บทความ

มิตซูโอกะ ไม่เกลียด ก็รักไปเลย


มิตซูโอกะ เป็นรถยนต์นั่ง หน้าตาเลียนแบบรถโบราณ ผลผลิตของ MITSUOKA MOTOR COMPANY ผู้ผลิตรถยนต์รายย่อย ประกอบด้วยมือ ก่อตั้งกิจการขึ้นในญี่ปุ่นเมื่อปี 2522 เริ่มผลิตรถประดิษฐ์พิเศษทั้งคัน ออกจำหน่ายเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2525 ในชื่อ รุ่น บูบู 501 ก่อนเปลี่ยนแปลงมาใช้วิธีการนำรถบ้านมาตัดต่อเฉพาะช่วงหน้า และท้าย ตามสไตล์ มิตซูโอกะ

 

สำหรับในประเทศไทย บริษัท เอสแอล อินเตอร์เนชั่นแนล ออโตโมบิลส์ จำกัด นำเข้า มิตซูโอกะ มาจำหน่ายตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โดยนำรถเก๋งขนาดกลาง รุ่น กาลูเอะ (GALUE) และรถสปอร์ท ทำมือทั้งคัน ออโรชิ (OROCHI) มาจำหน่าย เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย จากความแปลก และแตกต่างของการออกแบบ

 

มิตซูโอกะ กาลูเอะ

ฟอร์มูลา : นี่คือ มิตซูโอกะ กาลูเอะ ?

คมกฤช : นี่มัน นิสสัน ฟูกา ในญี่ปุ่น ใช่ไหมครับ !

ภัทรกิติ์ : ใช่ครับ แต่เปลี่ยนหน้า เปลี่ยนท้ายใหม่ (ให้ดูเก่า) ส่วนภายใน และเครื่องยนต์ คือ ฟูกา

คมกฤช : ราคาแพงไหม ?

ฟอร์มูลา : บ้านเรานำเข้ามาขาย 2 รุ่น 2 ราคา เครื่อง 2.5 ลิตร 3 ล้านแปด เครื่อง 3.3 ลิตร 5 ล้านแปด

อภิชาต : อาจารย์คิดว่า อะไรจุดประกายให้เขาทำแบบนี้ ?

ภัทรกิติ์ : ถ้าเคยดูการ์ตูนญี่ปุ่น พวก “คำสาปฟาโรห์” จะรู้ว่า แนวคิดประเภท ญี่ปุ่นบ้าคลั่ง อยากเป็นฝรั่งมาก คนญี่ปุ่นคลั่งไคล้ในความเป็นยุโรป

ฟอร์มูลา : เป็นบรรยากาศของทั้งประเทศ ตั้งแต่หลังแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นฟื้นฟูประเทศสำเร็จ และกำลังก้าวสู่ยุคทันสมัย

ภัทรกิติ์ : ตอนนั้นญี่ปุ่นคงอยากได้รถคลาสสิคแบบยุโรป แต่ยังมีเงินไม่เยอะ ซื้อไม่ไหว มิตซูโอกะ เลยสร้างรถแบบนี้ให้คนใช้ ซึ่งส่วนตัวผม เชื่อว่าจะขายที่อื่นแทบไม่ได้เลย นอกจากที่บ้านตัวเอง เขาตั้งใจทำมาเพื่อขายคนในประเทศเป็นหลัก

ฟอร์มูลา : แต่ทำไมเขานำเข้ามาขาย และยังวางแผนจะประกอบในบ้านเรา หรือประเทศอื่นๆ อีก ?

อภิชาต : คงเป็นเพราะต้องควบคุมต้นทุน แรงงานญี่ปุ่นราคาแพงเกินไป ราคารถก็แพงตาม

ภัทรกิติ์ : แต่จะขายได้หรือไม่ อยู่ที่ผู้บริโภค ว่ามีวิธีคิดแบบเดียวกับคนญี่ปุ่นหรือเปล่า ผมว่าถ้าจะเจาะถึงตำนานจริงๆ คงต้องย้อนกลับไปดูประวัติ สมัยที่ มิตซูโอกะ ทำรถประดิษฐ์พิเศษ หรือรถ “แรบิกา” จนพัฒนาเป็นบแรนด์ของตัวเอง แต่แทนที่จะสร้างทั้งคัน ก็ไปใช้วิธีตัดต่อโดยการนำรถบ้านสารพัดยี่ห้อ ตั้งแต่ขนาดเล็กจนใหญ่ จะว่าไป ผู้ผลิตในเมืองไทยน่าจะทำรถยนต์ แบบ มิตซูโอกะ บ้าง

คมกฤช : แล้วจะขายดีกว่าหรือครับ ?

