บทความ

ผมสัญญา อีก 2 ปี”


“คำมั่นสัญญา” คำนี้มีความหมายใหญ่หลวง ถ้า “กบ” ได้ยิน “คำมั่นสัญญา” จากปาก “บรูค” ถึงใครจะว่าอย่างไร กบก็ยังคงเชื่อมั่นไม่หวั่นไหว

 

ก็คงจะมี “คำมั่นสัญญา” ของนักการเมืองเท่านั้นแหละ ที่ยึดถือไม่ได้ และต้องอย่าไปยึดถือเอามาเป็นอารมณ์ ถ้าไม่อยากพบกับความผิดหวัง

 

ถึงวันนี้แฟนๆ “ฟอร์มูลา” คงคุ้นชินกับชื่อ การ์โลส โกสน์ (CALOS GHOSN) ซีอีโอ เรอโนลต์-นิสสัน กันบ้างแล้ว ว่าเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ และสามารถพลิกฟื้น นิสสัน ขึ้นมาได้ โกสน์ สามารถผลักดันหลายสิ่งหลายอย่างให้เกิดขึ้นในองค์กรที่เขาเป็นผู้นำ และเช่นเดียวกับผู้นำในองค์กรยุคใหม่ เขาเอาใจใส่กับปัญหาสิ่งแวดล้อม

 

ในขณะที่ผู้นำอันดับ 1 สัญชาติญี่ปุ่นอย่าง โตโยตา นำหน้าลิ่วไปด้วยการสร้างรถยนต์ ไฮบริด ปรีอุส ที่ใช้พลังขับเคลื่อนร่วมระหว่างเชื้อเพลิง และไฟฟ้า

 

นิสสัน ภายใต้การนำของ โกสน์ ซึ่งมาทีหลัง ได้ให้ “คำมั่นสัญญา” ว่า นิสสัน นี่แหละจะก้าวนำวงการไปอีกขั้น ด้วยการค้นคว้าวิจัย และผลิตรถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าล้วน ไม่ใช่ ไฮบริด ลูกผสมอย่าง ปรีอุส ของ โตโยตา

 

ไม่กี่เดือนมานี่เอง เรอโนลต์-นิสสัน ได้จับมือกับทีมนักวิทยาศาสตร์จาก ซิลิคอน แวลลีย์ (SILICON VALLEY) ที่ทำโครงการที่เรียกว่า โพรเจคท์ เบทเตอร์ พเลศ (PROJECT BETTER PLACE) เพื่อค้นคว้าวิจัยเรื่องยานยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าล้วน โกสน์ ได้เปิดเผยเรื่องนี้ในงานแถลงข่าวที่ โปร์ตุเกส เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานี่เอง

 

เป็นที่เข้าใจว่าการค้นคว้าทดลองเรื่องยานยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าทั้งหมดนั้น มีใครต่อใครได้ทำกันมานานแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการผลิตออกมาเพื่อขายกันในจำนวนมาก แมสส์ มาร์เกท (MASS MARKET) โกสน์ เน้นว่าบัดนี้เวลาของการนำรถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าขับเคลื่อนได้ออกสู่ตลาด ได้มาถึงแล้ว

 

อรรถประโยชน์ของรถยนต์พลังไฟฟ้า ก็คือ ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยความเป็นรถที่ “ไร้ซึ่งไอเสีย”

 

ไม่นานเกินรอ ปี 2552 นิสสัน จะวางตลาดรถที่ใช้แบทเตอรีล้วน โดยไม่ต้องมีถังน้ำมันในตลาดสหรัฐอเมริกา และในปี 2554 เรอโนลต์-นิสสัน พร้อมด้วยพันธมิตร ก็จะนำรถออกสู่ตลาดขนาดใหญ่ในประเทศอื่นๆ และประเด็นที่น่าสนใจ ก็คือ ราคารถที่ว่านี้จะต่ำกว่ารถโมเดลเดียวกันที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง

 

การ์โลส โกสน์ อวดว่ารถยนต์ใช้แบทเตอรี เป็นผลงานจากการทำงานในระยะเวลา 2 ปีเท่านั้น เขาบอกว่ามันจะตอบสนองประเด็นที่สำคัญของโลกหลายประเด็นด้วยกัน นั่นก็คือ การที่ราคาน้ำมันไต่สูงขึ้นไม่หยุด (ระหว่างที่เขียนนี้ ราคาน้ำมันสูง 124 ดอลลาร์/บาร์เรล) และการที่มลพิษในอากาศเป็นปัญหาของโลก โดยเฉพาะมลพิษจากประเทศที่กำลังเติบโต

 

เมื่อ โกสน์ ไปงานมหกรรมยานยนต์ปักกิ่ง ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา เขาตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อโลกพัฒนาไป รถยนต์ได้กลายเป็นสิ่งที่คนต้องการเป็นเจ้าของ และการจะให้รถยนต์ใช้เครื่องยนต์ที่วิ่งด้วยน้ำมันแบบเก่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอีกต่อไป

 

ขณะนี้ โกสน์ เห็นว่าโลกพร้อมแล้ว และรายละเอียดทางด้านเทคนิคต่างๆ ก็สามารถตอบสนองได้แล้ว นอกจากประสิทธิภาพของแบทเตอรี ที่ยังไม่สามารถตอบสนองได้เต็มที่

 

ผู้เขียนเคยคุยกับช่างเทคนิคของ โตโยตา เกี่ยวกับรถยนต์ ไฮบริด ปรีอุส เกี่ยวกับการเข้ามาในตลาดเมืองไทยว่าพร้อมหรือยัง ได้รับคำอธิบายว่าสำหรับการวิ่งทางไกลยังมีปัญหาอยู่ เนื่องจากประสิทธิภาพของแบทเตอรี ที่วิ่งได้ระยะทางสั้น โดยบ้านเราไม่มีสถานที่บริการชาร์จ เหมือนในสหรัฐอเมริกา หรือยุโรป ที่เขาสามารถหยุดระหว่างทางเพื่อชาร์จแบทเตอรี ได้บ่อยกว่า

 

ขณะนี้ นิสสัน ก็เลยจับมือกับ NEC ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมญี่ปุ่น ลงทุนด้วยเงินมหาศาลในการค้นคิดแบทเตอรี ที่มีประสิทธิภาพกว่าเดิม ที่เก็บไฟได้มากขึ้น และใช้เวลาในการชาร์จไฟน้อยลง

 

ที่สหรัฐอเมริกา รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้มีการออกกฎหมายเกี่ยวกับการซื้อขายรถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าในช่วงต้นปี 1990 ในขณะนั้นรถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าสามารถแล่นได้เป็นระยะทาง 80 กม. และต้องใช้เวลาชาร์จนานมาก ดังนั้นคนที่สนใจจึงเป็นกลุ่มคนที่ “หัวใจสีเขียว” สุดๆ เท่านั้น

 

ต่อมาได้มีการค้นคิด ลิเธียม-ไอออน แบทเตอรี สามารถยืดระยะทางได้เป็น 320กม. และมีระบบชาร์จที่สามารถเติมกระแสไฟได้ 70 % ในเวลาที่ไม่มากกว่าการเติมน้ำมันลงถังมากนัก

 

ถัดจากเรื่องเทคโนโลยี เห็นจะเป็นเรื่อง โมเดลทางธุรกิจ ด้านบริการหลังการขายของ โกสน์ ซึ่งน่าสนใจมากในความรู้สึกของผู้เขียน โกสน์ บอกว่ามันจะเหมือนกับคุณซื้อบริการโทรศัพท์มือถือ

 

เอ มันเหมือนกันยังไง ? เขาบอกว่าหลังจากที่ซื้อรถขับเคลื่อนไฟฟ้าแล้ว คุณก็จะกลายเป็นสมาชิกเครือข่ายร้านเติมไฟแบทเตอรี ค่ะ และคุณก็จะมีแผนเติมไฟฟ้าตามระยะทางที่คุณกะว่าจะขับ เช่น คุณขับจากบ้านที่จัตุจักรมาทำงานที่สาทร คุณก็จะเป็นสมาชิกเครือข่ายร้านเติมแบท ฯ ที่อยู่ระหว่างทางจากจัตุจักรมาสาทรเป็นต้น สำหรับในสหรัฐอเมริกา โครงการของ ซิลิคอน แวลลีย์ ได้วางแผนตั้งจุดบริการถึง 500,000 จุดทั่วประเทศ

 

ฟังแค่นี้ก็รู้แล้วว่าบริการหลังการขายสำหรับรถยนต์พลังไฟฟ้าเป็นอะไรที่พร้อม !

 

แผนการตลาดของ โกสน์ หลังจากที่ผลิตออกมาแล้ว ก็คือ จะขายให้กับผู้ซื้อที่เป็นฟลีท ซึ่งสามารถตั้งจุดบริการชาร์จแบทเตอรี ของตัวเองได้ หัวหน้าฝ่ายวางแผนผลิตภัณฑ์ของ นิสสัน บอกว่านี่ไม่ใช่แค่การขายรถใหม่ 200 คัน ให้แก่ผู้บริโภคที่ไหน แต่เป็นธุรกิจครบวงจร

 

รถคันนี้จะเข้าขายในโชว์รูมภายในปี 2555 และราคานั้น คือ 25,000 เหรียญสหรัฐ ฯ หรือประมาณ 875,000 บาท

 

แม้จะชูรถพลังไฟฟ้า แต่นิสสันก็ไม่ลืมที่จะมีแผนกันเหนียว ด้วยการพัฒนารถ ไฮบริด แบบที่เรียกว่า PARALLEL HYBRID แบบเดียวกับ ปรีอุส ของ โตโยตา กับแบบ ถอดเสียบเลือกใช้พลังงานได้แบบ SERIES HYBRID แบบรถ เชฟโรเลต์ โวลท์ ของ จีเอม

 

แต่ถ้าจะถาม โกสน์ ว่า สิ่งที่เขาทุ่มสุดตัวสุดใจ คืออะไร คำตอบก็ต้องเป็นรถพลังไฟฟ้าล้วนอย่างไม่ต้องสงสัย

 

“เราต้องรักษาโลกไว้ ก่อนที่มันจะระเบิด !” เขาทิ้งท้าย



------------------------------
เรื่องโดย : เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2551
คอลัมน์ : โลกติดล้อ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/pNwlw

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
27 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th