บทความ

มิตซูบิชิ แจงผลประกอบการทั่วโลก


มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์พอเรชัน แจงผลประกอบการหลังสิ้นสุดปีงบประมาณ 2550 มีรายได้กว่า2,682.1 พันล้านเยน เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณที่ผ่านมาถึง 479.2 พันล้านเยน หรือประมาณ 22 % ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากยอดขายรถยนต์ทั่วโลกที่สูงกว่าปีงบประมาณ 2549 ถึง 10 % และจากการลงนามเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนให้กับ พีเอสเอ เปอโฌต์ ซีตรอง พร้อมเผยตัวเลขคาดการณ์ปีงบประมาณ 2551

 

โดย มิตซูบิชิ มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักค่าใช้จ่ายที่ 108.6 พันล้านเยน เพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา 2.7 เท่า หรือประมาณ 68.4 พันล้านเยน ซึ่งเป็นผลจากยอดขายที่เติบโตขึ้น และผลกำไรจากการมีส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ออกสู่ตลาด ทั้งในยุโรป เอเชีย และประเทศอื่นๆ

 

ในส่วนของผลกำไรนั้นสูงเป็นประวัติการณ์ เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน หลังหักค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 85.7 พันล้านเยน เพิ่มขึ้น 67.2 พันล้านเยน หรือประมาณ 4.6 เท่าของปีที่ผ่านมา ทำให้รายได้สุทธิของ มิตซูบิชิ อยู่ที่ 34.7 พันล้านเยน เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณที่ผ่านมา 26 พันล้านเยน โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อการเติบโต ทำให้ มิตซูบิชิ กลับมามีผลกำไร ได้แก่ การปรับโครงสร้างการปฏิบัติการ และต้นทุนที่ลดลงจากการปิดโรงงานประกอบรถยนต์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ออสเตรเลีย รวมถึงการขาดทุนที่ลดลงในญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา

 

ยอดขายหลังปีงบประมาณ 2550 มียอดขายปลีกรถยนต์ทั่วโลกอยู่ที่ 1,359,000 คัน เพิ่มขึ้น 10 %หรือประมาณ 129,000 คัน เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2549 ที่มียอดขาย 1,230,000 คัน ในประเทศญี่ปุ่น มิตซูบิชิ มียอดขาย 219,000 คัน ลดลงจากปีที่ผ่านมา 11 % หรือประมาณ 28,000 คัน และการแนะนำ มิตซูบิชิ เดลีคา ดี:5/กาแลนท์ ฟอร์ทิส และ แลนเซอร์ เอโวลูชัน เทน ในระหว่างปีงบประมาณ 2550 ช่วยให้ มิตซูบิชิ กลับมามียอดขายที่เพิ่มขึ้นอีกครั้ง

 

ในขณะที่อเมริกาเหนือ มียอดขาย 172,000 คัน โตขึ้น 5 % เมื่อเทียบกับปีงบประมาณก่อนหน้านี้ แต่ยอดขายที่เติบโตอย่างรวดเร็วของ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ และ แลนเซอร์ ใหม่ ช่วงครึ่งปีแรก รวมทั้งยอดขายที่โตขึ้นกว่า 51 % ในแคนาดา ทำให้ มิตซูบิชิ มียอดขายเพิ่มขึ้นหลังจบปีงบประมาณ 2550

 

ตลาดยุโรปมียอดขายอยู่ที่ 341,000 คัน โตขึ้น 21 % หรือประมาณ 59,000 คัน ผลมาจากเศรษฐกิจที่เติบโตในรัสเซีย และมียอดขายโตขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาถึง 54 % โดยมียอดขายอยู่ที่ 100,000 คัน/ปี รวมถึงในยูเครนที่เพิ่มเป็น 2 เท่า เป็นปีที่ 2 และยอดขายในประเทศกลุ่มยุโรปกลางที่โตขึ้น 44 %

 

ภูมิภาคเอเชีย และอื่นๆ มียอดขายอยู่ที่ 627,000 คัน เพิ่มขึ้น 17 % หรือ 90,000 คัน จากยอดขายของทไรทัน และ ปาเจโร ในอเมริกาใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา รวมถึงยอดขายที่เพิ่มขึ้น ทั้งในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย รวมทั้งประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย และอาเซียน