ภัทรกิติ์ : เดาว่าใช่ แต่ต้องทำให้ถูกรสนิยมคนไทย อย่างผู้ผลิตบแรนด์ไทย ที่นำพิคอัพมาตัดต่อเป็นรถแวน เขาทำแต่รถตลาดบ้านๆ รถพวกนั้นมันสร้างมูลค่าได้ไม่มาก ไม่มีเอกลักษณ์ และความเซกซี กระบวนการผลิตอาจเหนื่อยเท่าๆ กันกับการสร้างรถแบบ มิตซูโอกะ แต่สามารถบวกราคาได้เยอะ รถบ้านครอบครัว 7 ที่นั่งที่เขาทำ มันกำไรน้อย ดู กาลูเอะ คันนี้สิ บวกราคาไปได้ตั้งเท่าไร

คมกฤช : แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบรถแบบนี้ อาจบอกว่า “ปิดหน้าปิดหลัง รู้สึกรถดูสวยขึ้นมาเลย” แต่อย่างไรก็ตาม โจทย์เขายากนะครับ เพราะต้องเอารถใหม่มาทำให้เหมือนเก่า

อภิชาต : เขาไม่ยอมเปิดแม่พิมพ์ใหม่ ฉะนั้นเขาต้องทำงานกันหนักน่าดู เพื่อให้รถลงตัว และหนักยิ่งขึ้นไปอีก เพราะต้องตั้งคำถามในใจเสมอว่า “ใครจะซื้อ ?” ถ้าเห็นจอดโชว์เปรียบเทียบอยู่กับรุ่นอื่น มันขายลำบาก

ภัทรกิติ์ : ขอจำกัดมันเยอะ รูปร่างของต้นแบบ นิสสัน ฟูกา ไม่น่าเหมาะที่จะมาทำทรงนี้ แต่เขาก็ยังพยายามทำ อันที่จริง กาลูเอะ นี่มันมีตำนานก่อนมาเป็นเวอร์ชันที่ 3 แล้ว เวอร์ชัน 1 กับ 2 เข้าท่ากว่านี้ แต่เวอร์ชันนี้ กลับไม่ค่อยลงตัว

อภิชาต : แต่เขาก็อยู่มาได้จนวันนี้ แสดงว่าเขามีกลุ่มลูกค้าของเขานะครับ ?

ภัทรกิติ์ : ต้องบอกว่า นอกจากความที่เคยคลั่งฝรั่งแล้ว คนญี่ปุ่นยังชอบทำ หรือมีอะไรไม่เหมือนใคร การเหมือนใครมันไม่เจ๋ง จะขับรถยนต์ ต้องซื้อรถพวงมาลัยซ้ายมาขับ บางคนอยากซื้อรถอังกฤษ ที่อังกฤษเขาขับพวงมาลัยขวา ที่ญี่ปุ่นก็ขับพวงมาลัยขวาเหมือนกัน เขายังต้องซื้อ โรลล์ส-รอยศ์ พวงมาลัยซ้ายมาขับเลย

คมกฤช : คิดดูแล้วกันว่ามันยอมลำบาก เพื่อความเท่

อภิชาต : คันนี้คงไม่ต้องดูภายใน เพราะภายในเป็น ฟูกา ทุกอย่าง

ภัทรกิติ์ : คันนี้ผมขอเรียก พัวร์แมน โรลล์ส-รอยศ์ แล้วกันนะครับ

ฟอร์มูลา : อยากขับ โรลล์ส-รอยศ์ แต่เงินไม่พอ

ภัทรกิติ์ : มี 3 ล้านกว่า ก็ซื้อรถคล้าย โรลล์ส-รอยศ์ มาขับได้

ฟอร์มูลา : เอาละครับ สรุปว่า รถรุ่นนี้ เป็นอย่างไร ?

ภัทรกิติ์ : ขอบอกว่า คันนี้ไม่ใช่รถคันที่ดีที่สุดของ มิตซูโอกะ

ฟอร์มูลา : หมายความว่า ?

ภัทรกิติ์ : มิตซูโอกะ เป็นบริษัทผลิตรถยนต์ ที่น่าสนใจ จากความที่เขาเน้นออกแบบรถให้มีเอกลักษณ์ มีแนวคิด จินตนาการ แต่บังเอิญว่า กาลูเอะ รุ่นนี้ไม่ลงตัว เพราะไปจับนิสสัน ฟูกา ที่รูปทรงสวย และที่สำคัญ รูปทรงทันสมัยมาก มาทำ

ฟอร์มูลา : คงต้องอธิบายต่ออีก ?

