บทความ

โคตรเฮง


คดีนี้เกิดขึ้นจากการที่ “นายถูกต้อง” ขับรถเก๋งที่ซื้อประกันชั้นหนึ่งไว้กับ “บริษัท เหลือกินประกันภัยจำกัด” เดินทางเข้า กทม. ถึงคราวซวย มีรถบรรทุกที่ “นายโคตรเฮง” ซึ่งยังไม่ได้เอาชื่อของตนไปปั๊มจตุคามขายเป็นเจ้าของ มี “นายหัวหน้า” ชื่อเท่เอาการ แต่พี่แกไม่ได้เป็นหัวหน้าใคร ทำหน้าที่โชเฟอร์รับค่าจ้างรายวัน ทะลึ่งขับออกจากซอยโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ จึงเกิดการเฉี่ยวชนกัน รถเก๋งของนายถูกต้องเสียหายเยอะ นายถูกต้องบาดเจ็บเล็กน้อยอีกต่างหาก

เกิดเรื่องให้หน้าเหลืองแล้ว นายถูกต้อง นายโคตรเฮง และนายหัวหน้า พากันไปพบร้อยเวรที่โรงพักท้องที่ นายหัวหน้าโดนแจ้งข้อหาขับรถประมาท ทำให้คนอื่น คือ นายถูกต้องบาดเจ็บ ทรัพย์สินของเขาเสียหาย นายหัวหน้ารับสารภาพ และโดนเปรียบเทียบปรับ

ในส่วนของค่าเสียหายที่นายถูกต้องนั่งหน้าบูดรอการเจรจา ปรากฏว่าฝ่ายรถบรรทุกยอมรับผิด ร้อยเวรจึงลงบันทึกประจำวันให้ มีใจความว่า นายหัวหน้าตกลงจะนำรถเก๋งไปซ่อมแซมให้เหมือนเดิม แล้วให้นายหัวหน้าเซ็นชื่อยอมรับผิด ส่วนนายโคตรเฮง เจ้าของรถบรรทุกเซ็นเหมือนกัน แต่ใครอำใครไม่รู้ ไปเซ็นในช่องพยาน

หลังจากนั้นก็เป็นไปตามธรรมเนียมไทยๆ ส่วนใหญ่ฝ่ายรถบรรทุกเบี้ยว ไม่ยอมจ่ายค่าเสียหาย บริษัทเหลือกินประกันภัยต้องรับหน้าเสื่อ จ่ายค่าซ่อมรถเก๋งให้นายถูกต้องไปตามระเบียบ

การหากินเป็นบริษัทประกันนั้นน่าจะดี นอกจากได้เงินจากการขายประกันแล้ว พอควักเงินให้คนทำประกันปุ๊บ ก็หาทางบี้ให้คนอื่นมารับผิดปั๊บ งานนี้ก็เช่นกัน เมื่อทวงถามนายหัวหน้ากับนายโคตรเฮงไม่ได้ผล จึงรับช่วงสิทธิ์นำคดีไปฟ้องที่ศาล บังคับให้คนทั้ง 2 จ่ายเป็นเงิน 2 แสนกว่าบาท พร้อมดอกเบี้ย

นายหัวหน้า เป็นแค่ลูกจ้าง แต่ชื่อค่อนข้างเท่อย่างที่บอก จึงทำตามธรรมเนียมทั่วไป คือ นอนตีพุงอยู่ที่บ้าน ไม่สู้คดีอะไรทั้งนั้น ไม่หนีไปต่างประเทศอีกต่างหาก เพราะหนีไม่ไหว ถ้าจะไปอย่างไกลแค่อีกฝั่งแม่น้ำโขง

ส่วนนายโคตรเฮง เถ้าแก่เจ้าของรถบรรทุกสู้คดีอยู่แล้ว อ้างว่างานนี้มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความที่โรงพัก นายหัวหน้าใจกว้าง รับซ่อมรถเก๋งให้แล้ว ตนเองไม่เกี่ยว เซ็นเป็นพยานเท่านั้น ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีนี้แล้ว ตัดสินให้นายหัวหน้าซึ่งโดนฟ้องเป็นจำเลยที่ 1 จ่ายเงิน 2 แสนกว่าบาทเกือบเต็มตามฟ้อง พร้อมดอกเบี้ย ให้แก่บริษัทประกันภัย โดยไม่วอแวกับนายโคตรเฮง เจ้าของรถบรรทุก