 

แผนคาดการณ์ของปีงบประมาณ 2551 มิตซูบิชิ ตั้งเป้ายอดขายรถยนต์ทั่วโลกไว้ที่ 1,128,000 คันหรือโตขึ้น 3 %โดยตั้งยอดขายในญี่ปุ่นไว้ 207,000 คัน ลดลง 5 % หรือประมาณ 12,000 คัน เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ อเมริกาเหนือ 145,000 คัน ลดลง 16 % หรือประมาณ 27,000 คัน ยุโรป 388,000 คัน โตขึ้น 14 % หรือประมาณ 47,000 คัน ส่วนเอเชีย และประเทศอื่นๆ ตั้งไว้ที่ 569,000 คัน ลดลง 9 % หรือประมาณ 58,000 คัน ซึ่งเป็นผลกระทบจากการส่งออกชิ้นส่วนให้กับ ปโรตอน โฮลดิงส์ เบอร์ฮาด ในประเทศมาเลเซียที่ลดลง

 

การมียอดขายที่ลดลง และผลกระทบจากค่าเงินเยนที่แข็งขึ้น ทำให้ มิตซูบิชิ คาดการณ์ยอดขายสุทธิ ในปี 2551 อยู่ที่ 2,650 พันล้านเยน ลดลง 1 % หรือ 32.1 พันล้านเยน จากปีงบประมาณ 2550 ซึ่งผลคาดการณ์กำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 60 พันล้านเยน ลดลงจากปีงบประมาณ 2550 ถึง 48.6 พันล้านเยน ส่งผลมาจากปัจจัยต่างๆ อาทิ ค่าเงินเยนที่แข็งตัวขึ้น รวมถึงราคาของวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และการคาดการณ์ผลกำไรหลังหักค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 48 พันล้านเยน ลดลงจากปีที่ผ่านมา 37.7 พันล้านเยน ทำให้ผลกำไรสุทธิทั้งปีอยู่ที่ 20 พันล้านเยน ลดลงจากปีงบประมาณ 2550 ประมาณ 14.7 พันล้านเยน

 

โดยมีแนวทางดำเนินงานเป็นปีแรกของการเริ่มต้นแผนธุรกิจระยะกลาง ภายใต้ชื่อ STEP UP 2010และมีนโยบายที่จะเข้าไปดูแลในส่วนของมาตรการ และการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ซึ่งญี่ปุ่นจะมีการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สู่ตลาด ทั้งรถแวกอนขนาดเล็ก และรถขนาดเล็กเพื่อการพาณิชย์

 

อเมริกาเหนือ จะเปิดตัว มิตซูบิชิ แลนเซอร์ 3 เวอร์ชัน ได้แก่ เอโวลูชัน/แรลลีอาร์ท และสปอร์ทแฮทช์แบค

ส่วนยุโรป จะมีการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ ลงสู่ตลาดเช่นเดียวกัน โดยมีแผนจะแนะนำ มิตซูบิชิ แลนเซอร์เอโวลูชัน และ แลนเซอร์ สปอร์ทแฮทช์แบค ส่วนของยุโรปตะวันตก จะแนะนำ มิตซูบิชิ โคลท์ ซึ่งมีค่าคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ ในขณะที่ยุโรปกลาง จะเน้นการเพิ่มยอดขายรถเอสยูวี รวมทั้งย้ายฐานการผลิตรถ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ สำหรับตลาดยุโรป จากโรงงานที่โอกาซากิ และมิซูชิมา ไปยังโรงงานเนดคาร์ ในประเทศเนเธอร์แลนด์

 

สำหรับในประเทศไทยนั้น มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ฯ ยังคงเป็นฐานการผลิตรถกระบะที่สำคัญของ มิตซูบิชิ โดยล่าสุดบริษัท ฯ สร้างโรงงานผลิตเครื่องยนต์แห่งใหม่ในนิคมอุตสาหกรรมแหลงฉบัง รวมทั้งมีแผนจะแนะนำ มิตซูบิชิ สปอร์ท เอสยูวี ใหม่ ออกสู่ตลาดเมืองไทย และตลาดโลกภายในปีนี้



------------------------------
เรื่องโดย : อกนิษฐ์ ทัพภะสุต
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2551
คอลัมน์ : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Yu3qk

Follow autoinfo.co.th