ภัทรกิติ์ : ฟูกา เป็นรถที่ดีมาก มิตซูโอกะ เลยคิดว่า ถ้าจะเอามาทำใหม่ น่าจะแจ๋วไปเลย แต่เปล่าของบางอย่างมันไม่เหมาะสมกัน ยกตัวอย่าง การ์ตูนญี่ปุ่น เรื่อง “เจ้าหนูซูชิ” ตอนหนึ่ง มีการแข่งทำอาหารชุดกัน คนหนึ่งเลือกปลาทูนาอย่างดีที่สุด ตัวใหญ่ที่สุด แพงที่สุด หวังชนะแน่ๆ เพราะใช้ของดี ส่วนเจ้าหนูพระเอก หัวเราะ แล้วบอกว่าว่า “แกโง่มาก” หลังจากนั้น เจ้าหนูเลือกปลามาตัวหนึ่ง ดูธรรมดา คู่แข่งถามว่า “ทำไมแกถึงเลือกปลาตัวนี้ล่ะ”เจ้าหนูตอบว่า “ปลาที่แกเลือกเป็นปลาเลี้ยงอ้วนๆ ไขมันมาก แกคิดว่ามันจะนำมาทำอาหารชุด ที่มีรสชาติหลากหลายได้ดีจริงเหรอ ? สรุปผล คนที่ใช้ปลาทูนาแพ้ เพราะไม่เหมาะกับการทำอาหารชุด ฉะนั้น มิตซูโอกะ ก็คงไม่ต่างกัน หยิบรถรุ่นนี้มา เพราะรถมันดีมากคิดว่าน่าจะทำได้สวย เเต่ปรากฏว่า เมื่อทำแล้วกลับไม่ลงตัว

อภิชาต : ผมเห็นด้วยกับอาจารย์นะครับ ของบางอย่างดีสำหรับอย่างหนึ่ง แต่อาจไม่ดีสำหรับอีกอย่าง

คมกฤช : ส่วนหนึ่งมันน่าจะหลงยุคด้วยก็ได้ เพราะรถสมัยใหม่มักออกแบบมาให้ข้างหน้าเตี้ย และกว้าง แต่สัดส่วนของรถประเภทนี้จะแคบ และต้องมีมุม เมื่อเอารถสมัยใหม่มาผสานกับคอนเซพท์รถสมัยเก่า เลยจบยาก

อภิชาต : ถ้าจะยกตัวอย่างอื่นๆ เปรียบเทียบ อาจดูได้จากการออกแบบ โรลล์ส-รอยศ์และ เบนท์ลีย์ ยุคใหม่ หลังจาก โฟล์คสวาเกน เข้าไปซื้อกิจการ ซึ่งน่าจะเป็นกรณีศึกษาให้กับรถที่เราพูดถึงตอนนี้ได้ คือ โรลล์ส-รอยศ์ ซิลเวอร์ ชาโดว์ ซึ่งเป็นรุ่นล่างๆ ที่ราคาไม่แพงนัก หุ่นจะเป็นเหลี่ยมสัน ตรงๆ ทื่อๆ ซึ่ง เบนท์ลีย์ ที่ขายอยู่ในปัจจุบันยึดแนวทางนี้ ส่วนโรลล์ส-รอยศ์ ปัจจุบัน จะยึดในแนวทางการออกแบบตามรุ่น ซิลเวอร์ คราวน์ ซึ่งเป็นรถที่เกรดสูง แพงสุด โดย มิตซูโอกะ กาลูเอะ ไปเอาแนวทางของ ซิลเวอร์ คราวน์ มาใช้ เช่นกัน โดยกระจังหน้าจะตั้งสูง ซึ่งสูงไปเมื่อเทียบกับสัดส่วนของ นิสสัน ฟูกา แถมหลังคายังโค้งมาก ซึ่งขัดแย้งกันกับหน้า และบั้นท้าย

ภัทรกิติ์ : สัดส่วนเลยมีปัญหา รถคันนี้ใช้รถหุ่นตรงๆ ทื่อๆ อย่าง โตโยตา เซนจูรี ที่ โตโยตา ขายมายาวนาน 30 ปี โดยไม่เปลี่ยนโฉม อาจจะลงตัวดีก็ได้

ภัทรกิติ์ : ฟูกา เป็นรถที่ดีมาก โอเวอร์แฮงหน้าสั้น แบบรถสปอร์ท พอนำมาต่อหัวยาวๆ เลยยื่นไม่สวย ด้านท้ายก็ไปทำโอเวอร์แฮงสั้นเหมือน ฟูกา ของเดิมอีก แทนที่จะทำให้ยาวเหมือนด้านหน้าด้วย เลยดูประดักประเดิดไปหน่อย แถมการขึ้นรูปชิ้นงานตามมุมตามขอบทั้งหน้าและหลังจะยาก มีโอกาสผิดพลาดสูง

ฟอร์มูลา : หมายความว่า รถญี่ปุ่นรุ่นเก่า 2 รุ่นก่อนที่ มิตซูโอกะ เคยหยิบมาทำ กาลูเอะ ลงตัวกว่า ?

