บทความ

“รถมือสอง” ต้องติดฉลาก !


ต้นเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา ผมไปร่วมฟังการสัมมนา หัวข้อ “การคุ้มครองผู้ซื้อรถยนต์ที่ใช้แล้ว” จัด
โดย สคบ. หรือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักนายกรัฐมนตรี มีเนื้อหาและสาระที่น่าสนใจหลายประเด็น ก่อนอื่นผมขอเกริ่นให้ฟังก่อนว่า ทำไมต้องมีการคุ้มครองผู้บริโภคที่ซื้อรถยนต์ใช้แล้ว หรือที่เราชอบพูดกันติดปากว่า “รถมือสอง”

 

เนื่องจากว่า มีผู้บริโภคหลายรายร้องเรียนถึงปัญหาที่เกิดจากการหลงเชื่อ และซื้อรถยนต์ใช้แล้ว จากผู้
ประกอบการเทนท์รถเจ้าปัญหา แล้วเกิดปัญหาสารพัดเรื่อง ตั้งแต่การนำรถในสภาพบกพร่อง หรือหมดสภาพการใช้งานมาขาย หมายเลขตัวถังรถไม่ตรงกับคู่มือชุดจดทะเบียน ทำให้โอนไม่ได้ การส่งมอบรถที่มีอุปกรณ์ไม่ครบถ้วนตามที่ตกลง หรืออื่นๆ ปัญหาเหล่านี้ล้วนแล้วแต่สร้างเรื่องปวดหัว และเจ็บใจให้แก่ผู้ซื้อ จนเกิดการร้องเรียนผ่านหน่วยงานของรัฐ ฯ และเรื่องมันไม่จบง่ายๆ นี่ครับ เลยต้องเกิดมาตรการต่างๆ ตามมา เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบในเชิงธุรกิจ

 

ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ 24 (ปี 2550) เรื่องให้รถยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ควบ
คุมฉลาก นั่นหมายความว่า นับตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการ หรือบรรดาเทนท์รถทั้งหลาย ต้องแสดงฉลากควบคุมคุณภาพที่บอกรายละเอียดต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ซื้อไว้ให้ชัดเจน เช่น ประเภทรถ/ยี่ห้อ/สี/ยี่ห้อเครื่องยนต์/ชนิดเชื้อเพลิง/เลขตัวถัง/เลขเครื่องยนต์/เลขทะเบียน/วันที่จดทะเบียน/ผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย/ภาระผูกพันของรถยนต์ที่มีอยู่ในวันที่จำหน่าย/ราคาขาย และอื่นๆ…ต้องแสดงชัดเจน เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถตัดสิน หรือต่อรองได้จากสภาพรถจริง พูดง่ายๆ ก็คือ ผู้ประกอบการต้องแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวรถให้ถูกต้อง ประเภทที่เคยย้อมแมวขาย หรือปรับแต่งนิดหน่อยแล้วนำมาเสนอขาย โดยบิดเบือนจากรุ่นจริงๆ นั้น มีอันต้องหมดสิ้นจากธุรกิจรถมือสอง

 

สาระสำคัญของประกาศ ฯ ฉบับนี้ แสดงเจตนาชัดเจนว่า ต้องการให้ผู้ประกอบการ และผู้ซื้อได้ตกลง
กันแบบตรงไปตรงมา ไม่มีการหมกเม็ดข้อมูลสำคัญจนอาจก่อให้เกิดปัญหาน่าปวดหัวตามมาดังที่กล่าวไว้ข้างต้น ข้อนี้ผมเห็นดีเห็นงามด้วย และเชื่อว่าทั้งผู้บริโภค ผู้ประกอบการอีกหลายรายต่างก็ยกมือเห็นด้วยกับประกาศ ฯ ฉบับนี้ เพราะถ้ามองในมุมผู้บริโภค เราได้ข้อมูลที่แท้จริงของตัวรถ ทำให้สบายใจในการเลือกซื้อรถมือสองมาใช้งาน ไม่ต้องกังวล หรือเครียดกับการดูรถให้วุ่นวาย ส่วนมุมของผู้ประกอบการที่ดี ผมก็เชื่อว่าประกาศ ฯ ฉบับนี้จะส่งผลให้ธุรกิจรถมือสอง เป็นธุรกิจที่ใสสะอาด เพียงแต่ว่าในระยะแรกอาจจะต้องอาศัยเวลาในการปรับตัว เพราะผู้ประกอบการต้องทำการบ้าน และใส่ใจในการคัดสรรรถมือสอง คุณภาพดี มานำเสนอต่อลูกค้า บวกกับประสบการณ์ที่แต่ละเทนท์มีอยู่ ก็น่าเชื่ออีกนั่นละว่า ผู้ประกอบการที่ดี มีความเป็นมืออาชีพ ไม่น่าเสียเปรียบผู้บริโภค

 

เหมือนที่ใครต่อใครเคยพูดกันว่า เหรียญมี 2 ด้าน เช่นเดียวกับผู้บริโภค และผู้ประกอบการที่มีทั้งดี
และไม่ดี เพียงแต่ว่าเหรียญมันจะออกด้านไหนมากกว่ากัน ที่ผ่านมามันสะท้อนปัญหาไปหลายเรื่อง และแต่ละเรื่องมีการแก้ไขไปในทิศทางที่ถูกต้อง ผมเชื่อเช่นเดียวกับผู้ประกอบการที่มีคุณภาพว่า ในเร็วๆ นี้ ธุรกิจรถมือสอง จะเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ และมีมาตรฐานเทียบเท่านานาชาติ

 

ค้าขายกันด้วยความยุติธรรม และบริสุทธิ์ใจ เป็นสิ่งที่ดีครับ ข้อนี้ผมยกสองมือเห็นด้วยกับผู้ประกอบ
การดีๆ ที่เขาพร้อมลงมือทำตามนโยบายของรัฐ ฯ ทั้งนี้ไม่ใช่เพื่อใครหรอกครับ ก็เพื่อธุรกิจของตนเอง…คุณเห็นด้วยไหมครับ ?



------------------------------
เรื่องโดย : ลิขิต น้าประเสริฐ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2550
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Mlvhw
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง