บทความ

WORLD RALLY CHAMPIONSHIP 2007 สนามที่ 3-4


แรลลี นอร์เวย์ ถือเป็นอีกหนึ่งรายการที่มีแฟนๆ จับตามองมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสภาพภูมิประเทศที่สวยงาม และมีเส้นทางการแข่งขันที่เร้าใจ โดยสภาพเส้นทางส่วนใหญ่จะถูกปกคลุมด้วยหิมะหนาหลายนิ้ว พร้อมอุณหภูมิที่อาจลดลงต่ำสุดถึง -30 องศาเซลเซียส ด้วยสภาพอากาศที่คล้ายคลึงกับประเทศคู่แฝดอย่างสวีเดน จึงไม่แปลกที่รายการนี้ถูกนำไปเปรียบเทียบกับรายการสวีดิช แรลลีโดยเฉพาะผลการแข่งขัน ที่บรรดากองเชียร์ต่างก็ลุ้นทีมของตัวเองที่พลาดท่าไปเมื่อสนามที่แล้วให้มีโอกาสแก้มือ และทำผลงานให้ดีขึ้น

การแข่งขันในวันแรก ถือว่าเป็นวันของทีม ฟอร์ด อย่างแท้จริง เพราะหลังจากที่ มิคโค ฮีร์โวเนน(MIKKO HIRVONEN) นักขับดาวรุ่ง สัญชาติฟินแลนด์ โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ออกสตาร์ทในสเตจแรก และยังทำเวลาดีที่สุดต่อเนื่องในสเตจที่ 3 และ 4 ทำให้จบเลกแรกมีเวลานำ เพื่อนร่วมทีมอย่าง มาร์คุส โกร์นโฮล์ม (MARCUS GRONHOLM) ไปแล้วถึง 15.5 วินาที ด้าน เซบัสเตียง โลบ์(SEBASTIEN LOEB) ยังเริ่มต้นวันแรกได้ไม่ดีนัก โดยยังมีเวลารวมรั้งอันดับ 3 ตามหลังผู้นำอยู่ 17.3 วินาที

เลกที่สอง ฮีร์โวเนน ยังคงโชว์ผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศที่นักขับหลายคนบ่นว่าโหดที่สุด โดยยังคงทำเวลาทิ้งเพื่อนร่วมทีม โกร์นโฮล์ม ออกไปอีกเป็น 19.3 วินาที ด้าน โลบ์อดีตแชมพ์โลก 3 สมัย ทีม ซีตรอง ที่ขับได้ดีมาตลอดทั้ง 2 วัน ก็ต้องมาพลาด 2 ครั้งติดๆ ในสเตจที่ 13 และ 14 โดยในสเตจที่ 13 รถไปติดหล่มหิมะ ต้องเสียเวลาไป 8 นาทีเต็ม กว่ากองเชียร์จะช่วยเข็นรถกลับขึ้นมา และในสเตจถัดมาก็พลาดบังคับรถไปชนกับเนินหิมะทำให้เสียเวลาไปอีก ผลก็คือ อันดับรวมของ โลบ์ ร่วงลงไปอยู่อันดับที่ 18 แทบจะปิดฉากความหวังที่จะเก็บแต้มในสนามนี้

เลกที่สาม ทีม ฟอร์ด ยังคงมีความหวังเต็มที่ๆ รถทั้ง 2 คันของทีมจะได้ขึ้นโพเดียมพร้อมกัน โดยทั้งฮีร์โวเนน และโกร์นโฮล์ม ยังคงรักษาตำแหน่งที่ 1-2 อย่างต่อเนื่อง และเมื่อจบการแข่งขัน ผลเป็นไปตามคาด เมื่อ ฮีร์โวเนน เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ด้วยเวลารวม 3 ชั่วโมง 28 นาที 17 วินาที คว้าแชมพ์เป็นครั้งแรกของปี ตามมาด้วยเพื่อนร่วมทีม ฟอร์ด โกร์นโฮล์ม ทำเวลาตามหลังมาติดๆ เพียง 9.5 วินาที ส่วนอันดับ 3 และ 4 เป็นของพี่น้องตระกูล โซลเบร์ก

จากผลการแข่งขันในครั้งนี้ แม้ว่า โกร์นโฮล์ม จะเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 2 แต่ 8 คะแนนเต็มที่ได้มาก็เพียงพอที่จะทำให้คะแนนรวมขึ้นไปเป็นผู้นำทันที โดยมีคะแนนนำ ฮีร์โวเนน 4 แต้ม และนำ โลบ์ ที่ชนถึง 2 ครั้งติดกัน และทำได้เพียงอันดับที่ 14 ไปแล้ว 6 แต้ม

สำหรับสนามที่ 4 ประเทศเมกซิโก ใช้ชื่อรายการ โคโรนา แรลลี เมกซิโก (CORONA RALLY MEXICO)ที่แม้จะเพิ่งบรรจุเข้าในปฏิทินการแข่งขันเมื่อไม่กี่ปีมานี้ แต่กลับได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะแฟนๆ ที่ชอบการแข่งแบบความเร็วสูง ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นทางกรวด เรียบ และยาว ทำให้สามารถใช้ความเร็วได้ค่อนข้างสูง ถือเป็นการวัดทักษะการควบคุมของนักขับ และสมรรถนะของรถอย่างแท้จริง

เลกแรกดูเหมือนจะเป็นการเริ่มต้นอย่างสวยหรูของ เพทเทร์ โซลเบร์ก (PETTER SOLBERG) นักขับรุ่นเก๋าทีม ซูบารุ ที่ควบ อิมพเรซา รุ่นปี 2007 ทำเวลาดีที่สุดใน 3 สเตจแรก โดยมี โลบ์ตามหลังอยู่ไม่ไกล 2.1 วินาที แต่แล้วเมื่อ โซลเบร์ก ขับรถออกมาจากจุดเซอร์วิศเพื่อเข้าสเตจ 6 รถกลับมีน้ำมันเครื่องรั่วออกมาจนนองพื้นถนน ทำให้ต้องหันหัวรถกลับเข้าจุดเซอร์วิศทันทีโดยไม่มีทางเลือก

กลายเป็น โลบ์ ที่ได้รับส้มหล่นจากความผิดพลาดของทีม ซูบารุ จบเลกแรกขยับขึ้นมารับตำแหน่งผู้นำทันที ตามมาด้วย คริส แอทคินสัน (CHRIS ATKINSON) นักขับดาวรุ่งความหวังหนึ่งเดียวของ ซูบารุที่เพิ่งทำเวลาขยับขึ้นมารั้งอันดับ 2 ในสเตจ 6 แต่ยังตามหลังผู้นำถึง 26.3 วินที

เลกที่ 2 ไฮไลท์อยู่ที่ความพยายามของ โกร์นโฮล์ม ทีม ฟอร์ด ที่วันแรกทำผลงานได้เพียงอันดับ 5หลังจากที่รถมีปัญหากับเซนเซอร์ของระบบระบายความร้อน โดยวันนี้เขาสามารถทำเวลาแซงหน้าดานี โซร์โด (DANI SORDO) แอทคินสัน และฮีร์โวเนน โดยทำตามหลังผู้นำอยู่ 1 นาที พอดี

เลกที่ 3 โลบ์ ยังคงทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยรักษาความห่างของตัวเขา และโกร์นโฮล์ม เกือบ 1นาที เกือบทุกสเตจ จบการแข่งขัน โลบ์ สามารถพลิกกลับขึ้นมาคว้าแชมพ์ได้อีกครั้ง หลังจากพลาดมา2 สนามติดต่อกัน โดยทำเวลาทิ้งห่าง โกร์นโฮล์ม ที่รับตำแหน่งที่ 2 ไป 55.8 วินาที ถือเป็นชัยชนะครั้งที่30 ของ โลบ์ และทำให้อันดับคะแนนรวมประเภทผู้ขับ ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 2 มี 28 แต้ม ตามหลังโกร์นโฮล์ม อยู่เพียง 4 คะแนนเท่านั้น ด้าน ฮีร์โวเนน แชมพ์เมื่อสนามที่แล้ว แม้ว่าจะโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรง โดยทำเวลาเร็วที่สุดในวันสุดท้าย แต่ก็พอที่จะทำให้เวลารวมขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 3โดยเวลารวมช้ากว่าเพื่อนร่วมทีม 31.9 วินาที ส่งผลให้คะแนนรวมอยู่อันดับ 3 เช่นกัน โดยมีทั้งสิ้น 26 แต้ม

ด้านคะแนนสะสมประเภททีมผู้ผลิต รถทุกคันของทีม บีพี-ฟอร์ด ดับเบิลยูอาร์ที ยังทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คะแนนรวมของทีมพุ่งขึ้นไปเป็น 58 คะแนน ทิ้งห่างอันดับ 2 ทีม ซีตรอง โททาลดับเบิลยูอาร์ที ที่เพิ่งมีเพียง 43 คะแนน ด้านทีม สโตบาร์ท เอม-สปอร์ท ฟอร์ด อาร์ที มี 19 แต้มเท่ากับทีม ซูบารุ ดับเบิลยูอาร์ที

 

สรุปผลคะแนนการแข่งขัน สนามที่ 4 ประจำปี 2007 ประเภทผู้ขับ

อันดับ ผู้ขับ คะแนนรวม
ชนะเลิศ มาร์คุส โกร์นโฮล์ม 32
รองอันดับ 1 เซบัสเตียง โลบ์ 28
รองอันดับ 2 มิคโค ฮีร์โวเนน 26
สรุปผลคะแนนการแข่งขัน สนามที่ 4 ประจำปี 2007 ประเภททีมผู้ผลิต
อันดับ ทีม คะแนนรวม
ชนะเลิศ บีพี-ฟอร์ด ดับเบิลยูอาร์ที 58
รองอันดับ 1 ซีตรอง โททาล ดับเบิลยูอาร์ที 43
รองอันดับ 2 สโตบาร์ท เอม-สปอร์ท ฟอร์ด อาร์ที 19


------------------------------
เรื่องโดย : สิทธิพงศ์ วิยาภรณ์
ภาพโดย : -
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2550
คอลัมน์ : เจาะสนามแข่งต่างประเทศ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/fk5Rl
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
อัพเดทล่าสุด
24 Aug 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
609,000
2.
469,000
3.
469,000
5.
1,239,000
6.
1,399,000
7.
640,000
8.
3,090,000
9.
2,160,000
10.
2,120,000
11.
2,269,000
12.
2,980,000
13.
2,318,000
14.
6,899,000
15.
4,299,000
16.
3,629,000
17.
3,429,000
18.
2,229,000
19.
12,399,000
20.
8,399,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th