ภัทรกิติ์ : มันเข้ายุคเข้าสมัยกันดี แต่บางทีเขาอาจอยากให้มัน คอนทราส กันก็ได้สนุกดีออก

 

มิตซูโอกะ ออโรชิ

ภัทรกิติ์ : ออโรชิ นี่ใช้เวลาก่อนออกจำหน่ายนานมากนะครับ เผยโฉมเป็นรถแนวคิดตั้งแต่ปี 2543 แต่กว่าจะผลิตขายได้ กินเวลาไป 5-6 ปี

ฟอร์มูลา : เขานำโครงสร้างของ ฮอนดา เอนเอสเอกซ์ มาเป็นแบบในคันแรกๆ ที่ทดลองผลิต แต่คันขายจริงไม่ใช่ แค่ฟอร์มคล้ายๆ กัน

ภัทรกิติ์ : แนวคิดในการออกแบบ บริษัท ฯ บอกว่ามาจาก “งูเทพเจ้า” แต่ผมมองว่ามีส่วนคล้ายปลาทะเลน้ำลึกเหมือนกัน

คมกฤช : รถคันนี้เป็น ยูนีค มากๆ เลยครับ

ภัทรกิติ์ : ถ้าคิดจะขับรถสักคัน ให้คนมอง ต้องคันนี้เลย

ฟอร์มูลา : ลองคิดกันเล่นๆ ดูสิครับ ว่าคนที่จะซื้อรถคันนี้ จะเป็นใคร หรือคนแบบไหน

อภิชาต : ส. ศิวรักษ์

ภัทรกิติ์ : ถวัลย์ ดัชนี อาจจะซื้อนะครับ

คมกฤช : อ.เฉลิมชัย ซื้อไหมครับ

ฟอร์มูลา : ใช่ อ. เฉลิมชัย อาจซื้อ จริงๆ นะครับ รถคันนี้ ถ้าเป็นสีขาว ก็มีส่วนคล้ายวัดร่องขุ่นเหมือนกัน ที่พูดกันมาอาจดูเหมือนเล่นๆ แต่เราจริงจังกันนะครับ คนที่จะใช้รถคันนี้ได้ต้องมีบุคลิกที่ชัดเจน

ภัทรกิติ์ : มันต้องเป็นรถยนต์คันที่ 9 ที่ 10 คอลเลคชันของเขา ต้องมีทุกอย่างแล้ว โพร์เช แฟร์รารี ลัมโบร์กินี เงินมันเหลือไม่รู้จะทำไงดี

คมกฤช : การออกแบบเหมือนจะซับซ้อน แต่เขาทำลายเส้นได้ดี มีทั้งเนกาทีฟ โพสิทีฟและไฮไลท์ ที่สวยงาม ออกแบบซับซ้อนมาก แต่ไม่มั่ว

อภิชาต : ผมว่าเขามีแบบแผนในการออกแบบนะครับ สังเกตจากลายเส้นด้านข้าง อาจารย์ว่า
ไหมครับ

คมกฤช : ใช่ครับ ถึงจะดูซับซ้อนมาก แต่พอมาดูดีๆ เส้นสายทุกเส้นมันไปด้วยกันได้

ภัทรกิติ์ : มากไปไหม ถ้าผมจะบอกว่าเป็นผลงานระดับ มาสเตอร์พีศ แท้ๆ เหมือนไม่ได้ผลิตมาจากโรงงานอุตสาหกรรม แต่อาจจะเลี้ยงมันขึ้นมา มันไม่ใช่รถยนต์ แต่เป็นงานศิลปะ ที่จะมีคนเกลียด และหลงรักไปเลย อิทธิพลมันแรงขนาดนั้นได้ เพราะมันไม่ใช่ของโหล

คมกฤช : เหมือนทุเรียนไงครับ ไม่ชอบก็เกลียดไปเลย



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการบทความและสารคดี
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2551
คอลัมน์ : มุมมองนักออกแบบ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/lXic8

Follow autoinfo.co.th