จะไม่ค่อยมีให้ได้ยิน ส่วนใหญ่จะใช้พ่วงกับเสียงแตร และสัญญาณไฟกะพริบ หรือไฟหน้า เมื่อต้องการเตือนว่ามีผู้บุกรุก ถ้าเป็นรถรุ่นต่ำกว่า 5 ปีลงไป จะมีออพชันเกี่ยวกับระบบกันขโมยให้เลือก แบบนี้จะมีไซเรนติดตั้งมาด้วย ก็ต้องศึกษาให้ดีว่าเป็นของโรงงานหรือไม่

 

การทำงานของระบบกันขโมยนี้ แยกได้เป็น 2 ลักษณะด้วยกัน แบบแรกจะเป็นแบบมีไซเรน และมีเสียงเตือนเวลาถูกบุกรุก เป็นระบบที่เราคุ้นเคยกันมานาน ระบบจะมีเซนเซอร์จับความเคลื่อนไหวรวมถึงเซนเซอร์ที่ฝากระโปรงหน้า เมื่อประตู หรือฝากระโปรงถูกเปิด หรือรถมีการเคลื่อนไหวถูกกระแทกก็จะมีสัญญาณเตือน เมื่อการรุกล้ำนั้นเข้ามาถึงภายในรถ และมีการต่อตรง ระบบก็จะตัดสตาร์ททันทีเว้นแต่ว่าจะมีการใช้รีโมทกดปิดการทำงานก่อน จึงจะสามารถสตาร์ทได้ตามปกติ

 

ระบบกันขโมยที่มีอิมโมบิไลเซอร์ จะต่างออกไป จุดประสงค์ในการออกแบบ คือ ต้องการไม่ให้ผู้บุกรุกสามารถสตาร์ท และขับเคลื่อนรถไปได้ เป็นระบบที่ออกแบบมาโดยคำนึงการใช้งานจริง เพราะเสียงเตือนต่างๆ ก็ไม่สามารถช่วยยับยั้งการบุกรุก และหยิบฉวยของภายในรถได้ บริษัทผู้ผลิตส่วนใหญ่ไม่คำนึงถึงเรื่องทรัพย์สินภายในรถ แต่คำนึงถึงการป้องกันไม่ให้ขับเคลื่อนรถไปได้ ระบบนี้ออกแบบมาให้สามารถสตาร์ทรถได้เฉพาะกุญแจที่มีรหัสตรงกัน กุญแจจะถูกฝังชิพไว้ ซึ่งระบุรหัสแสดงตัวตนของกุญแจ ถ้ารหัสไม่ตรงกัน ก็ไม่สามารถจะสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ การแยกประเภทที่ร่ายยาวมานี้ต้องการให้ท่านผู้อ่านทราบถึงความแตกต่างของแต่ละระบบ

 

สำคัญที่ว่า “ของโรงงาน” กับ “ของแถม” นั้นมันต่างกันอย่างไร เพราะมีผลถึงเรื่องการบำรุงรักษาที่จะพูดถึงต่อไปครับ

 

กรณีศึกษา “กันขโมยโรงงาน”

ปัญหาของระบบกันขโมยจากโรงงาน คือ เรื่องของ “แบทเตอรี” ที่มักหมดก่อนเวลาอันควร เป็นเพราะรถบางรุ่นนั้นอาจจะค้างสตอคนาน หรือไม่ก็ตัวรีโมทใช้ไฟเยอะ โดยเฉพาะรีโมทแบบสมาร์ท เอนทรีทั้งหลาย ไม่ก็โชคร้ายไปเจอแบทเตอรีเสื่อม เร็วๆ นี้เจอมากับตัวเองกับรถที่มีระบบกุญแจแบบนี้

หลักการทำงานของมัน คือ ประตูด้านคนขับจะมีเซนเซอร์คอยจับสัญญาณจากกุญแจ หรือตัวรีโมทเมื่ออยู่ในระยะที่กำหนดไว้ จะสามารถลอค หรือเปิดลอคประตูได้ การสตาร์ทเครื่องยนต์ก็เช่นกันกุญแจต้องอยู่ในรัศมีที่กำหนด ถึงจะสตาร์ทรถได้

ระบบนี้ออกแบบมาโดยคำนึงถึงปัญหาในการใช้งานอื่นๆ ไว้แล้ว เช่น การลืมตัวกุญแจ หรือรีโมทไว้ในรถ ก็จะไม่สามารถลอคจากข้างนอกได้ หรือกรณีที่เราลอคแล้ว แต่มือเผลอไปโดนปุ่มเปิดอีกแต่ไม่มีการเปิดประตูเข้ารถแบบนี้ภายใน 30-45 วินาที ระบบจะทำการลอคประตูเองทันที รวมถึงกรณีที่ลืมกุญแจ หรือรีโมทไว้ท้ายรถ ก็จะไม่สามารถลอครถได้ หรือเมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ แล้วเผลอนำกุญแจติดตัวออกไปจากรถด้วย จะมีเสียงสัญญาณเตือนให้ทราบ ทว่าการออกแบบที่คำนึงถึงปัญหาในการใช้งานต่างๆ นี้ก็สามารถกลับมาเป็นตัวสร้างปัญหาได้เมื่อ “แบทเตอรีหมด”

กรณีที่เจอมา มีข้อความเตือนว่า “แบทเตอรีรีโมทต่ำ” ให้ติดต่อศูนย์บริการ เราเองก็ไม่เอะใจ เพราะทราบดีว่ายังไงก็สตาร์ท หรือเปิดประตูได้อยู่แล้ว จนกระทั่งจอดรถดับเครื่อง เมื่อลงจากรถเรียบร้อยและปิดประตู ลืมไปว่ากระเป๋าตังค์ที่มีกุญแจแบบคีย์คาร์ดอยู่ในรถ พอนึกได้ จะเอื้อมมือไปเปิดประตูเท่านั้นแหละรถลอคต่อหน้าต่อตา เล่นเอามึนทำอะไรไม่ถูก เพราะทราบดีว่าเมื่อกุญแจอยู่ในรถ ระบบจะไม่ลอคแน่นอน ต้องใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะเปิดรถได้ ต้องเปลี่ยนช่างกุญแจไป 2 คน กับเวลาอีก7-8 ชม. ในการพยายามสะเดาะกุญแจ (เนื่องจากหากุญแจสำรองไม่เจอ)

ด้านฝ่ายเทคนิคเอง ก็วิเคราะห์ว่าน่าจะเป็นเพราะแบทเตอรีกุญแจหมด ระบบจึงไม่สามารถตรวจเชคได้ว่ากุญแจอยู่ที่ไหน เพราะขณะนั้นผู้ขับขี่ได้ดับเครื่องยนต์ และปิดประตูไปแล้ว ระบบจึงลอคประตูโดยอัตโนมัติ เพราะคิดว่าผู้ขับขี่ลืมลอครถ เนื่องจากเวลามันเกินที่กำหนดเอาไว้ และไม่มีการลอคประตูจากภายนอก รวมถึงไม่สามารถจับสัญญาณกุญแจรถได้ ทำให้เห็นว่า แม้ระบบจะออกแบบมาดีและรอบคอบเพียงใดมันก็ยังมีโอกาสเกิดความผิดพลาดได้เช่นกัน

 

กรณีศึกษา “กันขโมยแถม”

ที่เคยเจอมากับตัว คือ แบทเตอรีกุญแจรีโมทหมด ไม่สามารถกดเปิดประตูได้ เมื่อไขกุญแจเปิดประตูตามปกติ สามารถเข้าไปในรถได้ แต่ไม่สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ เพราะระบบทำการตัดสตาร์ทเนื่องจากตอนลอครถ หมายถึง เปิดให้ระบบกันขโมยทำงาน แต่ตอนจะขึ้นรถรีโมทกดไม่ติด เราเลยไม่สามารถปิดระบบได้ เมื่อเปิดประตูตอนระบบทำงานอยู่ก็จะตัดสตาร์ทโดยอัตโนมัติ

ถ้าเราศึกษาคู่มือ หรือจดเบอร์ศูนย์บริการไว้ เราก็พอจะแก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวเอง ระบบที่ติดตั้งเองนี้จะมีสวิทช์รีเซทซ่อนเอาไว้ เมื่อกดสวิทช์ตัวนี้ ก็หมายถึง การปิดระบบการทำงานของกันขโมยซึ่งจะสามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ตามปกติ ถ้าคู่มือไม่ได้ระบุเอาไว้ ต้องถามช่างที่ติดตั้งให้ว่าซ่อนเอาไว้ตรงไหน เมื่อเกิดปัญหาขึ้นจะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัวทีหลัง

บางยี่ห้อก็ระบุไว้เลย เช่น ให้เปิดไฟกะพริบพร้อมเหยียบเบรคจะเป็นการรีเซท หรือเปิดไฟเลี้ยวแล้วปลดเบรคมือจะเป็นการรีเซท สิ่งนี้เป็นเรื่องจำเป็นที่เจ้าของต้องเรียนรู้ จะได้ช่วยเหลือตัวเองยามคับขันได้

 

ดูแลอย่างไรให้ไม่ต้องปวดหัว

1. ศึกษาคู่มือให้ละเอียด

ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ติดรถมาจากโรงงาน หรือของแถมที่ศูนย์บริการติดมาให้ ในคู่มือจะมีการระบุการใช้งาน การดูแลรักษา และการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นด้วยตนเองเอาไว้แล้ว เจ้าอุปกรณ์อีเลคทรอนิคส์พวกนี้มีโอกาสเกิดความผิดพลาดได้

2. เปลี่ยนแบทเตอรีทุกปี

อย่างที่บอกไปว่าบางครั้งโชคร้ายไปเจอแบทเตอรีเสื่อม หรือเจอรีโมทที่กินไฟมากแบทเตอรีก็จะหมดเร็วเพื่อเป็นการตัดปัญหา ควรเปลี่ยนแบทเตอรีเป็นประจำทุกปี ไม่ต้องรอให้แบทเตอรีหมด

