บทความ

อาจิต เวนคาทารามัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด


แม้ตลาดรถยนต์เมืองไทย จะอยู่ในช่วงชะลอตัว แต่ก็ยังมีเสน่ห์พอที่จะดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ให้เข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง “ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์ อาจิต เวนคาทารามัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ค่ายรถยนต์รายล่าสุดจากประเทศอินเดีย ที่ประกาศบุกตลาดรถพิคอัพเมืองไทย

 

ฟอร์มูลา : เหตุใดจึงตัดสินใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ?

อาจิต : ตลาดรถยนต์ในภูมิภาคเอเชียมีขนาดใหญ่กว่าตลาดรถยนต์ในประเทศอินเดียถึง 1.5 เท่า เป็นตลาดที่ใหญ่และมีศักยภาพ โดยประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความสำคัญ ปัจจุบันค่ายรถยนต์รายใหญ่เกือบทุกค่ายในโลก ได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งมีปัจจัยที่เอื้อต่อการลงทุน อาทิ นโยบายของรัฐบาล เช่น การทำ เอฟทีเอ กับประเทศต่างๆ บริษัท ฯ เห็นถึงศักยภาพนี้ จึงตัดสินเข้ามาลงทุน โดยนอกจากการจำหน่ายในประเทศแล้ว ยังวางแผนการผลิตเพื่อส่งออกอีกด้วย โดยเป็นการลงทุนนอกประเทศที่มากที่สุดของ ทาทา ใช้เงินลงทุนไปแล้ว 1,200 ล้านบาท และจะลงทุนเพิ่มอีกเพื่อสร้างการเติบโตให้แก่บริษัท ฯ อย่างต่อเนื่อง

 

ฟอร์มูลา : มองตลาดรถยนต์ประเทศไทยอย่างไร ?

อาจิต : ปีนี้ ตลาดรถยนต์เมืองไทย น่าจะยังคงมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ในฐานะที่ ทาทา เป็นผู้เล่นรายใหม่ เราต้องพยายามอย่างเต็มที่ ที่จะสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้า โดยเฉพาะการออกสินค้าที่มีคุณภาพ และโดนใจลูกค้าให้มากที่สุด ทั้งนี้ ทาทา ให้ความสำคัญกับตลาดในประเทศไทยมาก และมีพันธสัญญาในการดำเนินธุรกิจระยะยาว

 

ฟอร์มูลา : วางกลยุทธ์ในการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งขันรายเดิมในตลาดไว้อย่างไร ?

อาจิต : บริษัท ฯ วางแนวทางการทำตลาด โดยเน้นให้ลูกค้าเกิดความประทับใจไว้ 3 ด้าน คือ สินค้า ต้องมีคุณภาพ ตรงตามความต้องการของลูกค้า ที่ผ่านมา บริษัท ฯ ศึกษาตลาดในประเทศไทยเป็นระยะเวลากว่า 3 ปี มีการพูดคุยกับลูกค้าทุกระดับ ถึงสิ่งที่ลูกค้าต้องการ เนื่องจากต้องการพัฒนาสินค้าให้ตรงใจลูกค้ามากที่สุด รถพิคอัพรุ่นแรกที่เปิดตัว มีจุดเด่นที่เครื่องยนต์ เป็นระบบคอมมอนเรลรุ่นล่าสุด และทันสมัยกว่ารถรุ่นที่มีในตลาดปัจจุบัน ซึ่ง ทาทา มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีด้านนี้ค่อนข้างสูง ตัวเครื่อง 2,200 ซีซี ให้กำลัง 140 แรงม้า มากกว่าเครื่อง 2,500 ซีซี ของบางรุ่นที่มีในตลาด แม้ขนาดของเครื่องยนต์จะเล็กกว่าเครื่องยนต์ทั่วไป แต่ให้สมรรถนะที่ดี พร้อมคุณสมบัติในการประหยัดน้ำมัน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ต้องมีศูนย์บริการที่เพียบพร้อม โชว์รูมของ ทาทา ต้องมีความพร้อมของ 3S คือ SALES SERVICE และ SPARE PART แม้ช่วงแรกยังมีจำนวนโชว์รูมไม่มากนัก แต่บริษัท ฯ มีพันธมิตร ที่มีสาขาในการให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ สามารถให้บริการลูกค้าได้ในวันแรกที่ซื้อรถ พร้อมบริการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม. ตั้งแต่วันแรกที่ซื้อรถ รวมทั้งบริษัท ฯ ยังให้ความสำคัญกับการให้บริการด้านการเงิน และไฟแนนศ์

 

ฟอร์มูลา : คิดว่าจุดแข็งและจุดอ่อนของ ทาทา คืออะไร ?

อาจิต : จุดแข็งของ ทาทา คือ เรามีประสบการณ์ ในการทำธุรกิจรถยนต์มานานกว่า 60 ปี มีความเชี่ยวชาญในการสร้างรถยนต์ที่มีคุณภาพออกสู่ตลาดทั่วโลก ทาทา เป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดเวลา โดยเป็นนวัตกรรมที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า และสามารถผลิตออกมาใช้ได้จริง และให้สิ่งที่มากกว่าสิ่งที่ลูกค้าคาดหวัง นวัตกรรมที่โดดเด่นของ ทาทา อาทิ การผลิตรถเล็กในประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นรถเล็กที่มีห้องโดยสารกว้างขวางที่สุดในโลก และได้รับความนิยมจากผู้ใช้รถในประเทศอินเดียเป็นอย่างมาก เป็นผู้นำในการพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซลในรถเก๋ง ปัจจุบันรถเก๋งส่วนใหญ่ในประเทศอินเดียใช้เครื่องยนต์ดีเซล รวมถึงการประดิษฐ์รถยนต์ที่มีนาโนเทคโนโลยี ซึ่งบริษัท ฯ สามารถจดสิทธิบัตรใหม่ในการผลิตรถยนต์รุ่นนี้ได้ถึง 34 สิทธิบัตร และยังมีศูนย์วิจัย R&D 5 แห่งทั่วโลก คือ ประเทศอินเดีย 2 แห่ง เกาหลี สเปน และอังกฤษ