โจทก์ คือ บริษัทประกันภัย เดือดร้อนสิครับพี่น้อง เพราะคนที่พอจะจ่ายเงิน 2 แสนกว่าบาทได้ คือ นายโคตรเฮง เจ้าของรถบรรทุก ลำพังนายหัวหน้าหาเช้ากินเช้าหาเย็นกินเย็นจะไปเอาเงินที่ไหนมาจ่าย จึงดิ้นรนยื่นอุทธรณ์พยายามงัดข้อที่ว่า บันทึกประจำวันที่ทำบนโรงพักไม่เข้าข่ายเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ เพราะไม่ได้กำหนดรายละเอียดว่า จะจ่ายค่าซ่อมค่าเสียหายให้นายถูกต้องเจ้าของรถเก๋งเท่าไร นายหัวหน้า และนายโคตรเฮง ต้องรับผิดฐานละเมิดอย่างหนีไม่พ้น

ศาลอุทธรณ์พิจารณาตามเนื้อผ้าแล้วไม่เอนเอียงเป็นอย่างอื่น พิพากษายืน ให้โชเฟอร์รถบรรทุก คือนายหัวหน้า รับผิดแต่ผู้เดียว ส่วนนายโคตรเฮงยังโคตรเฮงอยู่ ลอยลำต่อไป

บริษัทประกันภัยกัดฟันยื่นฎีกาเพื่อแก้เกม ก่อนที่จะไม่ได้อะไรเลยจากนายโคตรเฮง ยกข้ออ้างอย่างเดิม

ศาลฎีกาเหม่อมองดูคดีนี้ด้วยความเมื่อยล้า แล้วชี้ขาดออกมาว่า

ตามบันทึกประจำวันที่โรงพัก แทนที่นายถูกต้องเจ้าของรถเก๋งจะเรียกร้องค่าเสียหายเป็นตัวเงิน ในจำนวนที่แน่นอน แต่เจ้าตัวกลับยอมให้นายหัวหน้า โชเฟอร์รถบรรทุกนำรถเก๋งไปซ่อมให้อยู่ในสภาพเดิม โดยเสียสละไม่เรียกร้องอะไรอื่นอีก ข้อตกลงแบบนี้ถือว่าเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยไม่ต้องมีการกำหนดจำนวนเงินที่แน่นอนว่าจะชำระกันอย่างไร ที่ไหน เมื่อใด ดังที่บริษัทประกันภัยอ้าง

เมื่อนายหัวหน้าลงชื่อในบันทึก ยอมซ่อมรถเก๋งให้นายถูกต้อง จึงใช้เป็นหลักฐานฟ้องร้อง บังคับได้เฉพาะนายหัวหน้า ตามกฎหมายแพ่ง มาตรา 850, 851

ส่วนนายโคตรเฮง จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าของรถบรรทุกแท้ๆ เป็นเจ้าภาพแท้ๆ แค่ลงชื่อเป็นพยาน จึงถูกหวยอย่างจัง ไม่ต้องรับผิดร่วมกับนายหัวหน้า แม้แต่แดงเดียว ศาลล่างตัดสินมาถูกต้องแล้ว

ศาลฎีกาจึงพิพากษายืน

คดีนี้ต้องบอกว่านายโคตรเฮงนั้น โคตรเฮงเหมือนชื่อ ตอนทำบันทึกที่โรงพักแกตั้งใจเซ็นเป็นพยาน หรือเซ็นไปโดยไม่ตั้งใจ หรือเซ็นโดยร้อยเวรรู้เห็นเป็นใจ หรือยังไงก็แล้วแต่ ทำให้นายโคตรเฮงไม่ต้องรับผิดตั้งแต่บัดนั้น

ผลคือ บริษัทประกันภัยไล่เบี้ยไล่บี้ ได้แต่เฉพาะนายหัวหน้า ลูกจ้างของนายโคตรเฮง ลองคิดดูว่าบริษัทประกันจะเซ็งขนาดไหน ในเมื่อเห็นๆ อยู่แล้วว่า ลงทุนฟ้องร้องไปก็เหนื่อยเปล่า ได้แต่แห้วมาเคี้ยวเท่านั้นเอง

เวลามีเรื่องรถรา หาคนรับผิด อย่าให้ปลาตัวใหญ่หลุดรอดร่างแหอย่างคดีนี้นะครับ จะเสียท่าเสียใจไปจนตาย !

จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2838/2548



------------------------------
เรื่องโดย : ณรงค์ นิติจันทร์
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กันยายน ปี 2550
คอลัมน์ : รู้ไว้ใช่ว่า
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/HeS3k
อัพเดทล่าสุด
23 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th