บทความ

ฮิโรยาซุ โอกูระ ประธานบริษัท สยามเอ็นจีเคสปาร์คปลั๊ก จำกัด


“ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์พิเศษ ฮิโรยาซุ โอกูระ ประธานบริษัท สยามเอ็นจีเคสปาร์คปลั๊ก จำกัด ผู้ผลิตหัวเทียน เอนจีเค ถึงแนวนโยบายการบริหารงาน เพื่อรักษาอันดับหนึ่งในตลาดหัวเทียนเมืองไทย หลังเข้ารับตำแหน่ง พร้อมการประเมินเป้าหมายปลายปี

 

ฟอร์มูลา : วางนโยบายการบริหารงานหลังเข้ารับตำแหน่งไว้อย่างไร ?

โอกูระ : วางระบบการทำงานไว้ 3 ด้าน คือ BASIC COMMUNICATION เชื่อว่าองค์กร และผลิตภัณฑ์มีความเข้มแข็งอยู่แล้ว สิ่งที่จะเสริมความเข้มแข็งขององค์กรได้มากขึ้น คือ การสื่อสาร ต้องมีการสื่อสารที่ดีทั้งภายใน และภายนอกองค์กร สอง ต้องลงมือทำจริง อาทิ เจ้าหน้าที่ฝ่ายวางแผนผลิตภัณฑ์ ก็ต้องลงไปดูการทำงานในไลน์การผลิตจริง สุดท้าย คือ คุณภาพ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ และคุณภาพในการทำงานของพนักงานทุกคน

นอกจากนี้ ได้จัดระบบการบริหารงานของบริษัท เอ็นจีเค (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการสื่อสารด้านวิศวกรรม การขาย และการตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ดูแลผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับยานยนต์ เช่น หัวเผา หัวเทียน และ คัททิง ทูลส์ เช่น เครื่องมือตัด เซรามิค รวมทั้งทำหน้าที่ประสานงานระหว่าง เอนจีเค ในภูมิภาคนี้ทั้งหมด อาทิ ประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม เนื่องจากที่ผ่านมา การสื่อสารระหว่างกันยังไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร ทำให้เสียโอกาสทางการตลาด

 

ฟอร์มูลา : มีแนวทางปฏิบัติเพื่อให้การบริหารงานเป็นไปตามนโยบายอย่างไร ?

โอกูระ : ด้านการสื่อสาร ทุกคนในบริษัท ฯ ต้องเรียนภาษา อังกฤษ และ ญี่ปุ่น ที่ผ่านมา ได้จ้างครูมาสอนที่บริษัท ฯ มีพนักงานเรียนจบหลักสูตรไปแล้ว 3-4 รุ่น นอกจากนี้ ยังจัดให้มีการประชุมแผนก ประชุมหน่วยงาน บ่อยขึ้น โดยจะเข้าร่วมประชุมด้วยทุกครั้ง รวมทั้งวางนโยบายการทำงานผ่านผู้จัดการแผนกต่างๆ เพื่อให้ผู้จัดการแต่ละแผนกควบคุมการทำงานของทีมตนเอง แล้วรายงานผลโดยตรง

 

ฟอร์มูลา : มองตลาดในประเทศไทยอย่างไร ?

โอกูระ : ตลาดหัวเทียนในประเทศไทยยังคงชะลอตัวเหมือนปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ปีที่แล้วบริษัท ฯ มีอัตราการเติบโตประมาณ 9 % และคาดว่าปีนี้จะโตประมาณ 10 % ด้านตลาดรวมคาดว่าจะหดตัวลงเรื่อยๆ เนื่องจากปัจจุบันคุณภาพของน้ำมันดีขึ้น ไม่มีสารตะกั่ว จึงช่วยยืดอายุการใช้งานของหัวเทียน ประกอบกับตลาดรถจักรยานยนต์ 2 จังหวะ การเติบโต ลดลง ในขณะที่รถจักรยานยนต์ 4 จังหวะ ซึ่งมีอายุการใช้งานนานกว่า เติบโตเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งเทคโนโยลีหัวเทียนได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพสูงขึ้น มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น

 

ฟอร์มูลา : การแข่งขันในตลาดเป็นอย่างไร ?

โอกูระ : ตลาดเมืองไทยต่างจากตลาดทั่วโลก ซึ่ง เอนจีเค มียอดจำหน่ายเป็นอันดับ 1 มีผู้จำหน่ายรายใหญ่ประมาณ 3 ราย ส่วนเมืองไทยคู่แข่งขันที่สำคัญของบริษัท ฯ ค่อนข้างมีอิทธิพลในตลาด นอกจากนี้ยังมีหัวเทียนด้อยคุณภาพ และหัวเทียนปลอมเข้ามาแข่งขัน แต่หลังจากที่บริษัท ฯ ได้ร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญหา ให้สำนักกฎหมายปราบปรามหัวเทียนปลอม และให้ความรู้เรื่องการเลือกใช้หัวเทียนที่ถูกต้องแก่ผู้บริโภค ทำให้ปัญหาหัวเทียนปลอม ลดน้อยลง อย่างไรก็ตาม เอนจีเค ยังมียอดขายเป็นอันดับ 1 ในตลาดเมืองไทย มีส่วนแบ่งในตลาด OEM 70 % และมีส่วนแบ่งในตลาด อาฟเตอร์ มาร์เกท ประมาณ 40 % จากจำนวนหัวเทียนทั้งตลาดที่มีมากกว่า 10 ล้านหัว

 

ฟอร์มูลา : จุดแข็งของ เอนจีเค คือ อะไร ?

โอกูระ : คุณภาพ เทคโนโลยี และความหลากหลายของสินค้า ที่มีให้เลือกสำหรับรถทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ทั้งรถจักรยานยนต์ และรถยนต์ เอนจีเค ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทรถยนต์ในการเลือกใช้เป็น OEM ถึง 70 % สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของ เอนจีเค ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้รถแข่งในรายการ ฟอร์มูลา 1 ยังเลือกใช้หัวเทียน เอนจีเค ซึ่งชนะการแข่งขันมาแล้ว 200 ครั้ง และบริษัท ฯ ต้องพัฒนาต่อไปอย่างต่อเนื่อง

 

ฟอร์มูลา : ทำการตลาดผ่านช่องทางใด ?

โอกูระ : ปัจจุบันบริษัท ฯ ทำการตลาดกับกลุ่มลูกค้าโดยตรง มีดีเลอร์รายใหญ่กว่า 30 ราย ซึ่งเป็นผู้กระจายสินค้าไปสู่ร้านค้าขนาดเล็ก ทำให้บริษัท ฯ สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้า รับรู้ความต้องการของลูกค้า ได้มากขึ้น โดยปีนี้มีแผนเปิดตัวหัวเทียนสำหรับรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิง แอลพีจี และ ซีเอนจี (เอนจีวี) ด้านตลาดส่งออก มีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง โรงงานในประเทศไทย เป็นโรงงานผลิตหลักในภูมิภาคเอเชีย ส่งออกทั้งผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป และชิ้นส่วน

 

ฟอร์มูลา : จะมีการลงทุนเพิ่มขึ้นหรือไม่ ?

โอกูระ : บริษัท ฯ วางแผนลงทุนเพิ่มอีกประมาณ 200 ล้านบาท จากนี้ภายใน 3 ปี นอกจาก เอนจีเค (ไทยแลนด์) จะลงทุนเพิ่มอีกประมาณ 1,000 ล้านบาท ในอีก 3 ปี เพื่อตั้งโรงงานแห่งใหม่ สำหรับผลิตชิ้นส่วนเพื่อสิ่งแวดล้อม เช่น ออกซิเจน เซนเซอร์ สำหรับรถจักรยานยนต์

ปัจจุบันโรงงานมีกำลังการผลิตประมาณ 18 ล้านหัว/ปี ปีหน้าจะเพิ่มเป็น 24 ล้านหัว/ปี ด้านยอดจำหน่าย คาดว่าปีนี้จะทำยอดจำหน่ายภายในประเทศได้ 10 ล้านหัว ตลาดส่งออก 4 ล้านหัว และตั้งเป้ายอดจำหน่ายปีหน้า ไว้ที่ 11 ล้านหัว สำหรับการจำหน่ายภายในประเทศ ต่างประเทศ 6 ล้านหัว



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ/นาทลดา ทองมาก
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2551
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/RKXvG
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th