นอกจากนี้ สิ่งหนึ่งที่บริษัท ฯ ให้ความสำคัญมาก คือ เราให้ความสำคัญและทุ่มเทกับทุกตลาดที่เข้าไปดำเนินธุรกิจ และจะไม่ทิ้งตลาดอย่างเด็ดขาด รวมทั้งยังให้ความสำคัญกับการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอีกด้วย

สำหรับจุดอ่อนที่ต้องยอมรับ คือ การเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในตลาดเมืองไทย ดังนั้น งานหนักที่ต้องเร่งทำ คือ การสร้างบแรนด์ให้เป็นที่ยอมรับในตลาดและกลุ่มผู้บริโภค รวมถึงการเป็นบแรนด์ที่ทำให้ผู้เกี่ยวข้องทุกคนมีความสุขที่ได้ร่วมงานกับ ทาทา

 

ฟอร์มูลา : วางกลยุทธ์ในการสร้างบแรนด์ไว้อย่างไร ?

อาจิต : สิ่งสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าเกิดการยอมรับในบแรนด์ คือ สินค้าและบริการต้องดี มีคุณภาพ ต้องสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้า เพื่อให้เกิดการบอกต่อ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราให้ความใส่ใจมากที่สุด และมองว่าเป็นวิธีที่คุ้มค่าที่สุด ในการที่จะอยู่ในตลาดได้ในระยะยาว

สำหรับนโยบายการตลาดมี 3 ส่วน คือ ช่วงแรกก่อนเปิดตัว เน้นการสร้างความรู้จักบแรนด์ ทาทา ด้วยมีสารคดีสั้น 1 นาที จำนวน 20 ตอน เพื่อแนะนำบริษัท ฯ ตั้งแต่ประวัติความเป็นมาจากอดีตถึงปัจจุบัน ออกอากาศผ่านรายการโทรทัศน์ เรื่องเล่าเช้านี้ ข่าวเด่นเย็นนี้ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 และข่าวภาคค่ำทางสถานีโทรทัศน์ โมเดิร์น ไนน์ ทีวี (ช่อง 9 อสมท.) ได้เปิดตัวในงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์ โชว์ 2008 ซึ่งเป็นงานใหญ่ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้เป็นจำนวนมากกว่า 1 ล้านคน จากนั้นวางแผนจัดกิจกรรมโรดโชว์ทั่วประเทศ เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด และเพื่อให้ผู้บริโภคได้ทดลองขับ และสัมผัสรถอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ สิ่งที่บริษัท ฯ ให้ความสำคัญ และสร้างความแตกต่างจากผู้เล่นรายอื่น คือ นโยบายการขายที่ว่า BRING PRODUCT TO PEOPLE โดยมีคอนเซพท์ว่า โชว์รูมจะเป็นเพียงสถานที่สำหรับติดต่อและให้บริการแก่ลูกค้าเท่านั้น ส่วนการขาย ทีมขายของ ทาทา จะเข้าไปหากลุ่มผู้บริโภคเอง โดยไม่รอให้ผู้บริโภคเดินเข้ามาที่โชว์รูม

 

ฟอร์มูลา : เหตุใดจึงเลือกรถพิคอัพเป็นสินค้าในการเปิดตลาด ?

อาจิต : สาเหตุที่ ทาทา เลือกเปิดตัวรถพิคอัพก่อน เนื่องจากมองว่าตลาดรถพิคอัพในประเทศไทยมีขนาดใหญ่ที่สุด และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก การเปิดตัวรถพิคอัพ จะสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ในวงกว้าง ถ้า ทาทา สามารถสร้างการยอมรับในผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้ และเกิดการบอกต่อจากปากสู่ปาก จะช่วยในการสร้างบแรนด์ ทาทา ให้ติดตลาดได้อย่างดี อย่างไรก็ตาม ทาทา มีรถหลายประเภท ในอนาคต มีแผนที่จะนำรถรุ่นอื่นเข้ามาทำตลาดอีกมาก

 

ฟอร์มูลา : มีความเชื่อมั่นในการทำตลาดเมืองไทยมากน้อยแค่ไหน ?

อาจิต : แม้ ทาทา จะเป็นผู้เล่นรายใหม่ในประเทศไทย แต่ที่ผ่านมา ได้ทำตลาดรถยนต์ในหลายประเทศทั่วโลก มีการแข่งขันกับค่ายรถยนต์ทุกค่ายอยู่แล้ว ดังนั้น จึงไม่เป็นกังวลกับการแข่งขันในประเทศไทย และเชื่อว่าด้วยผลิตภัณฑ์ที่ดี ราคาเหมาะสม ตลอดจนการให้บริการที่มีคุณภาพ จะสร้างให้ ทาทา สามารถเติบโตในตลาดได้ในระยะยาว โดยวางเป้าหมายในอีก 5 ปีข้างหน้า ต้องการมีส่วนแบ่งในตลาดรถพิคอัพ 5 %



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ/นาทลดา ทองมาก
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2551
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/sqtNQ

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
23 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th