บทความ

เยือนใจกลางอาณาจักรขอม มหานครแห่งปราสาทหิน


บนเบาะหลังหนานุ่มของ มาซดา 3 จากกรุงเทพ ฯ จนถึงจังหวัดเสียมเรียบ ราชอาณาจักรกัมพูชา ผมเดินทางร่วมขบวนกับคาราวาน “เปิดประตูสู่อินโดจีน” ตามคำเชิญของ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยเพื่อนนักข่าวสายรถยนต์ และท่องเที่ยวหลายสิบชีวิต จากนี้ไปเราจะได้เที่ยวชมโตนเล สาบ และความวิจิตรของ 4 มหาปราสาทหินในเสียมเรียบ ได้แก่ บันทายสรี ตาพรหม นครวัต-นครธม และบายน ที่ที่อยู่รายล้อมรอบเมืองพระนคร อดีตศูนย์กลางอาณาจักรขอมโบราณ ที่ยังคงความยิ่งใหญ่อย่างไม่เสื่อมคลาย

 

แสงอาทิตย์สุดท้ายของวัน กำลังจะลับหายไปที่ปลายเส้นน้ำของโตนเล สาบ (TONLE SAB) ทะเลสาบน้ำจืดที่เกิดจากแม่น้ำโขง ที่ขึ้นชื่อว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด ของ กัมพูชา ได้แก่ กัมปง ธม (KAMPONG THOM) กัมปงชะนัง (KAMPONG CHHNANG) โพธิสัต (POUTHISAT) พระตะบอง (BATDAMBANG) และเสียมเรียบ (SIEM REAB) สถานที่นี้เป็นแหล่งประมงน้ำจืดที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยปลาน้ำจืดกว่า 300 สายพันธุ์

 

ชาวบ้านที่นี่นอกจากทำประมงแล้ว ยังยึดอาชีพเสริม ด้วยการขายของให้แก่นักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางมาชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า บนเรือนแพกลางน้ำ และของขายที่ฮิทที่สุด เห็นจะเป็นกล้วยไข่ ราคาหวีละ 20 บาท ไม่ถูกไม่แพง

 

ออกจากโรงแรมยามเช้า มุ่งหน้าสู่นานามหาปราสาท ระหว่างทางแวะร้านขายของ มีทั้งผลิตภัณฑ์จากต้นตาล ผ้าไหม และเสื้อยืด สำหรับเป็นของฝาก โดยเฉพาะน้ำตาลที่มีความหวานหอมเป็นอย่างมาก ทั้งที่กรรมวิธีในการผลิตไม่แตกต่างจากบ้านเรานัก

 

บันทายสรี เป็นปราสาทขนาดเล็ก ทำจากหินทรายสีชมพู สร้างขึ้นโดย ยัชญวราหะ พราหมณ์นักปราชญ์ ในปี พุทธศักราช 1510 โคปุระ คือ กรอบประตูสูงราว 2 เมตรครึ่ง ทางเข้าปูลาดด้วยหินทราย ตลอดแนวยาว 40 เมตร ภาพประติมากรรม แกะสลัก ลวดลาย คมชัด ฝีมือแกะสลักได้อ่อนช้อย งดงาม ดูมีชีวิตชีวา ศิลปะแบบบันทายสรี ในปีพุทธศักราช 1510-1550

 

ปราสาทตาพรหม จัดเป็นวัดในพระพุทธศาสนา และเป็นวิหารหลวง สร้างขึ้นในปี 1729 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพื่ออุทิศให้แด่พระราชมารดา ตั้งใจสร้างเคียงคู่กับปราสาทพระขรรค์ พระองค์ทรงสร้างถวายอุทิศให้แด่พระราชบิดา จุดเด่นของปราสาทแห่งนี้ คือ มีรากของต้นสะปง หรือต้นสำโรง ชอนไชไปยังส่วนต่างๆ ของปราสาท รูปทรงคล้ายหนวดหมึก เกาะกุม ช่วยประคองยึดตัวปราสาทไม่ให้หักพังลงมา

 

ปราสาทบายน สร้างในพุทธศตวรรษที่ 18 รัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีเอกลักษณ์ที่ปรางค์ของปราสาททั้ง 54 ปรางค์ ที่สลักเป็นภาพพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร รอยยิ้มระเรื่อผันพระพักตร์ หากนับรวมกันแล้ว จะมีมากถึง 216 หน้า ออกไปทั้ง 4 ทิศ ใครที่เข้าไปอยู่ภายในบริเวณปราสาท จึงมีความรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองตลอดเวลา เดินคนเดียวขนลุกซู่

 

ปราสาทนครวัต สร้างในรัชสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ระหว่างปีพุทธศักราช 1656-1693 เพื่ออุทิศถวายแด่พระวิษณุเทพ ในศาสนาฮินดู หรือศาสนาพราหมณ์ และยังใช้เป็นราชสุสานเก็บพระศพของพระองค์ ด้วยเหตุนี้ปราสาทจึงสร้างหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ซึ่งต่างจากปราสาทอื่นๆ ที่หันหน้าไปทิศตะวันออก ภาพศิลปลวดลายแกะสลักเรื่องราวที่ปราสาทแห่งนี้มีชื่อเสียงมาก โดยรวมของภาพแกะสลักที่มีความยาวเกือบ 600 เมตร ความสำคัญในภาพแกะสลักเป็นที่สนใจของบรรดานักท่องเที่ยว คือ ภาพกองทัพชาวสยาม ซึ่งปัจจุบันยังหาข้อสรุปไม่ได้เสียทีว่าเป็นชาวสยามกลุ่มใด

 

แม้เมื่อครั้งอดีต อาณาจักรขอมจะยิ่งใหญ่เกรียงไกร แต่ก็ใช่ว่าจะคงอยู่ได้ตลอดกาล เหลียวมองสังคมทุกวันนี้ ผู้คนพร้อมแก่งแย่ง แข่งขัน เอารัดเอาเปรียบ เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ เงินตรา และบารมี บางคนละเลยความผิดชอบชั่วดี วันใดที่หมดลมหายใจ ก็เหลือเพียงเถ้าธุลี ไร้ซึ่งความดีให้กล่าวชม

 

รถยนต์ : มาซดา 3
สถานที่ : จังหวัดเสียมเรียบ ราชอาณาจักรกัมพูชา
ขอขอบคุณ : บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด



------------------------------
เรื่องโดย : ธนกฤต นรพันธุ์พงศ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2551
คอลัมน์ : ระหว่างทางและใจ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/1uoSu

Follow autoinfo.co.th