บทความ

ต้อนไม่อยู่”


เรื่องของเรื่องเกิดขึ้นเมื่อ “นายไม่ดื่ม” ขับรถบรรทุกซึ่งมีชื่อ “นายรักบ้าน” เป็นเจ้าของ ขับขี่ค่อนข้างลวดลาย จึงไปเฉี่ยวชนรถเก๋งของ ”นายดารา” เข้าให้ รถเก๋งเสียหายมากโขหมดค่าซ่อมไปแสนบาทเศษ

 

ยังดีที่รถเก๋งทำประกันชั้นหนึ่งเอาไว้ที่ “บริษัท ชั้นยอดประกันภัย จำกัด” บริษัทประกันจึงต้องรับหน้าเสื่อจ่ายค่าซ่อมให้เบ็ดเสร็จ จ่ายค่าซ่อมไปแล้ว ตามธรรมเนียมอันเจ๋งเป้งของบริษัทประกันทั้งหลาย ต้องหาทางไล่เบี้ยเอาคืน ไม่ยอมจ่ายฟรี

 

งานนี้บริษัท ชั้นยอดประกันภัย ฯ นึกยังไงไม่รู้ ได้ข้อมูลมายังไงไม่รู้ ฟ้องเฉพาะนายไม่ดื่มเป็นจำเลยที่ 1 ฟ้อง “บริษัท เฮงมากประกันภัย จำกัด” ซึ่งรับประกันรถบรรทุกจากนายรักบ้านเจ้าของรถ เป็นจำเลยที่ 2 บังคับให้ร่วมกันจ่ายค่าซ่อมรถพร้อมดอกเบี้ย ไม่ยักฟ้องนายรักบ้านเข้ามาด้วย ใจดีซะงั้นแหละ

 

บริษัท เฮงมากประกันภัย ฯ พานายไม่ดื่ม คนขับรถบรรทุก สู้คดีแบบสู้แหลก ให้การปัดมันทุกเรื่อง อ้างว่าบริษัท ชั้นยอดประกันภัย ฯ เป็นบริษัทจดทะเบียนที่สหรัฐอเมริกาหรือไม่ก็ไม่รู้ มอบอำนาจให้คนมาฟ้องจริงหรือไม่ไม่รู้ เอกสารการรับทำประกันของรถเก๋งไม่ถูกต้องนายไม่ดื่มไม่ได้เป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถ บริษัท เฮงมากประกันภัย ฯ รับประกันภัยรถบรรทุกจากนายรักบ้าน เจ้าของรถ เมื่อนายรักบ้านไม่ได้ขับรถบรรทุก ไม่ต้องรับผิดชอบงานนี้บริษัท เฮงมากประกันภัย ฯ ก็ลอยลำ ไม่ต้องรับผิดด้วย รถบรรทุกไม่ได้ประมาท ค่าเสียหายอย่างเก่งแค่ห้าหมื่นบาท ขอให้ยกฟ้อง

 

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว ตัดสินให้จำเลยทั้งสองร่วมกันจ่ายค่าเสียหายให้แก่บริษัทชั้นยอดประกันภัย ฯ เกือบครบตามฟ้อง นายไม่ดื่ม และบริษัท เฮงมากประกันภัย ฯพากันยื่นอุทธรณ์ ขอให้ยกฟ้อง แต่ไม่เป็นผล

 

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษายืน

 

จำเลยทั้งสองไม่ยอมยกธงขาวง่ายๆ โดยเฉพาะบริษัท เฮงมากประกันภัย ฯ นั้นยืนระยะสู้แบบมาราธอนอยู่แล้ว รีบยื่นฎีกาขึ้นไป อ้างข้อกฎหมายว่า บริษัท ชั้นยอดประกันภัย ฯ มีอำนาจฟ้องหรือไม่ และบริษัท เฮงมากประกันภัย ฯ ยังเด้งเชือกเอาตัวรอดอ้างอีกว่า ไม่ต้องรับผิดเพราะนายรักบ้าน เจ้าของรถ คนซื้อประกันไม่ต้องรับผิดอยู่แล้ว จึงไล่เบี้ยมาถึงบริษัท เฮงมากประกันภัย ฯ ไม่ได้หรอก