ราคาแบทเตอรีไม่แพงหรอกครับ อย่างเก่งก็ร้อยกว่าบาท ส่วนท่านที่มีรีโมท 2 ตัว ควรนำมาสลับกันใช้ทุกๆ เดือน เมื่อครบปีก็เปลี่ยนมันทั้ง 2 ตัวเลย

3. อย่าใช้ฟังค์ชันที่มีมากเกินไป

ระบบกันขโมยที่มีขายทั่วไป มักจะมีฟังค์ชันที่ดูแล้วเท่ ซ่อนไว้มากมาย เช่น เมื่อเปิดประตู ไฟฉุกเฉินจะกะพริบทันที เมื่อติดเครื่องแล้วปลดเบรคมือ ติดเครื่องแล้วเหยียบเบรค หรือติดเครื่องแล้วปิดประตูเกิน 30-60 วินาที ประตูจะลอคเอง เป็นต้น

ฟังค์ชันต่างๆ ที่ว่า ไม่ควรใช้ บอกช่างที่ติดตั้งไปเลยว่าไม่เอา เขาจะได้ไม่ต้องเซทมาให้ หลายครั้งที่เจอเจ้าของรถมานั่งบ่น เพราะจอดรถกดเงินแป๊บเดียวรถลอคแล้ว ! จอดเติมน้ำมัน ลงมายืดเส้นยืดสายหน่อย รถลอคต่อหน้าต่อตา

ฟังค์ชันที่มีปัญหามากที่สุด คือ เรื่องของการลอคประตูอัตโนมัติ เช่น เมื่อปิดประตูสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วปลดเบรคมือ เซนทรัลลอคจะทำงาน บางครั้งเจ้าของรถเปิดประตูค้างไว้แล้วติดเครื่องปลดเบรคมือแต่ยังไม่ได้ปิดประตู พอลงรถแล้วปิดประตูขณะที่เครื่องกำลังติดอยู่มันก็เลยลอค อย่าลืมว่าระบบเหล่านี้ไม่ได้ออกแบบมาจากผู้ผลิตโดยตรง หลายครั้งที่ของคุณภาพไม่ค่อยดีนัก มันก็รวนเองดื้อๆบางคนอยากกลับบ้านจัด ถึงกับยอมทุบกระจก เพราะเป็นเวลากลางคืนที่ไม่สามารถเรียกหาช่างหรือขอความช่วยเหลือจากตัวแทนจำหน่ายได้

อุปกรณ์เหล่านี้มีอายุการใช้งาน ถ้าเป็นของโรงงาน หรือเป็นออพชันของผู้ผลิตโดยตรง ไม่ค่อยน่าห่วงเท่าไร แต่อุปกรณ์ที่ติดเอง หรือที่โชว์รูมแถมให้ราคา 2,000-3,000 บาท พวกนี้น่าเป็นห่วง เนื่องจากวัสดุคุณภาพไม่ค่อยดีนัก อุปกรณ์พวกเซนเซอร์บางตัว หรือไซเรนที่อยู่ในห้องเครื่องมักก่อปัญหา

หลายครั้งเจ้าของรถเอาไปล้างห้องเครื่อง แต่ไม่รอให้ห้องเครื่องเย็นก่อน เมื่อโดนน้ำเข้าไปก็เสื่อมสภาพหรือเสียหาย และก่อปัญหาสตาร์ทไม่ติดตามมา บางทีช่างพาลไปคิดว่าเป็นเพราะคอยล์จุดระเบิดเสื่อมแต่แท้ที่จริงเป็นเพราะเซนเซอร์ของกันขโมยต่างหาก ดังนั้นถ้าคุณได้กันขโมยยี่ห้อโนเนมแถมมาก็ควรใช้สักปีสองปี จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นยี่ห้อดีๆ ที่มีความน่าเชื่อถือดีกว่า เพราะต้นทุนของที่แถมมานั้นรวมค่าติดตั้งแล้วราคาราวๆ 1,200-1,800 บาท เท่านั้น ระยะยาวอาจก่อปัญหาให้ปวดเศียรเวียรเกล้า

ฉะนั้นเจ้าของรถต้องศึกษาให้ดี เพื่อการใช้งานในระยะยาว การออกอาการเสื่อมมักไม่มีอาการบ่งบอกล่วงหน้ามากนัก ถ้าเป็นห่วงเรื่องการกันขโมย ควรเลือกของที่มีคุณภาพ และควรเพิ่มเติมอุปกรณ์ลอคเกียร์ ลอคเบรค หรืออื่นๆ เพิ่มเติม เนื่องจากไม่มีระบบใดกันขโมยได้ 100 % เพียงแต่จะถ่วงเวลากันขโมยได้นานขนาดไหนเท่านั้นเอง



------------------------------
เรื่องโดย : พหล ฯ 30
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กันยายน ปี 2551
คอลัมน์ : DIY…คุณทำเองได้
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/ryBap
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

ยางอะไหล่ เปลี่ยนเป็นไปไหนก็อุ่นใจ