 

ศาลฎีกาเพ่งดูคดีนี้อยู่นานพอประมาณ แล้วชี้ขาดออกมาว่า

 

จำเลยไม่ได้ระบุรายละเอียดในคำฟ้องว่า โจทก์ คือ บริษัท ชั้นยอดประกันภัย ฯ ไม่ได้จดทะเบียนเป็นบริษัท หนังสือมอบอำนาจให้คนมาฟ้องไม่ถูกต้องอย่างไร จึงไม่มีประเด็นเรื่องนี้โจทก์เขามีอำนาจฟ้อง

 

ส่วนประเด็นต่อมาที่บริษัท เฮงมากประกันภัย ฯ อ้างว่าไม่ต้องรับผิด เพราะนายรักบ้านเจ้าของรถ ไม่ต้องรับผิดอยู่แล้ว ปรากฏว่าเข้าเค้า เพราะในคำฟ้องของโจทก์ไม่ได้ระบุว่านายไม่ดื่มขับรถบรรทุกของนายรักบ้านในฐานะอะไร มีความเกี่ยวพันในทางกฎหมายอย่างไรกับนายรักบ้าน ในอันที่จะให้นายรักบ้านร่วมรับผิดด้วย ในอันที่จะส่งผลไล่เลียงไปถึงบริษัทเฮงมากประกันภัย ฯ ที่รับประกันภัยรถบรรทุก

 

เมื่อได้ความอย่างนี้แล้ว บริษัท ชั้นยอดประกันภัย ฯ ก็พลาดอย่างแรง มัดคอพวกเดียวกัน คือ บริษัท เฮงมากประกันภัย ฯ ไม่สำเร็จ

 

ศาลฎีกาจึงเสียใจที่ต้องพิพากษาแก้ให้นายไม่ดื่ม คนขับรถบรรทุก จ่ายค่าเสียหายไปตามลำพังแต่ให้ยกฟ้องบริษัท เฮงมากประกันภัย ฯ ไปเสีย ไม่ต้องจ่ายแม้แต่แดงเดียว

 

ตามปกติ บริษัทประกันภัยซึ่งเป็นมือโพรเรื่องฟ้องเรียกค่าเสียหายคดีรถ จะไม่พลาดอะไรง่ายๆงานนี้พนักงานของบริษัท ชั้นยอดประกันภัย ฯ คนทำคดีคงโดนเชคบิลล์ฐานทำคดีบกพร่องไล่ต้อนบริษัทประกัน ซึ่งถือว่าเป็นของตาย ชนะคดีแล้วได้เงินแน่นอนไม่สำเร็จ

 

เนื่องจากทำฟ้องไม่รอบคอบ ไม่บรรยายให้เห็นว่า นายไม่ดื่มขับรถบรรทุกของนายรักบ้านในทางการที่จ้าง เป็นลูกจ้าง หรือมีการวานใช้อย่างไร ฟ้องมาดุ่ยๆ ว่า นายไม่ดื่มขับรถของนายรักบ้านไปเฉี่ยวชนรถเก๋งแค่นั้นเอง แถมยังไม่ฟ้องนายรักบ้านแบบหว่านแหมาด้วยเวลาจะฟ้องร้องใคร จ้างทนายทำให้แล้ว ใช่ว่าจะไม่ขาดตกบกพร่องได้ในการฟ้องร้องผู้ที่ซวย คือ ผู้ที่เป็นโจทก์ อย่างบริษัท ชั้นยอดประกันภัย ฯ นั่นเอง

 

เลยเปิดช่องให้บริษัท เฮงมากประกันภัย ฯ รอดตัวไปได้ ไม่ต้องจ่ายแม้แต่แดงเดียวสบายแฮไปเลย ทั้งๆ ที่ตามท้องเรื่อง หนีไม่พ้นอยู่แล้วละโยม

จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 823/2534



------------------------------
เรื่องโดย : ณรงค์ นิติจันทร์
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2551
คอลัมน์ : รู้ไว้ใช่ว่า
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/KwG27

Follow autoinfo.co.th